โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คลั่งเจ้าฝรั่งเศส ยุคแห่งความสยดสยองสีขาว ศ.ไชยันต์ เผยประวัติศาสตร์ความรุนแรงของขวาจัดฝรั่งเศส ที่ไม่ต่างจากความรุนแรงในช่วงฝ่ายซ้ายจัดปกครอง | The Structure

The Structure

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. • The Structure

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความกล่าวถึงประวัติศาสตร์การเมืองของฝรั่งเศส โดยมีข้อความว่า

“ความสยดสยองขาว (the White Terror) ในการเมืองฝรั่งเศส ค.ศ. 1815

หลังจากที่ฝรั่งเศสเข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1791 และทั้งสถาบันกษัตริย์และรัฐธรรมนูญของระบอบดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1792 จากนั้นฝรั่งเศสได้เข้าสู่ระบอบสาธารณรัฐและต่อด้วยระบอบสาธารณรัฐแบบจักรวรรดิภายใต้ผู้นำอย่างนโปเลียน

แต่หลังจากนโปเลียนพ่ายแพ้สงครามต่อกองทัพของชาติต่างๆในยุโรปที่รวมตัวกันเพื่อจัดการกับฝรั่งเศสและระบอบสาธารณรัฐแบบฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1814 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทให้ฝรั่งเศสรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ และสถาปนาระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญกลับคืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงรอยต่อนั้นเอง ที่เกิดเหตุการณ์ที่เรียกขานกันในนามของ ความสยดสยองขาว (the White Terror)

ทำไมความสยดสยองต้องสีขาว ?

สีขาวนี้มาจากสีธงที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกบูร์บองที่พวกอัลตร้า-รอยัลลิสต์ (Ultra-royalists) หรือพวกคลั่งเจ้าใช้เป็นสัญลักษณ์ของพวกตน

พวกคลั่งเจ้าได้พากันออกมาใช้ความรุนแรง อันเป็นความรุนแรงที่ไม่ต่างจากที่พวกคลั่งล้มเจ้ากระทำในช่วงทศวรรษ 1790 ที่มีคนจำนวนมากถูกฆ่าตาย คนนับพันบาดเจ็บ ถูกทรมาน คุมขังและต้องลี้ภัยออกไป

พวกคลั่งเจ้าฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1815 ทำให้มีคนตาย 50 คน บาดเจ็บ 200 ร้านรวงและบ้านถูกเผาจำนวน 80 หลังคาเรือน แม้กระทั่งผู้บัญชาการกองกำลังแห่งชาติท้องถิ่นที่เป็นพวกรอยัลลิสต์แต่ไม่คลั่งเจ้าพอ ก็ถูกฆ่าตายไปด้วย

พวกคลั่งเจ้าเห็นว่า ในภาวะการณ์เช่นนั้น การยอมรับสถาบันกษัตริย์เฉยๆ นั้นไม่เพียงพอ แต่จะต้องสนับสนุนเจ้าอย่างเข้มข้นเท่านั้น มิเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเป็นรอยัลลิสต์แบบกลางๆ

พวกคลั่งเจ้ามีความคลั่ง ขนาดตั้งข้อสงสัยแม้กระทั่งตัวพระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดที่ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมาในปี ค.ศ. 1814 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน (Chamber of Deputies) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1815 กว่าร้อยละ 90 ที่ได้รับเลือกเป็นคลั่งเจ้า (350 ในทั้งหมด 402 ที่นั่ง)

พระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดทรงเรียกสภานี้ ด้วยความกระอักกระอ่วนว่า สภาที่ไม่มีใครต้องการ (chambre introvouvable) ด้วยพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าสภาที่ประกอบไปด้วยสมาชิกส่วนใหญ่ที่คลั่งเจ้านี้น่าจะยากที่จะเกิดการประสานความร่วมมือในชาติได้

สภาผู้แทนชุดคลั่งเจ้านี้ได้ประกาศห้ามใช้ธงสามสีของฝรั่งเศสที่ใช้ในช่วงปฏิวัติ (tricolored flag) สมาชิกสภาคลั่งเจ้าบางคนเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ใดก็ตามที่มีธงของพวกปฏิวัติไว้ในครอบครอง

สภาคลั่งเจ้ายังได้ตรากฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสามารถจับกุมใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าลอบวางแผนหรือตีพิมพ์เอกสารปลุกปั่น

มีการปลดข้าราชการจำนวน 80,000 คน คิดเป็นหนึ่งในสามของข้าราชการทั้งหมด และลดตำแหน่งนายทหารลงจำนวน 15,000 นาย ลดจำนวนทหารในกองทัพลงเหลือเพียงหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดหนึ่งล้านนาย และไล่สมาชิกสภาสูง (the Chamber of Peers) ที่สนับสนุนการรื้อฟื้นระบอบสาธารณรัฐออก 29 คน และมีการจับกุมผู้คนในข้อหาทางการเมือง 70,000 คน

มีการตั้งศาลพิเศษ (cours prevolates) ขึ้นเพื่อพิจารณาคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในช่วงดังกล่าว

ศาลทหารตัดสินลงโทษอย่างรุนแรง มีการจับกุมนายทหารระดับนายพล 54 นาย และมีการตัดสินประหารชีวิต ส่งผลให้สาธารณชนส่งเสียงคัดค้าน ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวนี้ พระเจ้าหลุยส์ที่สิบแปดเองก็ทรงพยายามที่จะไม่ให้เกิดขึ้น

เหตุที่ทหารต้องถูกปลด ลดตำแหน่ง ไล่ออก และถูกประหารชีวิต เพราะทหารส่วนใหญ่สนับสนุนนโปเลียนและระบอบสาธารณรัฐแบบจักรวรรดิของฝรั่งเศส”

#TheStructure

#TheStructureNews

#ฝรั่งเศส #คลั่งเจ้า#ไชยันต์ไชยพร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...