โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568

efinanceThai

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 01.46 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 68 8:45: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 63.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.82%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 66.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 54 เซนต์ หรือ 0.81%

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกิน

*** โอเปก (OPEC) ประกาศในรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือน ฉบับล่าสุดว่า จะคงการคาดการณ์การเติบโตด้านความต้องการน้ำมันโลก สำหรับปี 2025 และ 2026 ไว้เช่นเดิม โดยคาดว่าในปี 2025 ความต้องการน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) เมื่อเทียบรายปี ส่วนในปี 2026 จะยังคงเติบโตในระดับแข็งแกร่งที่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมระบุว่า ความต้องการน้ำมันโลกโดยรวมในปี 2025 คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 105 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยได้รับแรงหนุนจาก ความต้องการการเดินทางทางอากาศที่แข็งแกร่ง การเดินทางขนส่งทางบกที่อยู่ในเกณฑ์ดี รวมไปถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และการเกษตรในประเทศนอกกลุ่ม OECD

*** สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อส่งออกชิป AI ที่ทันสมัยที่สุดของ Nvidia จำนวน 500,000 ชิ้นต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นการช่วยส่งเสริมการสร้างศูนย์ข้อมูลของยูเออี ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ โดยข้อตกลงนี้จะมีผลอย่างน้อยจนถึงปี 2027 แต่ก็มีโอกาสที่จะขยายเวลาออกไปจนถึงปี 2030

*** โบอิ้ง และ กาตาร์ แอร์เวย์ ประกาศบรรลุข้อตกลง โดยสายการบินจากตะวันออกกลางรายนี้ จะสั่งซื้อเครื่องบินรวมสูงสุด 210 ลำ ซึ่งนับเป็นการสั่งซื้อเครื่องบินแบบลำตัวกว้าง (widebody) ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโบอิ้ง โดยรายละเอียดการสั่งซื้อซึ่งเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของกาตาร์ แอร์เวย์ ซึ่งประกอบด้วย 787 ดรีมไลน์เนอร์ จำนวน 130 ลำ 777-9 (รุ่นที่ถูกเลื่อนการผลิตมาหลายครั้ง) จำนวน 30 ลำ พร้อมสิทธิ์เลือกสั่งซื้อเพิ่มอีก 50 ลำ

*** ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยยังคงประเมินว่าการปรับขึ้นภาษีครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการเจรจาการค้าที่ยังดำเนินอยู่ จะส่งผลต่อราคาและเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งจนถึงตอนนี้ ข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัดเจนพอสำหรับการตัดสินใจ โดยออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสาขาชิคาโก ระบุว่า เรายังคงอยู่ในสถานะเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เรากำลังพยายามแยกแยะสัญญาณสำคัญจากข้อมูลที่มีเสียงรบกวนมากมาย

*** รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศจะยกเลิกเงินช่วยเหลือจำนวน 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังจากที่ประธานมหาวิทยาลัยวิจารณ์รัฐบาลว่ากำลังคุกคามเสรีภาพครั้งสำคัญ โดยการตัดเงินสนับสนุนครั้งล่าสุดนี้ ประกาศโดยคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติยิว (Joint Task Force to Combat Antisemitism) และนับเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากการระงับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว โดยขณะนี้ฮาร์วาร์ดกำลังฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านวิชาการและวินัยของมหาวิทยาลัย

*** บริษัท Roche เปิดเผยว่า คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการควบคุมราคายา อาจส่งผลกระทบต่อแผนลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บริษัทวางไว้ในสหรัฐฯ โดยคำสั่งดังกล่าวซึ่งลงนามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กำหนดให้บริษัทยาลดราคายาที่เกี่ยวข้องกับการค้า ให้สอดคล้องกับราคายาในประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าแนวทางนี้จะดำเนินการได้ยาก โดย Roche ระบุในแถลงการณ์ว่า หากคำสั่งฝ่ายบริหารนี้มีผลบังคับใช้ ความสามารถของ Roche ในการสนับสนุนการลงทุนขนาดใหญ่ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ในสหรัฐฯ จะถูกตั้งคำถาม

*** กระทรวงพาณิชย์จีน แถลงระงับการใช้บัญชีรายชื่อองค์กรที่ไม่น่าไว้วางใจ (Unreliable entity list) และมาตรการควบคุมการส่งออกที่กำหนดต่อองค์กรสหรัฐฯ หลายแห่ง โดยโฆษกกระทรวงระบุในการตอบข้อซักถามกับสื่อมวลชนว่า มาตรการเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่มีการบรรจุองค์กรสหรัฐฯ 11 แห่งเข้าบัญชีดังกล่าวซึ่งถูกระงับเป็นเวลา 90 วัน และมาตรการเมื่อ 9 เม.ย. ที่เพิ่มองค์กรสหรัฐฯ อีก 6 แห่งให้ถูกระงับเช่นกัน ล่าสุดได้อนุญาตให้บริษัทจีนสามารถยื่นขอทำธุรกรรมกับองค์กรเหล่านี้ได้แล้ว

*** เทนเซ็นต์ โฮลดิ้งส์ (Tencent Holdings Ltd.) บริษัทผู้นำด้านเกมและโซเชียลมีเดียของจีน ทำสถิติรายได้เติบโตเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่าบริษัทจะสามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวในปี 2025 โดยผู้ให้บริการแอป WeChat เปิดเผยว่า รายได้ไตรมาสแรกพุ่ง 13% สูงกว่าที่คาดไว้ มาอยู่ที่ 180,020 ล้านหยวน (25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14% เป็น 47,800 ล้านหยวน

*** อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Alibaba Group Holding Ltd.) อัปเกรดโมเดลสร้างวิดีโอ Wan2.1-VACE เป็นครั้งที่ 2 ในช่วงหนึ่งเดือน สะท้อนความพยายามของบริษัทจีนในการยกระดับขีดความสามารถเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งทั้งในประเทศและสหรัฐฯ ในตลาด AI ที่ร้อนระอุ โดย Wan2.1-VACE รุ่นใหม่นี้สามารถสร้างวิดีโอจากข้อมูลนำเข้าได้หลายรูปแบบ ทั้งข้อความ ภาพ และวิดีโอ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แก้ไขเนื้อหาที่สร้างขึ้นได้

*** ผลการสำรวจล่าสุดของ BofA Securities ชี้ว่า อินเดียแซงหน้าญี่ปุ่นในการเป็นตลาดหุ้นเอเชีย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้จัดการกองทุน เนื่องจากคาดว่าประเทศในเอเชียใต้แห่งนี้ จะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าโลก โดยผลสำรวจเดือนล่าสุดพบว่า 42% ของผู้จัดการกองทุนระบุว่าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในอินเดีย (overweight) 39% เลือกญี่ปุ่น 6% เลือกจีน และประเทศไทยได้ผลประเมินต่ำที่สุด ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ มีผู้ร่วมให้ความเห็นทั้งหมด 109 ราย ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์รวม 234,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

*** ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ตามสัญญารายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับลดแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี โดยอ้างถึงการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ไต้หวัน ล่าสุด แม้ว่าจะยังมองแง่บวกต่อความต้องการ เซิร์ฟเวอร์ AI ที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง โดย Foxconn ซึ่งเป็น ผู้ประกอบ iPhone รายหลักของ Apple และ ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ให้กับ Nvidia ได้รับประโยชน์จากกระแสความต้องการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในประเทศต่าง ๆ เช่น จีนและเม็กซิโก

*** ซิสโก้ (Cisco Systems) เปิดเผยว่า สกอตต์ เฮอร์เรน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) จะเกษียณจากบริษัทในเดือนก.ค.นี้ พร้อมทั้งปรับเพิ่มประมาณการผลการดำเนินงานประจำปี โดยคาดว่า ความต้องการจากลูกค้ากลุ่มคลาวด์สำหรับอุปกรณ์เน็ตเวิร์กของบริษัทจะอยู่ในระดับที่มั่นคง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเฟื่องฟูของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

*** เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เปิดเผยว่า แพ็กเกจบริการสตรีมมิ่ง ราคาประหยัดแบบมีโฆษณาของบริษัท มีผู้ใช้งานถึง 94 ล้านราย แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 70 ล้านรายเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแผนบริการราคาประหยัดท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก โดยแม้จะมีผู้ใช้งานรวมทั่วโลกกว่า 300 ล้านราย แต่ Netflix ยังคงเห็นการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งในทุกระดับบริการ และเคยระบุในเดือนเม.ย.ว่าไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค

เมื่อเดือนที่แล้ว Netflix เปิดเผยว่าแผนบริการแบบมีโฆษณาคิดเป็น 55% ของการสมัครสมาชิกใหม่ในประเทศที่ให้บริการแผนนี้

*** เทสลา (Tesla) เตรียมเริ่มขนส่งชิ้นส่วนจากจีนไปยังสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการผลิตรถ Cybercab และ Semi truck ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนนี้ อันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการภาษีระหว่าง 2 ประเทศ โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการคลี่คลายความตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่าง 2 เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ได้ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติต่อกิจกรรมทางธุรกิจทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนที่แล้ว Tesla ต้องระงับแผนขนส่งชิ้นส่วนหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มภาษีสินค้าจีนเป็น 145% ซึ่งอาจกระทบแผนเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของรุ่นรถยนต์ที่ถูกจับตามองนี้

*** โซนี่ (Sony) คาดว่า กำไรดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 1.28 ล้านล้านเยน (8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีการเงินสิ้นสุดเดือนมี.ค. หลังหักผลกระทบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะสร้างความเสียหาย 100,000 ล้านเยน โดย Sony ระบุว่าประมาณการผลกระทบจากภาษีนี้ ยังไม่ได้รวมข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ และผลกระทบจริงอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ หลังประกาศผลประกอบการ หุ้น Sony พลิกฟื้นจากติดลบ ก่อนปิดตลาดพุ่ง 3.7% โดยบริษัทประกาศจะซื้อหุ้นคืนสูงสุด 100 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 250,000 ล้านเยน

*** ไมโครซอฟท์ (Microsoft) อาจรอดพ้นจากค่าปรับฐานผูกขาดตลาดที่สูงลิ่ว หลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มจะยอมรับข้อเสนอของบริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Office และ Teams ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงดำเนินอยู่ โดยไมโครซอฟท์กลับมาถูกจับตาฐานผูกขาดของสหภาพยุโรปอีกครั้ง หลังจากที่ Slack ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Salesforce ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปในปี 2020 กล่าวหาว่าไมโครซอฟท์ได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม โดยการรวมแอปแชทและวิดีโออย่าง Teams เข้ากับผลิตภัณฑ์ Office

*** นายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนี ประกาศในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) ของเยอรมนีว่า จะให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงแห่งชาติและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยแมร์ซระบุว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพเยอรมัน (Bundeswehr) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก เพื่อพัฒนากองทัพให้เป็นกองกำลังทางทหารที่ทรงพลังที่สุดในยุโรป พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันเยอรมนีอยู่ในภาวะถดถอย เนื่องจากระบบราชการที่ซับซ้อนมากเกินไป ต้นทุนพลังงานที่สูง และระบบภาษีที่ยุ่งยาก ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโต

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...