โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลยุทธ์ที่ทำให้ขายหัวเราะเป็นมากกว่าหนังสือการ์ตูน

Capital

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 04.17 น. • Insight

หลายๆคนอาจมีความทรงจำผูกพันกับขายหัวเราะในฐานะหนังสือการ์ตูนอารมณ์ดีหรือในยุคนี้ในฐานะแบรนด์,คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ ด้านการ์ตูนคาแร็กเตอร์และอารมณ์ขันแต่ที่หลายๆคนไม่ทราบคือปัจจุบันขายหัวเราะเติบโตเป็นแบรนด์ที่ทำแคมเปญการตลาดได้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านอารมณ์ขันการ์ตูนและคาแร็กเตอร์สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับพาร์ตเนอร์แบรนด์และองค์กรต่างๆ

ในแคมเปญล่าสุดอย่างฮ่าสิบปีขายหัวเราะ: ขายหัวเราะ50thHAPPYversary’ ฉลองครบรอบ50 ปีก็ทำถึงจนกวาดรางวัลจากเวทีใหญ่มาได้หลายรางวัลรางวัลแรกคือรางวัลชนะเลิศCreative Excellence Awards จากCEA ในหมวดCreative Business Awards : Creative Collaboration โดยเป็นผลคะแนนทั้งจากรอบกรรมการและรอบวัดผลด้วยSocial Listening

ส่วนอีกรางวัลมาจากงานมหกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง‘AdPeople AWARDS & SYMPOSIUM 2024’ หรือในชื่อเดิมคือADMAN Awards’ โดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยที่คว้าไปถึง5 รางวัลได้แก่ รางวัล Silver 3 รางวัล ได้แก่ หมวด Public Relation Plan, หมวด Experience & Activation และหมวด Digital & Social รางวัล Bronze 2 หมวด ได้แก่ หมวด Creative Strategy และหมวด Entertainment

สำหรับแคมเปญ ‘ฮ่าสิบปีขายหัวเราะ ที่ชวนแบรนด์และองค์กรต่างๆ มาร่วมคอลแล็บเพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีนั้นประกอบไปด้วยโปรเจกต์สนุกสนานมากมาย ไล่ตั้งแต่การร่วมคอลแล็บกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในโปรเจกต์ ‘เปลี่ยนไกด์เป็นแก๊ก’ ด้วยการนำมุกติดเกาะสุดคลาสสิกมาเล่าใหม่ โดยมีคาแร็กเตอร์ขาประจำอย่าง พระอภัยมณี นางเงือก นางยักษ์ และเหล่านักวาดตัวพ่อ ซึ่งเป็นทั้งซอฟต์พาวเวอร์ และ humour marketing มาช่วยโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ 50 แห่ง จากทั้งหมด 5 ภาค ในประเทศไทย เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก

ถัดมาเป็นการคอลแล็บร่วมกับแบรนด์สายแฟชั่น ซึ่งเป็นน่านน้ำใหม่ที่ขายหัวเราะเพิ่งเคยสัมผัส เริ่มจากการคอลแล็บกับแบรนด์ MC JEANS เพื่อออกคอลเลกชั่น ‘MC OVER’ ที่นอกจากจะมีลวดลายขายหัวเราะบนเสื้อยืดและเสื้อยีนส์ การโปรโมตยังหยิบคาแร็กเตอร์ขาประจำมาปรับลุคด้วยแฟชั่นยีนส์สุดเท่ นอกจากนั้นยังมีการคอลแล็บร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสายสตรีทอย่าง CARNIVAL ที่หยิบฟอนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของขายหัวเราะ และแก๊กตลกสามช่อง มาเปลี่ยนเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสุดลิมิเต็ด ที่ sold out อย่างรวดเร็ว

ในหมวดอาหาร ขายหัวเราะยังร่วมคอลแล็บกับแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานอย่างขนมปัง ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ที่นอกจากจะออกฟรุ้ตพาย 5 รสชาติ ยังมีการนำคาแร็กเตอร์ขวัญใจ ทั้งปังปอนด์ หนูหิ่น คุณมิลค์ บ.ก.วิธิต และเจ้าแมวตุ้มเม้งมาอวดโฉมบนแพ็กเกจจิ้งขนมปังแถว

หรือจะเป็นฝั่งการทำงานร่วมกับแบรนด์แว่นตาที่อยู่คู่กับคนไทยมานานอย่าง ‘หอแว่น’ ที่หยิบคาแร็กเตอร์ยอดนิยมมาดีไซน์แว่น 2in1 ที่เป็นทั้งแว่นสายตาและแว่นกันแดด ให้เข้ากับลุคและสไตล์ของคนแต่ละวัย ก่อนจะเอาใจสายสตรีทอีกครั้งด้วยการร่วมมือกับ Preduce Skateboards แบรนด์สเก็ตบอร์ดขวัญใจเด็กสยามสแควร์ รังสรรค์สเก็ตบอร์ดซีรีส์พิเศษ ซึ่งหยิบเอาลวดลายมุกตลกสุดฮาที่เป็นดั่งจดหมายเหตุมาประทับบนแผ่นสเก็ต

