ตั้งเป้าพิชิตเบอร์ 1 สู้ศึกสมรภูมิ คริปโทฯ Bull Run
“Market Cap ของ Bitcoin ขยับจากอันดับ 11 ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของโลก ที่มูลค่าตลาด 1.844 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย. 2024) หากมองในภาพใหญ่เชื่อว่า Bitcoin ยังมีแนวเติบโตได้อีกมาก ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะมีทองคำอยู่ในพอร์ตลงทุนประมาณ 3-5% หากสัดส่วนนี้ถูกกระจายมาลงทุนใน Bitcoin เชื่อว่ามูลค่าตลาดของ Bitcoin จะเติบโตได้อีกมาก”
หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัยชนะการเลือกตั้ง ขึ้นแท่นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 47 ราคา Bitcoin ก็พุ่งแรงจนทำ All Time High ที่ 99,588 ดอลลาร์ (ข้อมูลจากกระดานเทรด BINANCE TH ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2024) ขณะที่มูลค่าของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ก็ทะยานไปถึง 3.35 ล้านล้านดอลลาร์ โดย Bitcoin เป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดที่ 1.9. ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนถึง 57.1% นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2024 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปี 2025 เป็นปีที่ดีในการลงทุนใน คริปโทฯ
“ตอนนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หากเทียบกับช่วงตลาด Bull Run เมื่อปี 2021 ปริมาณการซื้อ-ขาย ขณะนั้นยังใหญ่กว่าปัจจุบันถึง 5 เท่า สะท้อนว่าแม้จะมีกระแสเกี่ยวกับ Bitcoin มากในตอนนี้ แต่หากมองภาพใหญ่แล้วคนยังไม่ได้มาลงทุนใน Bitcoin มากเท่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ดังนั้น ด้วยโมเมนตัมที่มีทิศทางบวกเช่นนี้ ผมเชื่อว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่ดีมาก สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์อย่างคริปโทฯ”
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ การเงินธนาคาร โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า ปี 2025 จะเป็นปีทองของตลาดคริปโทฯ พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก โดยเฉพาะการอนุมัติกองทุน Spot Bitcoin ETF ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และนโยบายที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโทฯ ของ โดนัลด์ ทรัมป์
เปิด 4 ปัจจัยบวกปี 2025
หนุนตลาดคริปโทฯสู่ Bull Run
นิรันดร์ให้มุมมองว่า ปี 2024 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากมีหลายปัจจัยสำคัญเกิดขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้เกิดการยอมรับในวงกว้างแก่สินทรัพย์ดิจิทัล โดยประเมินว่าปี 2025 จะเป็นปีที่ดีของสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย
1. การเปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF ในปี 2024 : การเปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในกองทุนเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันผู้ที่ออกกองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้งหมด ถือ Bitcoin รวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 5% ของ Bitcoin ทั้งหมด (Total Supply ของ Bitcoin มีอยู่ 21 ล้านเหรียญ)
แม้หลายผลสำรวจจะระบุว่า ในช่วงแรกนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาซื้อกองทุน Spot Bitcoin ETF จะยังมีจำนวนไม่มาก แต่ระยะหลังเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กองทุนบำเหน็จบำนาญ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนมหาศาล ได้เริ่มแบ่งเงินทุน 3-5% มาลงทุนใน Bitcoin หรือแม้แต่บริษัทซอฟท์แวร์ระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์ก็เริ่มมีการพิจารณาการลงทุนใน Bitcoin เช่นกัน
2. ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน : การที่มาตรการทางการเงินของธนาคารกลางอยู่ในภาวะ “ผ่อนคลาย” ส่งให้ราคาสินทรัพย์ลงทุนมีการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งอเมริกา, ญี่ปุ่น, ยุโรป รวมถึงหลายประเทศก็กำลังดำเนินมาตรการลดดอกเบี้ย แม้ว่าปลายปีนี้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในเกณฑ์สูง แต่หากอัตราดอกเบี้ยลดลงในปี 2025 ต่อเนื่อง ก็จะส่งผลบวกให้กับสินทรัพย์ลงทุนทุกประเภท ซึ่งรวมถึง Bitcoin และคริปโทฯที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงด้วย
3. โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ : ว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจุดยืนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มตัว ไม่ว่าการประกาศให้อเมริกาเป็นเมืองหลวงของคริปโทฯ จนถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดและกฎระเบียบเพื่อทำให้การกำกับดูแลมีความเป็นมิตรกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ Bitcoin และคริปโทฯสกุลต่างๆ มีโอกาสเติบโตมากขึ้น
