โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขปริศนา “พระยา พาลาซโซ” คฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามบางลำพู ของใคร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 09.30 น.
คฤหาสน์แห่งพระยาชลภูมิพานิช

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามสวนสันติชัยปราการ บางลำพู คือที่ตั้งคฤหาสน์หลังงามนามว่า “พระยา พาลาซโซ” ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลานานนับศตวรรษ จากรุ่งเรืองสู่โรยรา และฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในบทบาทโรงแรมบูทีก ซึ่งมีห้องพักเพียง 15 ห้องเท่านั้น

“บ้านบางยี่ขัน”

เจ้าของคฤหาสน์คือ อำมาตย์เอก พระยาชลภูมิพานิช เป็นขุนนางรับราชการในกรมท่าซ้าย ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสมรสกับ คุณหญิงส่วน (สกุลเดิมคือ อุทกภาชน์) ข้าหลวงในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งสองก็ย้ายไปพำนักที่ “บ้านบางยี่ขัน” ซึ่งเป็นชื่อเดิมของคฤหาสน์หลังนี้

บ้านบางยี่ขัน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2466 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัวอาคารมี 2 ชั้น สันนิษฐานว่าออกแบบโดยสถาปนิกชาวต่างชาติ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบปัลลาดิโอ (Palladio) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกยุคกรีก-โรมันโบราณ มีจุดเด่นอยู่ที่รูปทรงคลาสสิกและความสมมาตร

พระยาชลภูมิพานิชและคุณหญิงส่วน พร้อมด้วยบุตรธิดา 10 คน ที่ได้รับนามสกุลพระราชทาน “อเนกวณิช” ใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ จนกระทั่งพระยาชลภูมิพานิชถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2481 จากนั้นบ้านก็ได้สืบทอดต่อมายังปานจิตต์ อเนกวณิช ทายาทคนที่ 7

พ.ศ. 2489 ปานจิตต์ได้โอนกรรมสิทธิ์บ้านบางยี่ขันให้กลุ่มมุสลิมบางกอกน้อย (ปัจจุบันคือ มูลนิธิมุสลิมกรุงเทพวิทยาทาน) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนราชการุณ แทนอาคารเรียนหลังเดิมย่านชุมชนบางกอกน้อย ซึ่งถูกระเบิดทำลายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนปานจิตต์และครอบครัวอเนกวณิชย้ายไปอาศัยอยู่ย่านสุขุมวิท

คฤหาสน์หลังงาม นาม “พระยา พาลาซโซ”

บ้านบางยี่ขันกลายเป็นอาคารเรียนได้ราว 20 กว่าปีเท่านั้นก็ต้องปิดตัวลงในปี 2521 เนื่องจากโรงเรียนราชการุณประสบปัญหาเงินทุน

ให้หลังราว 5 ปี มูลนิธิมุสลิมกรุงเทพวิทยาทานได้ให้โรงเรียนอินทรอาชีวศึกษาเช่าพื้นที่เป็นอาคารเรียน จวบจนหยุดรับนักเรียนใหม่ในปี 2539

เมื่อไร้ผู้คน บ้านบางยี่ขันก็ถูกทิ้งร้างจนทรุดโทรม กระทั่ง ผศ. วิชัย พิทักษ์วรรัตน์ สถาปนิกที่มีใจรักในสถาปัตยกรรมเก่า ได้รวบรวมคณะทำงานขึ้นมาบูรณะอาคารหลังนี้

แม้ต้องใช้ทุนจำนวนมาก ทั้งยังต้องหาวัสดุอุปกรณ์ให้ใกล้เคียงกับของเดิม แต่ ผศ. วิชัย ก็ยังคงมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ใจรักจนแล้วเสร็จในปี 2552 และขนานนามคฤหาสน์หลังนี้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งแปลว่า คฤหาสน์แห่งพระยาชลภูมิพานิช

ต่อมาในราวปี 2559 กิตติศักดิ์ ปัทมะเสวี ประธานกรรมการบริหาร มนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป ผู้บริหาร “ตรีสรา” โรงแรมหรูที่ จ. ภูเก็ต ได้ติดต่อมูลนิธิมุสลิมกรุงเทพวิทยาทาน เพื่อขอรับช่วงบริหาร กระทั่งการเจรจาสำเร็จในเดือนตุลาคม ปี 2560 และเปิดเป็นโรงแรมบูทีก จำนวน 15 ห้อง รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยยังคงรักษากลิ่นอายและมนต์เสน่ห์เดิมไว้อย่างครบถ้วน

คฤหาสน์ของขุนนางใหญ่ที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 จึงยังคงอวดโฉมให้ทุกคนได้ชื่นชมจนถึงทุกวันนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระยา พาลาซโซ. ประวัติพระยา พาลาซโซ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขปริศนา “พระยา พาลาซโซ” คฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามบางลำพู ของใคร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...