โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

" ชัชชาติ " คุมเข้ม 50 เขต พื้นที่ กทม. ต้องปลอดฝุ่น PM 2.5

The Better

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • THE BETTER
“ชัชชาติ” ประชุมร่วม 30 หน่วยงาน แก้ปัญหาฝุ่น เตรียมขยายมาตรการหลายมิติ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน ร่วมประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เรื่องฝุ่นยังเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำงานทุกวันตลอดทั้งปีและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแค่ช่วงหน้าฝุ่น ปีนี้เรามีความก้าวหน้าในหลายเรื่อง เช่น มาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone - LEZ) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนเรื่องการวัดสถานการณ์ฝุ่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเรามีสถานีวัดย่อยทั้ง 50 เขต เครื่องวัดจำนวน 70 เครื่อง ทั้งนี้ หากเอาค่าฝุ่นทั้ง 50 เขตมาเฉลี่ยอาจจะไม่ถูกต้อง ดังนั้น กทม. ต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าเราจะใช้ค่าใดเพื่อบอกว่าสถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นหรือแย่ลง เช่น เอาค่าฝุ่นในเขตที่เกินมาตรฐานในแต่ละวันได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดตัวเลขที่แท้จริงที่สามารถเป็นตัวบ่งชี้สถานการณ์ฝุ่น เพราะหากวัดไม่ได้จะไม่สามารถประเมินการทำงานว่าเรามาถูกทางหรือไม่

ในส่วนสถานการณ์ฝุ่นในแต่ละปี (2564 - 2568) สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร รายงานว่า ค่าฝุ่นจะสูงตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงปลายเดือนมีนาคมของอีกปี เนื่องจากต้นเดือนพฤศจิกายนจะเข้าสู่ฤดูหนาวและช่วงต้นปีมีการเผาชีวมวลจึงทำให้ค่าฝุ่นสูง

ด้านผลการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ได้แก่ LEZ กรุงเทพมหานครมีการประกาศห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ (ยกเว้น EV, NGV, EURO 5-6) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีสีเขียว เข้าในพื้นที่เขตควบคุมฝุ่นวงแหวนรัชดาภิเษก ในช่วงวิกฤตฝุ่น ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค. 68 เวลา 00.01 น. ถึงวันศุกร์ที่ 24 ม.ค. 68 เวลา 23.59 น. ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว 426 คัน พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับแล้ว 4 คดี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 67 – 31 มี.ค. 68 มีรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปลงทะเบียนบัญชีสีเขียวแล้วทั้งสิ้น 57,936 คัน โดยในปี 2569 จะพิจารณาขยายพื้นที่การประกาศห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ด้านโครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 67 – 28 ก.พ. 68 กทม. ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเชิญชวนทุกภาคส่วนเข้าร่วมโครงการฯ โดยมีรถเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนไส้กรองแล้ว 291,137 คัน จากเป้าหมาย 500,000 คัน มีการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นในโรงเรียน 1,966 ห้อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 744 ห้อง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 151 แห่ง

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ก็ดำเนินการต่อเนื่อง เช่น เชิญชวนทุกภาคส่วน Work From Home ตั้งเป้าลงทะเบียน 200,000 คน ปัจจุบันลงทะเบียนแล้ว 104,402 คน โดยช่วงที่ประกาศ WFH ส่งผลให้การจราจรลดลง 15% เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ไม่ใช้เงินแต่ใช้ความร่วมมือ โดย กทม. จะพยายามหาเครือข่ายให้มากขึ้น นอกจากนี้ มีการให้เกษตรยืมรถอัดฟางเพื่อลดการเผา การประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ สนับสนุนน้ำแข็งแห้งเพื่อดำเนินภารกิจลดฝุ่นของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสฝุ่น PM2.5 การพยากรณ์และแจ้งเตือนฝุ่นผ่านธงคุณภาพอากาศในโรงเรียน ชุมชน และสำนักงานเขต เปิดศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร และแจ้งเตือนผ่าน LINE ALERT ตรวจต้นตอฝุ่น ปรับปรุงจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว

“ สุดท้ายแล้วปัญหาเรื่องฝุ่นตนเชื่อว่าเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเผาชีวมวล การปล่อยควันพิษมันคือทางออกที่เป็นเศรษฐศาสตร์ ชาวนาจะเลือกการเผานาซึ่งเป็นทางเลือกที่ต้นทุนไม่สูง แต่ถามว่าคนยอมกินข้าวที่แพงขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่มีการเผานา คนก็ไม่ยอมแต่จะกินข้าวราคาถูกสุดท้ายก็เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ดังนั้นถ้าหากเราไม่ช่วยด้านเศรษฐกิจ เช่น ไม่หาอุปกรณ์ให้ชาวนาเพื่อลดต้นทุน ไม่หาตลาดให้ชาวนาหากต้องขายข้าวแพงขึ้นจากการไม่เผานาทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น จึงต้องคิด 2 มิตินี้ควบคู่กันไปด้วย ” นายชัชชาติ ระบุทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...