ดีเอสไอ จ่อสรุปคดีตึกถล่ม ส่ง ป.ป.ช. 4 บิ๊กสตง.โดนรูด-จนท.รัฐอีก 70 คน
DSIสอบคดีฮั้วประมูลสัญญาตึก สตง. เตรียมเสนอสำนวนให้ อธิบดีดีเอสไอพิจารณาภายในศุกร์ 13 มิ.ย.นี้ ก่อนส่ง ป.ป.ช. ไต่สวน 4 บิ๊ก สตง. ‘ประธาน สตง.-ผู้ว่า สตง.-อดีตผู้ว่า สตง.-เลขานุการประธาน สตง.’ พร้อมเจ้าหน้าที่รัฐรวม 70 ราย และผู้บริหารกิจการร่วมค้า PKW 6 ราย
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 58/2568 ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือกรณีการฮั้วประมูลสัญญาโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยความคืบหน้าว่า สำหรับสำนวนคดีดังกล่าวนี้ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างกระบวนการเรื่องเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในสำนวน ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เดินทางเข้ามาให้การกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 7 กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กองคดีฮั้วประมูล) เนื่องจากกรมโยธาธิการฯ ถือเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตรวจค้นแพลนท์ปูน 7 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้บูรณาการร่วมตรวจค้นด้วย เพื่อลงรายละเอียดตรวจสอบว่าปูนที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ โดยเป็นการหารือเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติเรื่องปูนที่ใช้ผสมกับซีเมนต์ในการก่อสร้างอาคาร สตง. โดยเฉพาะการไม่พบตราสัญลักษณ์ มอก. บนถุงปูน ซึ่งไม่ตรงกับเอกสาร TOR ที่ระบุไว้ในการจัดซื้อจัดจ้าง
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวจะถูกรวมไว้ในสำนวนคดีฮั้วประมูลด้วย ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องเสนอสำนวนคดีฮั้วประมูลให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณาความเห็นทางคดี เพื่อที่สัปดาห์ถัดไปจะได้นำสำนวนคดีส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 70 ราย ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารองค์กรอิสระ 2.คณะกรรมการออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุมงาน จำนวน 10 คณะ และ 3.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ประมาณ 15 ราย พร้อมนิติบุคคล คือ ผู้บริหารของกิจการร่วมค้า PKW จำนวน 6 ราย ทั้งนี้ ในส่วนของคดีนอมินีภาคสอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่ก่อนหน้านี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มาให้ข้อมูลกับดีเอสไอ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการออกเลขรับเป็นคดีพิเศษอีกหนึ่งสำนวน เบื้องต้นมีบริษัทเกี่ยวข้องที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่ บริษัท เอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต (ประเทศไทย), บริษัท วีลมาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีนอมินีภาคสอง ซึ่งดีเอสไอเตรียมรับไว้ดำเนินการสอบสวน 4 บริษัท เป็นอีกหนึ่งคดีพิเศษนั้น จากรายงานการสอบสวนในคดีนอมินีภาคหนึ่ง (คดีพิเศษที่ 32/2568) พบว่า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ เลขที่ 493 ซอยพุทธบูชา 44 แยก 11 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ไม่ได้เป็นเพียงที่ตั้งของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ เพียงเจ้าเดียว แต่ยังมีบริษัท/นิติบุคคล ที่มีที่ตั้งเดียวกันถึง 8 บริษัท โดยในจำนวนนี้ คือ 4 บริษัท (บริษัท สันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท เอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต (ประเทศไทย), บริษัท วีลมาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด) ที่เอสไอเตรียมสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอ จ่อสรุปคดีตึกถล่ม ส่ง ป.ป.ช. 4 บิ๊กสตง.โดนรูด-จนท.รัฐอีก 70 คน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th