นิรันดร์ให้ข้อมูลว่า ในช่วงการหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า การกำกับดูแลด้านคริปโทฯในอเมริกานั้นเข้มงวดเกินไป และเขาอยากจะทำให้อเมริกาเปิดกว้างกับเรื่องนี้มากขึ้น เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือข้อเสนอที่จะพิจารณาให้อเมริกาเก็บ Bitcoin ไว้เป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ (Bitcoin Strategic Reserve) และจะทำให้การขุด Bitcoin เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย นอกจากนี้ยังโจมตีการทำงานของ ก.ล.ต. โดยประกาศว่าจะปลด Gary Gensler ประธาน ก.ล.ต. ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง
“หาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีจุดยืนที่เปลี่ยนไป หันมาสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโต ที่ผ่านมา จะเห็นว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีคดีความฟ้องร้อง กับบริษัทและแพลตฟอร์มคริปโทฯต่างๆ หลายราย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาเหรียญที่เป็นคู่กรณี หากมุมมองนี้เปลี่ยนไปเป็นเชิงบวก จะกระตุ้นให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น”
ซีอีโอ BINANCE TH ประเมินว่า ในกรณีที่อเมริกาเก็บ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือบริษัทต่างๆ ในอเมริกาจะเริ่มสนใจเข้ามาลงทุนใน Bitcoin ขณะที่รัฐบาลอื่นๆ อาจมีการทำตามอเมริกา ตามนโยบายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ซึ่งเชื่อว่าถ้าอเมริกาเริ่ม ประเทศอื่นๆ ก็ต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ เช่น ประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย และยุโรป
4. การกลับมาของ Bull Run ครั้งใหม่ : ตามสถิติแล้ว หลังจากผ่าน Bitcoin Halving เป็นระยะเวลา 6 เดือน ราคา Bitcoin จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจากการ Halving ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2024 จนถึงปัจจุบัน ราคา Bitcoin ก็พุ่งขึ้นสูงตามสถิติ แม้จะช้าไปกว่าที่คาดจากการที่ผู้คนรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มก็ยังคงอยู่ในทิศทางตามสถิติที่ผ่านมา จนสามารถทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ได้อย่างต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน 2024
“Market Cap ของ Bitcoin ขยับจากอันดับ 11 ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของโลก ที่มูลค่าตลาด 1.844 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย. 2024) หากมองในภาพใหญ่เชื่อว่า Bitcoin ยังมีแนวเติบโตได้อีกมาก ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะมีทองคำอยู่ในพอร์ตลงทุนประมาณ 3-5% หากสัดส่วนนี้ถูกกระจายมาลงทุนใน Bitcoin เชื่อว่ามูลค่าตลาดของ Bitcoin จะเติบโตได้อีกมาก”
BINANCE TH ชูจุดแข็งที่ฟีเจอร์
KYC เร็ว มีเหรียญให้เทรดเยอะ
นิรันดร์กล่าวว่า BINANCE TH เปิดตัวในตลาดประเทศไทยมาได้ 1 ปี ที่ผ่านมา มีการปรับปรุงระบบ พร้อมกับการพัฒนาฟีเจอร์เทรดใหม่ๆ เข้ามาบนแพลตฟอร์ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน รวมถึงการเพิ่มจำนวนเหรียญเพื่อเป็นตัวเลือกในการเทรดอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน BINANCE TH มีเหรียญบนกระดานมากถึง 330 เหรียญ เพราะเชื่อว่าการมีเหรียญให้เทรดหลากหลาย คือจุดแข็งสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจแพลตฟอร์มได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าลูกค้าจะชอบ Bitcoin หรือ Meme Coin จนถึงเหรียญที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ก็สามารถที่จะมาเลือกเทรดบน BINANCE TH ได้
“การเป็นผู้เล่นใหม่ สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อแข่งขัน จุดแข็งแรกของ BINANCE TH คือกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ที่รวดเร็ว ต่อมาคือ จำนวนเหรียญที่มากถึง 330 เหรียญ ด้านเทคโนโลยีก็เน้นที่ความแข็งแกร่งและปลอดภัยสูง สุดท้ายคือการให้บริการลูกค้า หากลูกค้าพบปัญหาจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ทำให้เราแตกต่าง และสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้”
ในด้านฟีเจอร์กราฟราคาบนกระดาน BINANCE TH ถือเป็นกราฟที่แสดงข้อมูลได้เยอะที่สุด พร้อมแสดงผลในหน้าซื้อ-ขาย หากลูกค้าสามารถจะระบุจุดที่เข้าซื้อและขายไว้ได้ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวคือ การแสดงผลต้นทุนเฉลี่ยในแต่ละเหรียญ เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้ามีปัญหาจำต้นทุนเหรียญไม่ได้ ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยคำนวณต้นทุนให้ลูกค้าอัตโนมัติ เพื่อให้ทราบว่ามีผลกำไร หรือขาดทุนอย่างไร
มุ่งเป็นกระดานเทรดเบอร์1
ทำตลาดแบบ Maximize Impact
