โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจไซเบอร์ รวบ 2 ผัวเมียแสบ ตุ๋นโอนเงินทำวีซ่าทำงานต่างประเทศ เหยื่อโดนกันเพียบ

สวพ.FM91

อัพเดต 07 ธ.ค. 2567 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2567 เวลา 05.26 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. 67 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท., พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รรท.ผบก.สอท.3 พร้อมด้วย นายจัสติน แอลเวส ผู้จัดการด้านการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, นายเบน ควินน์ เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการอพยพที่ผิดกฎหมาย สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประเทศไทยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ และนายสนธยา กาลาศรี ผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติกรณีจับกุมผู้กระทำผิดหลอกทำวีซ่า

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานทูตนิวซีแลนด์ตรวจพบความผิดปกติของแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงาน ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และจากเอกสารการขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า มีการยื่นเอกสารเพื่อขอทำวีซ่าปลอม จึงประสานมายังตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 จึงได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และศาลได้อนุมัติหมายจับ 2 ราย

กระทั่งวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 07.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 ได้นำกำลังเข้าบุกค้นบ้านย่านประเสริฐมนูกิจ ที่เป็นแหล่งกบดานหลบหนีของคนร้าย ซึ่งผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในการหลอกลวงแรงงานมาแล้วหลายครั้ง มีความเชี่ยวชาญ และปิดตัวเองจากโลกออนไลน์ แม้กระทั่งบัตรประชาชนยังไม่เคยทำมาร่วมสิบปี จนกระทั่งจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ น.ส.จันทิมา (สงวนนามสกุล) และนายอนุวัตน์ (สงวนนามสกุล) ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันปลอมเอกสาร , ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า คนร้ายได้เรียนรู้จากประสบการณ์การไปทำงานที่เกาหลี จึงพบช่องทางว่ามีคนไทยสนใจไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก คนร้ายจึงเข้าไปศึกษาในกลุ่มหางานต่างประเทศและเริ่มหลอกลวง โดยเริ่มจากผู้ที่ต้องการหางานที่ประเทศเกาหลี ต่อมาเห็นว่าตลาดที่เกาหลีขาดความน่าสนใจ จึงพุ่งเป้ามาที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่มีค่าจ้างแรงงานสูงกว่าโดยการศึกษาหาข้อมูลจากทางโซเชียลจนสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับงาน ขั้นตอนต่างๆ ในการยื่นขอวีซ่าไปทำงาน

โดยคนร้ายได้ซื้อเพจเฟซบุ๊กที่มีคนติดตามจำนวนมากมาจากบุคคลอื่น และโพสต์ชักชวนไปทำงานที่นิวซีแลนด์ และตั้งราคาให้น้อยกว่าเพจอื่นเพื่อดึงดูดความสนใจ เมื่อเหยื่อสนใจ คนร้ายจะทักเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและส่งต่อผู้เสียหายโดยอ้างว่าให้คุยกับเอเจนซี่ที่นำคนงานเข้าประเทศนิวซีแลนด์โดยตรง ที่ใช้ไลน์ชื่อ "วุฒิ" เมื่อผู้เสียหายสนใจ คนร้ายจึงได้ให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลส่วนตัวไป

เพื่อใช้ประกอบการสมัครงาน และแจ้งว่าจะส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้กับนายจ้าง โดยแจ้งรายละเอียดในการทำงานว่า ในการดำเนินการประสานงานกับนายจ้างและทำวีซ่าทำงาน มีค่าใช้จ่ายให้บริษัทเอเจนซี่ จำนวน 70,000 บาท แบ่งเป็นค่าดำเนินการเรื่องวีซ่าทำงานจำนวน 50,000 บาท ค่าครองชีพ (ค่าเสื้อผ้า , ค่าของใช้ส่วนตัว) จำนวน 20,000 บาท สัญญาทำงานกับนายจ้างปีต่อปี ส่วนรายละเอียดค่าตอบแทนต้องไปตกลงกับนายจ้างที่ประเทศนิวซีแลนด์

หลังจากนั้นจะทำการพูดคุย ทักทายกับเหยื่อเรื่อย ๆ และเปิดวีดีโอคอลให้เหยื่อเห็นหน้าเพื่อให้เหยื่อเชื่อโดยสนิทใจ และคนร้ายจะแจ้งว่า สัญญาจ้างได้ถูกส่งมาจากประเทศนิวซีแลนด์แล้ว และคนร้ายจะทำการถ่ายรูปสัญญาจ้างที่ตนเองทำขึ้นเองส่งไลน์ให้กับเหยื่อดู และจะแจ้งว่าห้ามส่งต่อข้อมูล หากข้อมูลมีการรั่วไหลจะดำเนินคดี เมื่อเหยื่อหลงเชื่อคนร้ายได้ให้โอนเงินให้แบ่งเป็นรอบๆ เมื่อได้เงินและเหยื่อเริ่มสงสัยคนร้ายจะทำการปิดกั้นการติดต่อ

อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายเพียง 2 ราย แต่จากการเข้าตรวจค้นและทำการสืบสวน พบหลักฐานที่คาดว่าจะมีผู้เสียหายอีกกว่า 10 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการประสานไปยังผู้เสียหายที่เหลือ และผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่ได้แจ้งความหรือแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วก็สามารถประสานมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังจากการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา โดยระหว่างที่ถูกคุมตัวนั้นน.ส.จันทิมา หนึ่งในผู้ต้องหา ได้ร่ำไห้พร้อมเอาหน้าซบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ต้องหาทั้งสองรายไม่ตอบคำถามสื่อในทุกประเด็น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...