และปิดท้ายแคมเปญด้วยการคอลแล็บกับ IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดน ในโปรเจกต์ ‘ขำแบ็คโฮม’ ที่หยิบเอกลักษณ์ความเป็น Thai Local ผสมผสานกับอารมณ์ขัน เพื่อโปรโมตสินค้าต่างๆ ของ IKEA ในรูปแบบอนิเมชั่น และ Gagtalogue หรือแค็ตตาล็อกในสไตล์การ์ตูนแก๊กตามแบบฉบับขายหัวเราะ

หัวใจสำคัญของแคมเปญ ‘ฮ่าสิบปีขายหัวเราะ’ ไม่เพียงเป็นการนำคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนจากขายหัวเราะและอารมณ์ขันซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทุกคนรู้จักดีมาเป็นตัวชูโรง แต่ยังเป็นการหยิบคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนต่างๆ ซึ่งเราคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็กมาจับคู่กับแบรนด์ โดยดึงจุดเด่นของทั้งสองฝ่ายมาสร้าง product & service ที่น่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละเจเนอเรชั่น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิธีในการประยุกต์ใช้ความถนัดและจุดแข็งที่มีอยู่ในมือ มาต่อยอดส่งเสริมในด้านการตลาดและโลกธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ไร้ขอบเขต

คุณปาริชาต บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด ททท. กล่าวถึงความร่วมมือและรางวัลนี้ว่า “ทาง ททท. มีวิสัยทัศน์ อยากให้นักท่องเที่ยวมีความสุขในการเที่ยวเมืองไทย ขายหัวเราะเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพ ถ้าพูดถึงขายหัวเราะคนก็จะมีรอยยิ้มตรงกับสิ่งที่เราคิดพอดี ก่อนหน้าปี 2566 เราเคยทำเรื่องของเกาะขายหัวเราะ ในเรื่องของความยั่งยืนซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ ทำให้สร้างชื่อเสียงเละเกิดการเดินทางท่องเที่ยวเป็นรูปธรรมอย่างเห็นได้ชัด เราก็เลยคิดว่าถ้าเรามีพันธมิตรที่มีศักยภาพ วัตถุประสงค์ตรงกัน เเละเป็นปีท่องเที่ยวไทยผนวกกับอยากให้คนไทยอยากให้นักท่องเที่ยวมีความสุขก็เลยเป็นอะไรที่ลงตัว พอทราบ (ว่าได้รางวัล) ก็หายเหนื่อย คือความตั้งใจ ความดีใจ เป็นค่าตอบเเทนการทำงานของพวกเราที่มุ่งมั่นตั้งใจให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืน เวลาเราทำเเล้วออกดอกออกผลก็เป็นความภูมิใจของพวกเรา”

ตัวแทนจากทาง IKEA ประเทศไทย คุณยุนนา ชอย ผู้จัดการแผนกการตลาดและประชาสัมพันธ์ และคุณวรันธร เตชะคุณากร ผู้จัดการแผนกออกแบบและสื่อสาร เล่าว่า “ขายหัวเราะสร้างความสุขให้กับผู้คนที่บ้าน IKEA ก็สร้างความสุขให้กับคนเหมือนกัน ไม่ได้เป็นในมุมแก๊ก แต่เป็นในมุมที่เราเอาสินค้าต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มาทำให้ชีวิตของคนดีขึ้น และเราก็อยากทำให้คาแร็กเตอร์ของ IKEA มีความขี้เล่นสนุกสนาน ทำให้คนอื่นมีความสุขได้เหมือนกัน

“จริงๆ IKEA เป็นแบรนด์จากต่างประเทศที่ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย พอได้มาทำงานร่วมกันกับขายหัวเราะ ก็รู้สึกว่า ทำให้เข้าถึงคนไทย ทำให้ IKEA เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนในชีวิตประจำวันของคนไทยได้มากขึ้น เป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับขายหัวเราะ หลังจากนั้นถึงจะรู้สึกดีใจว่า สิ่งที่เราได้ทำร่วมกัน มีผู้คนมากมายชอบ และทำให้พวกเราได้รับรางวัลกับผลงานที่พวกเราตั้งใจกันทำมาหลายเดือน”

ส่วนคุณริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่าความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งแม็คยีนส์ ฃและขายหัวเราะ ต่างมีดีเอ็นเอที่ตรงกันในหลายๆ ส่วน ทั้งสองแบรนด์ต่างปรับตัวและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่างแม็คยีนส์ก็มีเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ นำเสนอสินค้าและคอลเลกชั่นใหม่ๆ ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับขายหัวเราะ ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากกว่าแค่หนังสือ

“การ collaboration ในคอลเลกชั่นนี้จึงน่าจะเพิ่มสีสันให้กับแบรนด์แม็คยีนส์ และเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่มีดีเอ็นเอหลายอย่างตรงกัน เป็นอีกหนึ่งก้าวที่แบรนด์ได้หาสิ่งสนุกๆ มานำเสนอ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ยินดีกับขายหัวเราะด้วยกับความสำเร็จ และยินดีที่ได้ร่วมงานกันในโปรเจกต์คุณภาพนี้และได้สร้างสรรค์คุณภาพให้กับลูกค้าร่วมกันและหวังว่าขายหัวเราะจะได้ต่อยอดสิ่งดีๆ แบบนี้ให้ลูกค้าต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...