โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภากทม.เห็นชอบจ่ายหนี้บีทีเอส 14,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 05.47 น.
สภากทม.มีมติเห็นชอบ เพิ่มเติมเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบ 2568 ให้จ่ายหนี้รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวจำนวนกว่า 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้ภายในสิ้นปี 2567 จากกำหนดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ชำระภายในเดือนมกราคม 2568

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมสภากรุงเทพมหานคร ในญัตติเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปีงบ 2568 ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 37 เสียงจากผู้เข้าประชุม 38 เสียงเห็นชอบญัตติเพิ่มเติมเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบ 2568 ให้จ่ายหนี้รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวจำนวน 14,549,503,800 บาท โดยจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก กทม. มีความประสงค์ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีเงินสะสมอยู่ 50,0000 ล้านบาท เพียงพอต่อการใช้หนี้ หลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายละเอียดคาดว่าจะสามารถอนุมัติชำระหนี้ได้ก่อนสิ้นปี 2567 จากเดิมที่คำพิพากษาระบุว่าจะต้องชำระจะต้องชำระหนี้ก่อนวันที่ 21 มกราคม 2568 พร้อมย้ำว่ากทม. ไม่ได้กลัวค่าปรับจนทำข้ามขั้นตอน ทุกอย่างทำอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และเชื่อว่าการชำระหนี้ก้อนนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี จากการที่เอกชนนำเงินไปดำเนินธุรกิจต่อ ส่วนการพิจารณาหนี้รถไฟรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนที่เหลือในอนาคตจะดำเนินการอย่างไร ปัจจุบันมีหนี้ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง 1 คดี และเรื่องค่าจ้างงานเดินรถและซ่อมบำรุงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในเส้นทางส่วนต่อขยายที่หนึ่งและส่วนต่อขยายที่ที่สองในอนาคตตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงสิ้นสุดสัมปทานปี พ.ศ. 2585 ที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทาน รวมถึงสัมปทานการเดินรถพื้นที่ไข่แดง ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี พ.ศ. 2572 ก่อนโอนย้ายกลับมาอยู่ในการดูแลของกรุงเทพมหานคร จึงต้องมีการพิจารณาการดำเนินการต่อหลังจากนี้ ทั้งในส่วนของรายได้ ,โครงสร้าง และการซ่อมบำรุง เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ. การร่วมทุนฯ ขณะที่บรรยากาศในการประชุมพิจารณาญัตติดังกล่าวสมาชิกสภา กทม. ได้ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายและโต้แย้ง ทั้งในเรื่อง การชี้มูลความผิดของ ปปช. และคำพิพากษาของศาลปกครองที่ถือว่าสิ้นสุดแล้ว รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยรายวันกว่า 2.7 ล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายสนับสนุนให้ กทม. เร่งชำระหนี้ เพื่อไม่ให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หากดำเนินการล่าช้าเกรงว่าจะมีความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...