MASTER รับแรงหนุนลูกค้าตปท. โต 26.49% ดันรายได้รวมQ1 แตะ477.84 ล้านบาท
MASTER รายงานผลประกอบการไตรมาส1 ปี 68 รวม477.84 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 1.34% จากแรงกดดัน ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการตลาด เตรียมปรับโฟกัสรุกตลาด ใหม่ในอินโดนีเซีย เมียนมา ลาว จีน และกัมพูชา ดันสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศแตะ 40% ภายในปีนี้ หลังไตรมาสแรก รายได้จากลูกค้าต่างประเทศพุ่งแตะ 129.4 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 26.49%
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 474.33 ล้านบาท เติบโต 1.34% จากไตรมาส 1/2567 และมีกำไรสุทธิ 55.77 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จากการศัลยกรรม หัตถการสุขภาพชาย และรายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผมเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย 110.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.27% จากไตรมาส 1/2567 จากการที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นจากการประกาศของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาของแพทย์ ทำให้บริษัท ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันในไตรมาส 1/2568 นี้ ผลประกอบการด้านรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างประเทศอยู่ที่ 129.4 ล้านบาท เติบโต 26.49% จากปีก่อน โดยกลุ่มลูกค้าชาวอินโดนีเซียยังคงเป็นตลาดหลักที่แข็งแกร่ง ครองสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศสูงถึง 35.8% ของรายได้ต่างประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่างชาติที่มีต่อคุณภาพบริการของ MASTER ซึ่งยังคงรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศให้ขยับขึ้นแตะระดับ 40% ของรายได้รวม โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้า โดยผ่านการเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินโดนีเซีย เมียนมา ลาว กัมพูชา และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ประชากรเริ่มให้ความสำคัญกับบริการด้านสุขภาพและความงามในระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เรามองว่าตลาดในประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา ลาว กัมพูชา และจีน ยังมีความต้องการเชิงลึกในหลายเซกเมนต์ เป็นโอกาสสำคัญในการขยายบริการเชิงลึกที่ MASTER มีความเชี่ยวชาญ โดยเราจะขยายเครือข่ายพันธมิตร การทำตลาดเชิงรุก และสร้างการรับรู้แบรนด์ในต่างประเทศมากขึ้น ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงการปรับบริการให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้ MASTER เติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีสากล”