โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พรีวิว realme GT 7 และ GT 7T สองคู่หูแฟลกชิประดับท็อป ที่แรงและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม

Siamphone

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 04.15 น.
พรีวิว realme GT 7 และ GT 7T สองคู่หูแฟลกชิประดับท็อป ที่แรงและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม

realme ยกระดับมาตรฐานสมาร์ทโฟนแฟลกชิปไปอีกขั้น ด้วยการส่ง GT 7 และ GT 7T ลงสนามพร้อมกัน โดยวางจุดขายแบบเฉียบชัด GT 7 สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของสเปค ทั้งชิปฯ Dimensity 9400e ระดับไฮเอนด์ตัวล่าสุด หน้าจอ 6000 nits กล้องโปร และระบบระบายความร้อนด้วยกราฟีน ส่วน GT 7T คืออีกทางเลือกที่แรงและครบครันในราคาย่อมเยา ทั้งชิปฯ Dimensity 8400-MAX อีกทั้งมาพร้อมกล้อง 4K, แบตเตอรี่ขนาดเดียวกัน 7000mAh และดีไซน์ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนนิยามคำว่า “เรือธง” ให้เข้าถึงได้มากกว่าเดิม

realme GT 7 (12GB + 512GB)

https://s.lazada.co.th/s.xcpq6?cc

realme GT 7T (12GB + 256GB)

หน้าจอ AMOLED สวยจัด สว่างจ้า ชัดทั้งกลางแจ้งและในที่ร่ม

หน้าจอของทั้งสองรุ่นคือระดับท็อปในกลุ่ม โดย GT 7 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2780×1264 ความสว่างสูงสุดถึง 6000 nits รองรับ HDR10+ และ Dolby Vision เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งหรือใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า ส่วน GT 7T จะมีขนาด 6.8 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า GT 7 เล็กน้อย ความละเอียด 2800×1280 ความสว่างสูงสุด 1800 nits

มีความคมชัด เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมาพร้อม Touch Sampling Rate สูงสุด 2600Hz และระบบสัมผัสที่แม่นยำ แม้ใช้ในตอนที่มือเปียก

เล่นเกมลื่น แรงเสถียรในระดับเฟรมเรตสูง

ทั้งสองรุ่นรองรับเฟรมเรตสูงสุด 120FPS สำหรับเกมดังระดับโลก เช่น PUBG, MLBB, COD Mobile และอีกหลายเกม โดย GT 7 มีฟีเจอร์ GT Boost ที่ช่วยคาดการณ์การโหลดของชิประหว่างเล่นเกม ทำให้ควบคุมเฟรมเรตได้เสถียรกว่า พร้อมระบบระบายความร้อนที่ช่วยให้เล่นยาวนานโดยไม่เกิดอาการเฟรมดรอป ส่วน GT 7T มีความแรงของ Dimensity 8400-MAX เสริมด้วย VC Cooling ขนาดใหญ่ ช่วยให้การเล่นเกมต่อเนื่องเป็นไปอย่างราบรื่นไม่แพ้กัน

ชิปเซ็ตทรงพลังระดับท็อปของแต่ละกลุ่ม

realme GT 7 มาพร้อมขุมพลัง MediaTek Dimensity 9400e ชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์ตัวล่าสุด ที่แรงติดอันดับ 3 ของสมาร์ทโฟน Android ในปีนี้ ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่แบบ X4 Prime บนกระบวนการผลิต 4nm โดย TSMC และรองรับ AI ขั้นสูงผ่าน APU7.0 จนทำให้คะแนน AnTuTu ทะลุ Snapdragon 8 Gen 3 ไปกว่า 200,000 คะแนน ขณะที่ realme GT 7T ใช้ MediaTek Dimensity 8400-MAX ที่แม้เป็นรุ่นรอง แต่ก็แรงที่สุดในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับกลาง โดยมาพร้อมคะแนน AnTuTu เกิน 1.75 ล้าน และรองรับ AI Model เดียวกับรุ่นพี่ ตอบโจทย์เกมและงานที่ต้องใชักราฟิกหนักๆ ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ราคาที่คุ้มค่ามากจริงๆ

ดีไซน์ IceSense พร้อมระบบระบายความร้อนเฉพาะตัว

GT 7 มาพร้อมนวัตกรรม IceSense Graphene ที่ใช้วัสดุกราฟีนแทรกระหว่างโครงสร้างฝาหลัง ทำให้ระบายความร้อนได้ดีกว่าฝาหลังไฟเบอร์กลาสถึง 24 เท่า และให้สัมผัสเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ขณะที่ GT 7T ใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Airflow VC ขนาด 7,700 มม² ซึ่งเป็น VC ขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม และครอบคลุมพื้นที่สมาร์ทโฟนถึง 65% ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนแม้ใช้งานต่อเนื่อง

กล้อง 50MP พร้อมถ่ายวิดีโอใต้น้ำแบบ 4K

GT 7 ใช้กล้องหลังหลัก Sony IMX906 ส่วน GT 7T ใช้ IMX896 ซึ่งแม้จะต่างรุ่นแต่ยังคงความละเอียด 50MP พร้อมเทคโนโลยี Lightning Snap ที่จับภาพเร็วได้สูงสุด 50 ภาพ/วินาที รองรับโหมด Travel Style ที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพเดินทางโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังรองรับ 4K Underwater Mode ให้คุณบันทึกวิดีโอใต้น้ำได้ชัดระดับ UHD โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม

