โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย เอ็มโอยู หอการค้าและอุตสาหกรรมอินโด ยกระดับการค้า-ลงทุน 2 ฝ่าย

Khaosod

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น.

หอการค้าไทย เอ็มโอยู หอการค้าและอุตสาหกรรมอินโด ยกระดับการค้า-ลงทุน 2ฝ่าย

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งอินโดนีเซีย (Indonesian Chamber of Commerce and Industry หรือ KADIN) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ภายในงาน CEO Forum Indonesia-Thailand ในโอกาสที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของอินโดนีเซียร่วมเป็นสักขีพยาน

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรภาคเอกชนชั้นนำที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั่วประเทศ มีบทบาทในการส่งเสริมและผลักดันนโยบายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยสู่เวทีโลก ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน KADIN ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนหลักของอินโดนีเซียด้านเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายส่งเสริมภาคธุรกิจ การสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ และการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการอินโดนีเซียในเวทีโลก

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่
- การส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านธุรกิจ การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ
- การร่วมมือในการจัดและเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การประชุม และกิจกรรมส่งเสริมการค้า
- การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนธุรกิจและการสนับสนุนการเยือนระหว่างผู้ประกอบการ

ความร่วมมือนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก หอการค้าไทยในประเทศอินโดนีเซีย (ThaiChamIndo) เป็นกลไกหลักในการประสานงานระหว่างภาคเอกชนทั้งสององค์กร และส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือและเศรษฐกิจร่วมกัน

ThaiCham Indonesia ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 โดยผู้ก่อตั้งร่วมจากบริษัทภาคเอกชน ภายใต้การอุปถัมภ์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงธุรกิจไทยในอินโดนีเซียกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 8 ในปี 2567 มูลค่าการค้ารวม 643,944.68 ล้านบาท (ขยายตัวจากปี 2566 ร้อยละ 1.19) ทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิต การส่งออก และศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาคในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเกษตรแปรรูป พลังงานหมุนเวียน ยานยนต์และชิ้นส่วน การท่องเที่ยว สุขภาพ และเศรษฐกิจดิจิทัล

ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างหอการค้าไทยและ KADIN จะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างกัน รวมถึงร่วมกันแสวงหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม

การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของภาคเอกชนไทยและอินโดนีเซียในการร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่ออนาคตของทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยและอินโดนีเซีย

รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภูมิภาค รองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ตลอดจนรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้เข้าร่วมกิจกรรม CEO Forum Indonesia – Thailand ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, KADIN และการสนับสนุนจาก ธนาคารกรุงเทพ ในการเสริมพลังความร่วมมือภาคเอกชนใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ (1) บริการทางการเงิน (2) พลังงาน (3) เกษตรกรรมและอาหาร (4) การค้าและภาคธุรกิจ สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของภูมิภาค ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ

ในการประชุม CEO Forum ได้มีการเชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนและผู้มีบทบาทสำคัญจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ เอสซีจี บ้านปู กลุ่มมิตรผล ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บีกริมม์ อินโดรามา ไมเนอร์กรุ๊ป ธนาคารกสิกรไทย และ PT Permata Bank Tbk เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ เสริมสร้างความร่วมมือ และผลักดันแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

เวทีหารือนี้มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้นำภาคเอกชน สร้างพลังร่วมของภาคเอกชนทั้งสองประเทศในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน

การเข้าร่วมของ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองรัฐบาลในการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของภูมิภาคอาเซียนโดยรวม

การประชุม CEO Forum ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือของภาคเอกชนระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของทั้งสองประเทศในการร่วมกันผลักดันอาเซียนสู่ภูมิภาคที่มีความมั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทย เอ็มโอยู หอการค้าและอุตสาหกรรมอินโด ยกระดับการค้า-ลงทุน 2 ฝ่าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...