โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เบื้องหลัง Data Streaming นวัตกรรมข้อมูล ตอบโจทย์ธุรกิจ

Techhub

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 16.55 น.

เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า Data Streaming กับบริบทอื่น ๆ เช่น Netflix หรือบริการแพลทฟอร์มอื่น ๆ นะ แต่อันนี้ จะต่างออกไป เพราะมันเป็นบริการข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ใช้เสริมความแข็งแก่รงให้กับธุรกิจต่าง ๆ

(ใครไม่สนใจเรื่อง Enterprise Service ข้ามไปได้เลยนะ)

ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ความสามารถในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จ องค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ได้ ย่อมเสียเปรียบคู่แข่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Data Streaming หรือการประมวลผลข้อมูลแบบต่อเนื่อง เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์ความท้าทายนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Confluent ผู้บุกเบิกด้าน Data Streaming ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมข้อมูลในประเทศไทย

Data Streaming คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในโลกธุรกิจปัจจุบัน
Data Streaming คือกระบวนการจัดการและประมวลผลข้อมูลที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและไม่มีที่สิ้นสุด หรือ Continuous Stream of Data จากหลากหลายแหล่งที่มา เช่น ธุรกรรมของลูกค้า, ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT, กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย, หรือ Log File จากระบบต่างๆ แทนที่จะรอรวบรวมข้อมูลเป็นชุดใหญ่แล้วนำมาประมวลผลเป็นครั้งคราว (Batch Processing) ซึ่งอาจใช้เวลานานและทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน Data Streaming ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และดำเนินการกับข้อมูลได้ทันทีที่เกิดขึ้น หรือใกล้เคียงกับเวลาจริงมากที่สุด

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี Data Streaming จำนวนมากคือ Apache Kafka® ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความสามารถในการจัดการกับข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Confluent ได้นำ Apache Kafka® มาพัฒนาต่อยอด ทำให้กลายเป็นแพลทฟอร์มที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และสามารถใช้งานได้แบบ Pay Per Use

หากถามถึงความจำเป็นของการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ในปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่า มีเยอะเลยครับ

1.ความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น โดยผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว ตอบสนองทันที และไร้รอยต่อ การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรโมชันที่ตรงใจได้อย่างทันท่วงที

2.การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ธุรกิจที่สามารถตัดสินใจได้เร็วกว่าย่อมมีความได้เปรียบมากกว่า Data Streaming ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้ม ตรวจจับความผิดปกติ หรือคว้าโอกาสใหม่ๆ ได้ก่อนคู่แข่ง

3.การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงิน การตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์เป็นสิ่งจำเป็น เช่น หากตรวจสอบการโอนเงินถี่ ๆ ในจำนวนที่เกือบถึงขีดจำกัดต่อครั้ง จากบัญชีลูกค้า ก็สามารถบล็อคได้ทันที ซึ่งอาจคาดเดาได้ว่าเป็นมิจฉาชีพที่เข้ามาขโมยเงิน หรือช่วยเซฟลูกค้า จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือในภาคการผลิต การเฝ้าระวังความผิดปกติของเครื่องจักรแบบทันทีช่วยป้องกันความเสียหายร้ายแรงได้

4.การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยการติดตามข้อมูลการดำเนินงานแบบสดๆ ช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการ ลดต้นทุน และเพิ่มผลิตภาพได้อย่างต่อเนื่อง
Confluent: ขยายศักยภาพ Data Streaming สู่ระดับองค์กร

นอกจากนี้รูปแบบการใช้งานของ Data Streaming ยังมีให้ประโยชน์อื่น ๆ ทั้ง

– การเชื่อมต่อและรวมศูนย์ข้อมูล ซึ่ง Confluent จะช่วยทลายกำแพงของคลังข้อมูลแบบไซโล ที่ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามระบบต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากทุกแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลเดิม, แอปพลิเคชันคลาวด์, อุปกรณ์ IoT หรือ Microservices ทำให้เกิด Data Pipeline ที่ข้อมูลไหลเวียนได้อย่างอิสระและเป็นระบบ

– การประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ ด้วยความสามารถของ Kafka และเครื่องมือเพิ่มเติมจาก Confluent เช่น ksqlDB ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ประมวลผล วิเคราะห์ และตอบสนองต่อข้อมูลสตรีมมิ่งได้โดยตรงด้วยภาษา SQL ที่คุ้นเคย

– การสร้างสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ โดยสามารถสนับสนุนการออกแบบระบบซอฟต์แวร์ที่มุ่งเน้นการจัดการกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในระบบ เช่น คำสั่งซื้อใหม่, การคลิกของผู้ใช้, หรือการแจ้งเตือนจากเซ็นเซอร์ ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่น ตอบสนองได้รวดเร็ว และปรับขยายได้ง่าย

