ราคาอาหารต่อจานในไทย 13 ปี แพงขึ้น 106.5%
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย AREA รายงานผลสำรวจ การเปลี่ยนแปลงราคาอาหาร ช่วง 13 ปี (พ.ศ. 2555 - 2568) จากร้านอาหาร เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ในพื้นที่สีลม สุรวงศ์ และสาทร หนึ่งในพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพ (CBD) ได้ดังนี้
พ.ค. 55 ราคาเฉลี่ย 31 บาท
พ.ค. 56 ราคาเฉลี่ย 31.8 บาท
พ.ค. 57 ราคาเฉลี่ย 34.3 บาท
พ.ย. 57 ราคาเฉลี่ย 36.1 บาท
พ.ค. 58 ราคาเฉลี่ย 38.4 บาท
พ.ย. 58 ราคาเฉลี่ย 40 บาท
พ.ค. 59 ราคาเฉลี่ย 41.7 บาท
พ.ย. 59 ราคาเฉลี่ย 43.1 บาท
พ.ค. 60 ราคาเฉลี่ย 45.7 บาท
พ.ย. 60 ราคาเฉลี่ย 47.1 บาท
พ.ค. 61 ราคาเฉลี่ย 48.1 บาท
พ.ย. 61 ราคาเฉลี่ย 49 บาท
พ.ค. 62 ราคาเฉลี่ย 50.2 บาท
พ.ค. 63 ราคาเฉลี่ย 51.4 บาท
มิ.ย. 64 ราคาเฉลี่ย 53.5 บาท
พ.ค. 65 ราคาเฉลี่ย 57 บาท
พ.ค. 67 ราคาเฉลี่ย 62.8 บาท
มิ.ย. 68 ราคาเฉลี่ย 64 บาท
เมื่อประเมินจากภาพรวมสะสม 13 ปี (พฤษภาคม 2555 – มิถุนายน 2568) ราคาเพิ่มจาก 31.0 บาท เป็น 64.0 บาท หรือเพิ่มขึ้น 106.5% และหากคิดเป็นการเพิ่มขึ้นต่อปี ก็เท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 5.7% ต่อปี ส่วนปี 2568 เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 2567
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนสำคัญมาจาก ”ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกเพื่อการขายอาหาร“ เช่น ร้านอาหารบางแห่งเช่าพื้นที่ขนาดประมาณ 18 ตารางเมตร เป็นเงินถึง 60,000 บาทต่อเดือน (ตรม.ละ 3,333 บาท)
และด้วยเหตุที่ค่าเช่าพื้นที่ขายแพงก็เลยมีร้านอาหารประเภท “อาหารกล่อง” คือให้ผู้ซื้อๆ กลับไปรับประทานที่อื่น จึงประหยัดค่าเช่าได้มาก ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ
ดังนั้น รัฐบาลหรือกรุงเทพมหานคร อาจช่วยจัดหาพื้นที่ค้าขายในราคาถูก เพื่อให้ผู้ค้าสามารถยืนหยัดขายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชน
สำหรับราคาอาหารในปี 2568-2569 น่าจะยังค่อนข้างทรงตัวเพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองกันทั่วหน้า หากขึ้นราคาสินค้าอาหารอีก ก็คงยิ่งขายยาก ราคาอาหารจึงน่าจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2% เช่นกัน