นิรันดร์กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ BINANCE TH ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเบอร์ 1 ในตลาด ซึ่งจนถึงขณะนี้ทุกอย่างยังอยู่ในแผนที่วางไว้ ทั้ง Active User และปริมาณการซื้อ-ขายที่เติบโตตามแผนงาน แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง แต่ด้วยทีมงานที่แข็งแกร่งก็สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
“กลยุทธ์ของเราคือ การ Lead ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบไปยังลูกค้า ประกอบกับภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลยังสามารถเติบโตได้อีกเยอะ แน่นอนว่าเราอยากเป็นที่ 1 แต่ที่สุดแล้วทั้ง BINANCE TH และคู่แข่ง ต่างก็ต้องการให้มีคนเข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น เพราะจะเป็นผลดีกับอุตสาหกรรมในระยะยาว”
ซีอีโอ BINANCE TH เผยว่า สิ่งที่โฟกัสในการทำตลาด คือการสร้างให้เกิดผลกระทบสูงสุด เช่น การติดป้ายโฆษณาในสถานี MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีการจัดอีเวนท์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าการมีป้ายโฆษณาในจุดนี้ มีประสิทธิภาพกว่าการติดป้ายโฆษณาทั่วประเทศ ขณะที่ในโซเชียลมีเดียก็มีการสร้างคอมมูนิตี้ต่างๆ เพื่อคอยขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
“BINANCE TH ยังมีการทำตลาดผ่านแคมเปญ Token Reward ที่กำหนดให้ลูกค้าทำตามเงื่อนไข เพื่อรับรางวัลเป็น Token ฟรี ตัวอย่างเช่น แคมเปญ USUAL ที่มีเงื่อนไขว่า ลูกค้าต้องมีเหรียญ BNB ขั้นต่ำ 0.01 BNB และต้องมีการซื้อ-ขายขั้นต่ำ 5,000 บาทขึ้นไป เมื่อครบระยะเวลาทาง BINANCE TH จะมีการแจกเหรียญ USUAL ให้กับลูกค้า ซึ่งหลังจากนี้จะมีแคมเปญใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ”
เน้นพัฒนา Core Business
ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโต
นิรันดร์ย้ำว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่ดีมากของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่ง BINANCE TH พร้อมจะแข่งขันในตลาดอย่างเข้มข้น เพราะทุกคนย่อมมองเห็นโอกาสใหญ่ครั้งนี้เช่นกัน ดังนั้นการแข่งขันจะดุเดือดอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็จะนำมาซึ่งการขยายตลาดให้ใหญ่มากขึ้นด้วย
“ผมเชื่อว่าแบรนด์ BINANCE มีความแข็งแกร่งในตัวเอง ทั้งยังเป็นกระดานเทรดคริปโทฯเบอร์ 1 ของโลกที่มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุด เราแค่โฟกัสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ดี เพื่อให้มีผลกระทบเชิงบวกกับลูกค้า เพราะสิ่งนี้คือจุดยืนของ BINANCE ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่ทำให้ BINANCE ยังคงเป็นอันดับ 1 ของโลกมาจนถึงวันนี้”
โดยพันธกิจของ BINANCE TH คือการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมให้เติบโต ด้วยการทำให้ผู้คนมีความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล และหันมาลงทุนมากขึ้น สำหรับในมิติของการแข่งขัน BINANCE TH ยังคงตั้งเป้าหมายที่จะเป็นที่ 1 ของตลาดต่อไป ด้วยพันธกิจเหล่านี้ทำให้มีการมุ่งเน้นใน 2 เรื่องสำคัญ คือ
- มุ่งพัฒนา Core Business: พัฒนาแพลตฟอร์ม BINANCE TH ให้แข็งแกร่ง ซึ่งที่ผ่านมามีฟีเจอร์ใหม่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง และในปีหน้าจะยังมีฟีเจอร์อีกมากทยอยสู่ตลาด ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้จะเป็นจุดแข็งที่ทำให้ BINANCE TH แตกต่าง
- เสริมสร้างความรู้แก่นักลงทุน พร้อมเพิ่มศักยภาพด้านบล็อกเชนให้กับประเทศไทย: ปัจจุบันผู้คนเริ่มเข้าใจแล้วว่า Bitcoin คืออะไร ซึ่งในความจริงแล้วผู้คนไม่จำเป็นต้องเข้าใจลึกซึ้งว่า Bitcoin มีกระบวนการทำงานอย่างไร แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือประโยชน์ของ Bitcoin เช่นเดียวกับที่ทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการทำงานของอินเทอร์เน็ต แต่ทุกคนรู้ถึงประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตว่าจะช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างไร
นิรันดร์กล่าวว่า สิ่งที่ BINANCE TH ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วคือการให้ความรู้ด้านเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านหน่วยงาน BINANCE TH Academy และในปี 2025 จะมีคอร์สให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มเติม และจะมีการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านบล็อกเชนของประเทศไทย ให้สามารถขยายโอกาสและสร้าง Use Case บนบล็อกเชนให้มากขึ้น
“ในปี 2025 BINANCE TH จะมีการทำโปรเจ็กต์ที่เป็น Flagship เพื่อสร้าง Use Case ออกมาให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโทฯนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตประจำวันได้ โดยทุกคนจะได้เห็นโครงการนี้ในปี 2025 อย่างแน่นอน”
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2567 ฉบับที่ 512 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/