โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” ชั่งใจตอบโต้สหรัฐ ปมโจมตีฐานนิวเคลียร์ จับตาเกมต่อไป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.46 น.

ผู้นำอิหร่านยังชั่งน้ำหนักทางเลือกตอบโต้ หลังถูกสหรัฐร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีฐานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 11.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่าน-อิสราเอล โจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั่วโลกจับตาการตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์โดยสหรัฐและโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประเด็นเรื่อง "เปลี่ยนระบอบปกครอง" ในอิหร่าน

อิหร่านประกาศจะปกป้องตนเองเมื่อวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.68) หนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่สุดของชาติตะวันตกต่ออิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นและกลับสู่การเจรจา

ภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า การโจมตีของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ต่อโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ (Fordow) ของอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ใต้ดิน ได้สร้างความเสียหายหรือทำลายพื้นที่ดังกล่าวและเครื่องหมุนเหวี่ยง (centrifuge) สำหรับเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถยืนยันสถานะความเสียหายที่แท้จริงได้

ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “ความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นกับสถานที่นิวเคลียร์ทั้งหมดในอิหร่าน จุดที่เสียหายที่สุดอยู่ใต้ดินลึก เป้าหมายโดนเต็ม ๆ!!!”

ขณะที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เตือนอิหร่านไม่ให้ตอบโต้ พร้อมระบุว่า“รัฐบาลอิหร่านต้องเลือกที่จะสร้างสันติภาพ หรือจะเผชิญการโจมตีครั้งใหญ่และง่ายยิ่งกว่าเดิม”

พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐใช้อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง 75 ลูก รวมถึงระเบิดเจาะบังเกอร์และขีปนาวุธโทมาฮอว์กกว่า 24 ลูก โจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติ ระบุว่ายังไม่มีรายงานการเพิ่มขึ้นของกัมมันตภาพรังสีภายนอกหลังการโจมตี
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่ายังไม่สามารถประเมินความเสียหายใต้ดินได้

แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า อิหร่านได้เคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงส่วนใหญ่จากฟอร์โดว์ไปยังที่อื่นก่อนการโจมตี

ทั้งนี้อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีเป้าหมายเพื่อสร้างอาวุธ และยืนยันว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น หลังการโจมตีของสหรัฐ อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่อิสราเอล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและอาคารในเทลอาวีฟถูกทำลาย

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้ดำเนินการตามคำขู่หลัก ได้แก่ การโจมตีฐานทัพสหรัฐ หรือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก การปิดช่องแคบดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ลากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่วิกฤต และจุดชนวนความขัดแย้งกับกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐที่ประจำการในอ่าวเปอร์เซีย

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม เบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.44% ที่ 78.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 11.22 น. ตามเวลา GMT ขณะที่เวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.87 ดอลลาร์ หรือ 2.53% ที่ 75.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยรัฐสภาอิหร่านอนุมัติให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านมีพรมแดนติดกับโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสื่อของทางการอิหร่าน Press TV ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดซึ่งมีผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แต่งตั้งเป็นประธาน

พลเอกเคนกล่าวว่ากองทัพสหรัฐได้เพิ่มมาตรการปกป้องกองกำลังในภูมิภาค รวมถึงในอิรักและซีเรีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนด้านความปลอดภัยแก่พลเมืองสหรัฐฯ ทั่วโลก ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้จีนกดดันอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า“หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ มากกว่าสหรัฐเสียอีก”

กองทัพอิสราเอลรายงานว่าตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านในช่วงเช้าวันจันทร์ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลสามารถสกัดกั้นได้
ไซเรนเตือนภัยดังสนั่นในเทลอาวีฟและหลายพื้นที่ในภาคกลางของอิสราเอล อิหร่านยังคงมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่มหานครเทลอาวีฟซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและกองทัพของอิสราเอล

สื่อของอิหร่านรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานถูกเปิดใช้งานเพื่อตอบโต้เป้าหมายของศัตรู และมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีเป้าหมายที่พาร์ชิน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งฐานทัพสำคัญทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเตหะราน

นอกจากนี้ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ว่า “แม้จะไม่ใช่คำที่ถูกต้องทางการเมือง แต่ถ้ารัฐบาลอิหร่านปัจจุบันไม่สามารถทำให้อิหร่านยิ่งใหญ่ได้ ทำไมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองล่ะ? MIGA!!!” (MIGA ย่อจาก Make Iran Great Again)

โพสต์ของทรัมป์มีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของเขา รวมถึงรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ยืนยันว่าสหรัฐไม่มีแผนที่จะโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน

เจ้าหน้าที่อิสราเอล ซึ่งเริ่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่างแสดงท่าทีชัดเจนมากขึ้นว่าต้องการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน

ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางไปกรุงมอสโกในวันจันทร์เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน แต่ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอลด้วย

อารักชีแถลงที่นครอิสตันบูลเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านจะพิจารณาทางเลือกทุกทางในการตอบโต้ และจะไม่มีการกลับไปสู่การเจรจาใด ๆ จนกว่าจะได้ตอบโต้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวบ่อนทำลายสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ และเตือนว่าความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมเมื่อวันอาทิตย์เพื่อหารือสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่รัสเซีย จีน และปากีสถานเสนอร่างมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขและทันทีในตะวันออกกลาง

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่าการทิ้งระเบิดอิหร่านของสหรัฐ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่อันตราย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

สายการบินพาณิชย์หลายแห่งกำลังชั่งใจว่าจะระงับเส้นทางบินในตะวันออกกลางนานแค่ไหน หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเส้นทางบินในภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อเที่ยวบินระหว่างยุโรปกับเอเชีย แต่จากการตรวจสอบของเว็บไซต์ FlightRadar24 พบว่าท้องฟ้าเหนืออิหร่าน อิรัก ซีเรีย และอิสราเอลยังคงว่างเปล่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...