แบตเตอรี่ 7000mAh กับชาร์จไว 120W ที่เร็วจัดทั้งคู่

ทั้ง GT 7 และ GT 7T มาพร้อมแบตเตอรี่ Titan ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh รองรับการชาร์จไว 120W SUPERVOOC ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 50% ภายใน 14 นาที และเต็ม 100% ภายใน 40 นาที โดย GT 7 มีฟีเจอร์ Smart Bypass ที่ช่วยส่งพลังงานตรงเข้าบอร์ดขณะเล่นเกม เพื่อลดการสะสมความร้อนและยืดอายุแบต ขณะที่ GT 7T แม้ไม่มีฟีเจอร์นี้ แต่ก็ได้เปรียบที่แบตใหญ่เท่ากันแต่เครื่องบางเบากว่า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปทั้งวัน

ฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ มาแบบครบครัน พร้อมตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

GT 7 และ GT 7T ต่างก็อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น AI Planner ที่ช่วยสร้างตารางนัดหมายจากภาพ โพสต์ หรือข้อความบนหน้าจอเพียงแตะด้านหลังสองครั้ง รวมถึงฟีเจอร์ AI Glare Removal, AI Landscape+, AI Eraser, และ AI Gaming Coach ที่ช่วยลบวัตถุไม่ต้องการในภาพ เพิ่มความคมชัดของวิว และแจ้งเตือนสถานะเกมแบบเรียลไทม์ ทั้งสองรุ่นยังรองรับ Google Gemini ช่วยให้ประสบการณ์ AI สมาร์ตและครบเครื่องยิ่งขึ้น

realme GT 7 และ GT 7T มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูและขนาดที่จับถนัดมือ ทั้งสองรุ่นใช้โครงสร้างแบบ IceSense Design ที่เน้นการจัดการความร้อน มีความแตกต่างกันตามแนวทางของแต่ละรุ่น โดย GT 7 มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 162.42 x 76.13 x 8.30 มิลลิเมตร น้ำหนัก 206 กรัม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี IceSense Black และ IceSense Blue ส่วน GT 7T มีให้เลือก 3 สี โดยสี IceSense Black และสี IceSense Blue มีขนาด 162.42 x 75.97 x 8.25 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม ส่วนสี Racing Yellow จะมีขนาด 162.42 x 75.97 x 8.88 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 205 กรัม

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ โดย GT 7 ใช้หน้าจอขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2780 x 1264 พิกเซล ขณะที่ GT 7T ใช้หน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 2800 x 1280 พิกเซล ทั้งคู่รองรับอัตราการรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และ Sampling Rate สูงสุดถึง 2600Hz ให้การตอบสนองที่แม่นยำและลื่นไหลระดับเสี้ยววินาที สำหรับการใช้งานกลางแจ้ง GT 7 โดดเด่นด้วยค่าความสว่างสูงสุดถึง 6000 nits พร้อมรองรับ HDR10+ และ Dolby Vision ส่วน GT 7T ให้ความสว่างสูงสุด 1800 nits รองรับ HDR10+ เช่นกัน

ด้านบนของหน้าจอทั้งสองรุ่นติดตั้งกล้องหน้าแบบ Punch-hole ความละเอียด 32MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX615 ขนาด 1/2.74 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 60fps เรียกได้ว่ารอบตัวเครื่องของ realme GT 7 และ GT 7T มีความแตกต่างกันน้อยมาก ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ด้านบนของ realme GT 7 และ GT 7T มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน IR Blaster และลำโพงเสียง

  • ด้านซ้ายของ realme GT 7 และ GT 7T ไม่มีปุ่มใช้งานใดๆ

  • ด้านขวาของ realme GT 7 และ GT 7T มีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่ม Power สำหรับล็อคหน้าจอและเปิด-ปิด, รีสตาร์ทเครื่อง ตัวปุ่มทำออกมาเป็นสีส้ม

  • ด้านล่างของตัวเครื่องทางซ้ายสุดเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ด ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน, พอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลาง และทางขวาเป็นลำโพงเสียง

  • ด้านหลังของ realme GT 7 และ GT 7T จะพบกับ โมดูลกล้องดีไซน์สี่เหลี่ยมขอบโค้งมน บริเวณขอบกล้องจะเป็นสีส้มเช่นเดียวกับสีของปุ่ม Power ช่วยตัดกับสีของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีพร้อมข้อความว่า HYPERIMAGE+ เป็นสีส้มด้วยเช่นกัน

  • realme GT 7

มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก ใช้เซนเซอร์ IMX906 ความละเอียด 50MP, กล้อง Telephoto ใช้เซนเซอร์ S5KJN5 ความละเอียด 50MP และกล้อง Ultra-Wide ใช้เซนเซอร์ OV08D10 ความละเอียด 8MP และไฟแฟลช LED

[* realme GT 7T มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว ได้แก่]

กล้องหลัก ใช้เซนเซอร์ IMX896 ความละเอียด 50MP และกล้อง Ultra-Wide ใช้เซนเซอร์ OV8D10 ความละเอียด 8MP และไฟแฟลช LED เป็นทรงกลม

  • บริเวณฝาหลังของทั้งสองรุ่น มีโลโก้ realme อยู่ด้านล่างทางซ้ายมือ และทางด้านขวาถัดจากโมดูลกล้องจะมีสัญลักษณ์ GRAPHENG เนื่องจากในสองรุ่นนี้ มีการใช้วัสดุ IceSense Graphene ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่นำกราฟีนชนิดพิเศษฝังไว้ใต้ฝาหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้มากกว่าฝาหลังทั่วไปถึง 24 เท่า
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...