และเมื่อข้อมูลถูกประมวลผลและวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ธุรกิจจะได้รับข้อมูลเชิงลึก ที่สดใหม่และนำไปใช้งานได้ทันที ช่วยให้การตัดสินใจมีความแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น องค์กรสามารถนำ Data Streaming มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนโปรโมชันที่น่าสนใจ หรือให้บริการลูกค้าแบบเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในงาน ได้เปิดเผยตัวอย่างการใช้งาน Data Steaming จากลูกค้าของ Confluent ที่มีรูปแบบการใช้งานที่น่าสนใจมากคือ

1.ธนาคาร BRI ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่มาก ๆ ในอินโดเนเซีย ได้มีการใช้ Confluent Platform และ Apache Kafka เพื่อปรับใช้สถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิสที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ ทำให้ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับการให้คะแนนสินเชื่อแบบเรียลไทม์ การตรวจจับการฉ้อโกง และบริการประเมินร้านค้า ผลลัพธ์คือ
– สามารถช่วยการตรวจจับการฉ้อโกงทำงานแบบเรียลไทม์
– ระยะเวลาการเบิกจ่ายสินเชื่อลดลงจากสองสัปดาห์เหลือสองนาที
– สร้าง Open API ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO
– คาดการณ์การผิดนัดชำระหนี้เชิงรุก ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ใกล้เคียง 0%

2.Walmart มีการใช้ Kafka และ Confluent ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของสถาปัตยกรรมการสตรีมมิ่งเหตุการณ์ ที่ขับเคลื่อนระบบสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ของ Walmart และสนับสนุน Walmart.com ซึ่งเป็นระบบสั่งซื้อและจัดส่งหรือรับสินค้าอุปโภคบริโภค และอื่นๆ อีกมากมายผลลัพธ์คือ

– การลงทุนใน Kafka และ Confluent ช่วยให้บริษัทเติบโตในส่วนรายได้หลักมากขึ้น
– มอบประสบการณ์แบบหลายช่องทาง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถเลือกซื้อสินค้าในแบบที่ต้องการได้

เมื่อเร็วๆ นี้ Confluent ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตทางดิจิทัลอย่างรวดเร็วและความต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เพิ่มสูงขึ้น คุณเคนนี่ ชิน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Confluent กล่าวว่า การเติบโตทางดิจิทัลอย่างรวดเร็วของประเทศไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการนำ Data Streaming มาใช้ โดยเทคโนโลยีของ Confluent จะช่วยให้องค์กรไทยมีความคล่องตัว เข้าถึงนวัตกรรม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน”

การเข้ามาของ Confluent สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ เช่น นโยบายประเทศไทย 4.0 รวมถึงนโยบายิ Cloud-First ของภาครัฐ และความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจาก AI, การประมวลผลบนคลาวด์ และการลงทุนด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Data Streaming ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เทคโนโลยีเหล่านี้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำของไทยในหลายภาคส่วน เช่น ธนาคาร ธุรกิจค้าปลีก และโทรคมนาคม ได้เริ่มนำ Confluent มาใช้เพื่อยกระดับการจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์แล้ว

ทั้งนี้ บางคนอาจสงสัยว่า ต้นทุนของการประมวลผลข้อมูลแบบเรียบไทม์ จะเพิ่มขึ้นไหม หากเทียบกับแบบเดิมที่ Batch Processing

ต้องบอกว่า เรื่องนี้ อาจมองได้หลายมิติ สำหรับต้นทุนเริ่มต้น อาจรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ม,ค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน,และที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่เกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทันที สำหรับเพื่อใช้ประมวลข้อมูล และอาจจะขยายได้ยากกว่า

แต่หากใช้ผ่านแพลทฟอร์มคลาว จะช่วยลดภาระในการติดตั้ง ตั้งค่า ดูแลรักษา และปรับขนาดได้ง่ายขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและทรัพยากรจำนวนมากหากดำเนินการเอง

และเมื่อมีคนที่จัดการให้ แน่นอนว่า มันก็ช่วยลดความเสี่ยง ช่วยตรวจจับปัญหาหรือความผิดปกติได้เร็วขึ้น ช่วยลดความสูญเสีย รวมทั้งเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้มากขึ้น การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ดังนั้น แม้ว่าอาจมีต้นทุนเริ่มต้นในการนำ Data Streaming และแพลตฟอร์มอย่าง Confluent มาใช้ แต่ประโยชน์ที่ได้รับในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวนั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยความเร็วครับ

ที่มา งานแถลงข่าว Confluent


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...