โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

RATCH เผยกำไร Q1/68 ที่ 1,220 ลบ. ลดลง 21% หลังบาทแข็งค่ากดดัน ฟากรายได้โรงไฟฟ้ายังเติบโตดี

efinanceThai

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 02.35 น.

RATCH เผยกำไร Q1/68 ที่ 1,220 ลบ. ลดลง 21% หลังบาทแข็งค่ากดดัน ฟากรายได้โรงไฟฟ้ายังเติบโตดี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 68 9:35: น.

RATCH เผยใน Q1/68 มีกำไร 1,220 ลบ. ลดลง 21% รับผลกระทบความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) หลังบาทแข็งค่า ส่วนรายได้กลุ่มโรงไฟฟ้ายังเติบโตดี

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ที่ 1,219.65 ล้านบาท ลดลง 317.17 ล้านบาท หรือ 20.63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,536.82 ล้านบาท

โดยในไตรมาสที่ 1/568 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 6,987 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมค่าเชื้อเพลิง (pass-through) รายได้รวมเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) ที่ 0.7% และบริษัทฯ มี EBITDA เท่ากับ 3,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น QoQ ที่ 3.8% สาเหตุหลัก เนื่องจากโรงไฟฟ้า RG มีความพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกําไรจาก HKP เพิ่มขึ้นจากการเริ่ม เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าชุดที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568

ขณะที่รายได้รวมลดลงเทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) ที่ 8.1% และ EBITDA ลดลง YoY ที่ 4.2% จากสกุลเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบ กับสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียและสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้รายได้และ EBITDA จากกลุ่มบริษัทในประเทศ ออสเตรเลียลดลง รวมทั้งรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจาก PNPC ลดลง ประกอบกับรายได้ค่าขายไฟฟ้าในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ลดลง จากค่า Ft และราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง

โดยในไตรมาสที่ 1/68 หากไม่รวมผลกระทบจากความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) บริษัทฯ มีกําไรส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จํานวน 1,341 ล้านบาท คิดเป็น 20.8% ของรายได้รวม (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง) เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY จาก 11.5% และ 20.2% ตามลําดับ สาเหตุหลักเนื่องจากโรงไฟฟ้า RG มีค่าความพร้อมจ่ายเพิ่มขึ้น ประกอบกับ บริษัทฯ รับรู้รายได้ส่วนแบ่งกําไรจาก PE ซึ่งเข้าซื้อ กิจการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2567 และ รับรู้รายได้ส่วนแบ่งกําไรจาก HKP เพิ่มขึ้นจากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของ โรงไฟฟ้าชุดที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568

นอกจากนี้ บริษัทฯรับรู้กําไรจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของการป้องกัน ความเสี่ยงกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ จํานวน 611 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จองโรงไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...