โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาษีหุ้นกู้ ไม่รู้ไม่ได้ ตอนที่ 1 : วิธีคำนวณภาษีหุ้นกู้

Finnomena

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 04.11 น. • Definit

ในทุก ๆ เดือนมกราคม กิจกรรมหลักของนักลงทุนหุ้นกู้คือการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการยื่นภาษี หลายคนมีความเชื่อว่าหากฐานภาษีอยู่ที่ 15% จะไม่มีความจำเป็นในการขอคืนภาษี แต่ความจริงแล้วภาษีนั้นถูกคิดเป็นระบบขั้นบันได ทำให้ยึดหลักการนี้ไม่ได้เสมอไป วันนี้เราจะมาหาคำตอบว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

คำนวณหา “รายได้สุทธิ” เพื่อเเจ้งเสียภาษี

การหารายได้สุทธินั้นมาจาก การคำนวณ

เงินได้ - ค่าใช้จ่ายตามประเภทของเงินได้ - ค่าลดหย่อนตามประกาศของกรมสรรพากร

จากข้อมูลจากกรมสรรพากร “เนื่องจากผู้มีเงินได้ประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความยากง่ายหรือต้นทุนที่แตกต่างกัน เพื่อความ เป็นธรรม ในกฎหมายจึงได้แบ่งลักษณะเงินได้(พึงประเมิน) ออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามความเหมาะสมเพื่อกำหนด วิธีคำนวณภาษีให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด” เพราะฉะนั้นทางสรรพากรจึงแบ่งรายได้ออกเป็น 8 ประเภท โดยในกรณีเงินได้จากดอกเบี้ยหุ้นกู้นั้นถือว่าเป็นรายได้ประเภทที่ 4

  • เงินได้ประเภทที่ 1ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน

  • เงินได้ประเภทที่ 2 ได้แก่ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้

  • เงินได้ประเภทที่ 3 ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล

  • เงินได้ประเภทที่ 4 ได้แก่ ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร เงินลดทุน เงินเพิ่มทุน ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้น ฯลฯ เป็นต้น

  • เงินได้ประเภทที่ 5เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เงินหรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ได้เนื่องจาก

  • การให้เช่าทรัพย์สิน

  • การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน

  • การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว

  • เงินได้ประเภทที่ 6ได้แก่ เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้

  • เงินได้ประเภทที่ 7ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ

  • เงินได้ประเภทที่ 8 ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7 แล้ว

ค่าใช้จ่ายตามประเภทของเงินได้

แต่ละประเภทเงินได้จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังต่อไปนี้ ซึ่งในส่วนของเงินได้ประเภทที่ 4 นั้นจะไม่สามารถค่าใช้จ่ายได้

Source : https://www.rd.go.th/556.html

รายการลดหย่อนภาษี

ค่าลดหย่อนและยกเว้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออก จากเงินได้ได้อีกหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยมีการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป เช่น ผู้มีเงินได้หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม SSF หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน และต้องไม่เกิน 200,000 บาท, เงินบริจาค และอื่น ๆ ถ้าเรานำ รายได้ หักค่าใช้จ่ายตามประกาศ หักลดหย่อนภาษี ก็ได้จะเงินได้สุทธิที่เราต้องทำไปเสียภาษี โดยมีฐานภาษีตามนี้

ภาษีเราจ่ายเป็นขั้นบันได ไม่ใช่จ่ายเหมา

หลาย ๆ ท่านอ่านมาถึงตรงนี้เเล้วอาจจะเคยได้ยินมาว่า ถ้ารายได้คุณถูกคิดภาษีอยู่ที่ 15% สำหรับนักลงทุนหุ้นกู้หรือสินทรัพย์ที่ได้รับปันผล, ดอกเบี้ย ไม่จำเป็นต้องยื่นของคืนภาษีเนื่องจากไม่มีส่วนที่ขอคืนได้ ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้จริง ๆ แล้วคือ “ไม่จำเป็นเสมอไป” เคสไหนบ้างที่จริง ๆ แล้วสามารถมีส่วนที่ขอคืนภาษีได้วันนี้เรามาลองคิดกัน

ต้องบอกว่าภาษีที่คิดนั้นเป็นระบบแบบขั้นบันได คือ แม้ว่าท่านจะมีรายได้สุทธิ ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี 15% นั่นไม่ได้หมายถึง ท่านจะต้องเสียภาษี 15% ตั้งเเต่บาทแรก ความจริงแล้วคือ รายได้ในแต่ละช่วงจะเสียภาษีในแต่ละช่วง ตัวอย่างตามภาพที่น่าสนใจคือ กรณีมี รายได้สุทธิ / รายได้ดอกเบี้ย 1,000,000 บาท แท้จริงแล้วท่านควรจะเสียภาษีมูลค่า 103,000 บาท แต่ว่าท่านจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% คิดเป็นมูลค่า 150,000 บาท นั่นหมายถึงท่านถูกคิดภาษีเกินกว่า 47,000 บาทเลยทีเดียว

จากการคำนวณ หากท่านรายได้สุทธิน้อยกว่า 1,500,000 บาทโดยท่านมี หักลดหย่อน 60,000 บาท ท่านจะมีส่วนที่ขอคืนภาษีได้ และหากท่านมีการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเต็มโควต้าที่ทางสรรพากรกำหนดไว้ รายได้สุทธิที่มีโอกาสขอคืนภาษีได้นั้นจะสูงสุดที่ 3,000,000 บาทเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม รายการลดหย่อนของแต่ละท่านนั้นมีมากน้อยไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านสามารถลองคำนวณการเสียภาษีของท่านได้เองผ่านเว็ปไซต์ของสรรพากรอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าในกรณีของนักลงทุนแต่ละท่าน การขอคืนภาษีนั้นมีส่วนที่ได้คืนหรือไม่ : https://efiling.rd.go.th/rd-cms/ รวมทั้งรายละเอียดการยื่นรายได้ประเภทที่ 4 ได้ที่นี่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยยื่นเลย ตอนนี้ถ้าจะยื่นแล้วหาเอกสารหักภาษีไม่เจอต้องทำอย่างไร

  • ตรวจสอบว่านายทะเบียนหุ้นกู้เราคือใคร โดยท่านสามารถกรอกรหัสหุ้นกู้เพื่อตรวจสอบ registra ได้ที่เว็บไซต์ www.thaibma.com
  • หลังจากตรวจสอบแล้ว หากท่านยังไม่ได้รับเอกสารหักภาษี หลังที่ท่านได้รับดอกเบี้ย ท่านสามารถพิจารณาขอออกหลักฐานใหม่โดยติดต่อผ่านช่องทางตามด้านล่างได้ โดยบางนายทะเบียนได้มีระบบการขอหลักฐานการหักภาษีผ่านการดาวน์โหลดผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย

อ่านบทความเกี่ยวกับหุ้นกู้เพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...