“อิหร่าน” ชั่งใจตอบโต้สหรัฐ ปมโจมตีฐานนิวเคลียร์ จับตาเกมต่อไป
ผู้นำอิหร่านยังชั่งน้ำหนักทางเลือกตอบโต้ หลังถูกสหรัฐร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีฐานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 11.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่าน-อิสราเอล โจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั่วโลกจับตาการตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์โดยสหรัฐและโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประเด็นเรื่อง "เปลี่ยนระบอบปกครอง" ในอิหร่าน
อิหร่านประกาศจะปกป้องตนเองเมื่อวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.68) หนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่สุดของชาติตะวันตกต่ออิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นและกลับสู่การเจรจา
ภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า การโจมตีของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ต่อโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ (Fordow) ของอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ใต้ดิน ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายพื้นที่ดังกล่าวและเครื่องหมุนเหวี่ยง (centrifuge) สำหรับเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถยืนยันสถานะความเสียหายที่แท้จริงได้
ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “ความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นกับสถานที่นิวเคลียร์ทั้งหมดในอิหร่าน จุดที่เสียหายที่สุดอยู่ใต้ดินลึก เป้าหมายโดนเต็ม ๆ!!!”
ขณะที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เตือนอิหร่านไม่ให้ตอบโต้ พร้อมระบุว่า“รัฐบาลอิหร่านต้องเลือกที่จะสร้างสันติภาพ หรือจะเผชิญการโจมตีครั้งใหญ่และง่ายยิ่งกว่าเดิม”
พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐใช้อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง 75 ลูก รวมถึงระเบิดเจาะบังเกอร์และขีปนาวุธโทมาฮอว์กกว่า 24 ลูก โจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง
สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติ ระบุว่ายังไม่มีรายงานการเพิ่มขึ้นของกัมมันตภาพรังสีภายนอกหลังการโจมตี
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่ายังไม่สามารถประเมินความเสียหายใต้ดินได้
แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า อิหร่านได้เคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงส่วนใหญ่จากฟอร์โดว์ไปยังที่อื่นก่อนการโจมตี
ทั้งนี้อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีเป้าหมายเพื่อสร้างอาวุธ และยืนยันว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น หลังการโจมตีของสหรัฐ อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่อิสราเอล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและอาคารในเทลอาวีฟถูกทำลาย
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้ดำเนินการตามคำขู่หลัก ได้แก่ การโจมตีฐานทัพสหรัฐ หรือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก การปิดช่องแคบดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ลากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่วิกฤต และจุดชนวนความขัดแย้งกับกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐที่ประจำการในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม เบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.44% ที่ 78.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 11.22 น. ตามเวลา GMT ขณะที่เวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.87 ดอลลาร์ หรือ 2.53% ที่ 75.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โดยรัฐสภาอิหร่านอนุมัติให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านมีพรมแดนติดกับโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสื่อของทางการอิหร่าน Press TV ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดซึ่งมีผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แต่งตั้งเป็นประธาน
พลเอกเคนกล่าวว่ากองทัพสหรัฐได้เพิ่มมาตรการปกป้องกองกำลังในภูมิภาค รวมถึงในอิรักและซีเรีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนด้านความปลอดภัยแก่พลเมืองสหรัฐฯ ทั่วโลก ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้จีนกดดันอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า“หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ มากกว่าสหรัฐเสียอีก”
กองทัพอิสราเอลรายงานว่าตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านในช่วงเช้าวันจันทร์ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลสามารถสกัดกั้นได้
ไซเรนเตือนภัยดังสนั่นในเทลอาวีฟและหลายพื้นที่ในภาคกลางของอิสราเอล อิหร่านยังคงมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่มหานครเทลอาวีฟซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและกองทัพของอิสราเอล
สื่อของอิหร่านรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานถูกเปิดใช้งานเพื่อตอบโต้เป้าหมายของศัตรู และมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีเป้าหมายที่พาร์ชิน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งฐานทัพสำคัญทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเตหะราน
นอกจากนี้ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ว่า “แม้จะไม่ใช่คำที่ถูกต้องทางการเมือง แต่ถ้ารัฐบาลอิหร่านปัจจุบันไม่สามารถทำให้อิหร่านยิ่งใหญ่ได้ ทำไมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองล่ะ? MIGA!!!” (MIGA ย่อจาก Make Iran Great Again)
โพสต์ของทรัมป์มีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของเขา รวมถึงรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ยืนยันว่าสหรัฐไม่มีแผนที่จะโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน
เจ้าหน้าที่อิสราเอล ซึ่งเริ่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่างแสดงท่าทีชัดเจนมากขึ้นว่าต้องการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน
ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางไปกรุงมอสโกในวันจันทร์เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน แต่ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอลด้วย
อารักชีแถลงที่นครอิสตันบูลเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านจะพิจารณาทางเลือกทุกทางในการตอบโต้ และจะไม่มีการกลับไปสู่การเจรจาใด ๆ จนกว่าจะได้ตอบโต้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวบ่อนทำลายสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ และเตือนว่าความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมเมื่อวันอาทิตย์เพื่อหารือสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่รัสเซีย จีน และปากีสถานเสนอร่างมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขและทันทีในตะวันออกกลาง
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่าการทิ้งระเบิดอิหร่านของสหรัฐ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่อันตราย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
สายการบินพาณิชย์หลายแห่งกำลังชั่งใจว่าจะระงับเส้นทางบินในตะวันออกกลางนานแค่ไหน หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเส้นทางบินในภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อเที่ยวบินระหว่างยุโรปกับเอเชีย แต่จากการตรวจสอบของเว็บไซต์ FlightRadar24 พบว่าท้องฟ้าเหนืออิหร่าน อิรัก ซีเรีย และอิสราเอลยังคงว่างเปล่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.reuters.com