BYD แซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในยุโรป ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเดือน เม.ย.68 พุ่ง 359%
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนของ BYD ในยุโรปแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นกว่า 359% ท่ามกลางแรงกดดันภาษีนำเข้า
วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทวิจัยด้านยานยนต์ JATO Dynamics ระบุว่าบริษัท BYD ของจีนมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV – Battery Electric Vehicles) ในยุโรปแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถยนต์ในภูมิภาคยุโรป
ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่จาก JATO ระบุว่ายอดขายของ BYD ในยุโรปพุ่งขึ้น 359% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสำเร็จจากการขยายตัวในตลาดโลกของบริษัท
ขณะเดียวกัน Tesla รายงานว่ายอดขายในยุโรปลดลง 49% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกระแสต่อต้าน CEO อีลอน มัสก์ และการประท้วงต่อบริษัทในหลายประเทศของยุโรป
เฟลิเป้ มูโนซ นักวิเคราะห์ยานยนต์ระดับโลกของ JATO กล่าวว่า แม้ความแตกต่างของยอดขายรายเดือนของทั้งสองแบรนด์จะไม่มากนัก แต่ผลกระทบที่ตามมาจาก BYD แซงหน้า Tesla นั้นมีนัยสำคัญมาก
“นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถยนต์ยุโรป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า Tesla ครองตลาดรถ BEV ในยุโรปมาหลายปี ขณะที่ BYD เพิ่งเริ่มดำเนินการนอกประเทศนอร์เวย์และเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2565”
JATO ยังเสริมว่า BYD ยังมียอดขายแซงหน้าแบรนด์รถยนต์ยุโรปรายสำคัญ เช่น Fiat และ SEAT ในประเทศฝรั่งเศสด้วย
โดยการเติบโตนี้เกิดขึ้น แม้โรงงานแห่งใหม่ของBYD ในประเทศฮังการีจะยังไม่เริ่มเดินสายการผลิต ซึ่งโรงงานดังกล่าวถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการผลิตในยุโรป
ทั้งนี้ความสำเร็จของBYD ในยุโรปเกิดขึ้น แม้สหภาพยุโรป (EU) จะกำหนดมาตรการเก็บภาษีนำเข้าที่สูงกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากจีนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยอ้างเหตุผลเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ภาษีนำเข้าที่ EU กำหนดมีแนวโน้มเอื้อประโยชน์ต่อ Tesla โดยรถที่ผลิตในจีนของ Tesla ถูกเก็บภาษีที่ 7.8% ขณะที่ BYDถูกเก็บที่ 17% และบริษัทจีนบางแห่งต้องจ่ายภาษีสูงถึง ประมาณ 35% โดยยังมีภาษีมาตรฐานสำหรับรถยนต์นำเข้าอีก 10%
รายงานของ JATO ระบุว่า แม้ภาษีนำเข้าจะส่งผลต่อยอดขายของผู้ผลิตจีนในระยะต้น แต่หลายบริษัทสามารถปรับตัวได้โดยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในยุโรป โดยเน้นรถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrids)
“จีนไม่เพียงเป็นผู้นำโลกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครองตลาดรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดด้วย”
ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในยุโรปยังคงขยายตัว โดยข้อมูลจาก JATO ระบุว่าการจดทะเบียนรถยนต์ BEV ในยุโรปเพิ่มขึ้น 28% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มขึ้น 31%
แม้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปจะมียอดลดลง และยอดจดทะเบียนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแตะเกือบ 15,300 คัน
ก่อนหน้าการตัดสินใจตั้งภาษีของ EU เมื่อปีที่แล้ว กลุ่มวิจัย Rhodium เคยประเมินว่าอัตราภาษีที่ 55% จึงจะเพียงพอทำให้ตลาดยุโรปไม่น่าดึงดูดสำหรับผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีรายงานว่า Tesla ซึ่งจำหน่ายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน มียอดขายประจำปีรวมต่ำกว่าBYD แล้ว ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ Tesla ลดลง มากกว่า 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสตอบโต้ทางการเมืองต่อบทบาทของมัสก์ ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้กระนั้น CEO คนดังได้ยืนยันว่าจะยังคงบริหาร Tesla ต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี ขณะที่ราคาหุ้นของBYD เพิ่มขึ้น 3.9% ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 78% แล้วในปีนี้
อ้างอิง : cnbc.com