จับตาหุ้นยั่งยืน ESG Rating ปันผลสูง
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • The Bangkok Insightจับตาหุ้นยั่งยืน ESG Rating ปันผลสูง เป้าหมายเงินไหลเข้า 20,000 ล้านบาท
ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 หนึ่งในกระแสใหญ่ที่กำลังพลิกเกมตลาดทุนไทย คือ การมาของกองทุน Thai ESGX ซึ่งเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมนโยบายผลักดันการลงทุนยั่งยืนเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในหุ้นที่มี ESG Rating สูง ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม (E) สังคม (S) และธรรมาภิบาล (G)
พร้อมให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ในกองทุน Thai ESGX ในปี 2568 ไม่เกิน 300,000 บาท และเงินที่โยกจากกองทุน LTF เดิมให้มาใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดอีก 500,000 บาท (แบ่งเป็น 300,000 บาทในปี 2568 และ 50,000 บาทต่อปีในช่วงปี 2569-2572)
ล่าสุดมีกองทุน Thai ESGX เสนอขายแล้วกว่า 37 กองทุน จาก 19 บลจ. ในประเทศไทย มีเป้าหมายระดมเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท โดยนโยบายของกองทุน Thai ESGX กำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และจะต้องลงทุนในหุ้นยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV ด้วย
เท่ากับว่าด้วยแรงหนุนจากนโยบายรัฐและการออกกองทุนพร้อมกันถึง 37 กองทุนในระยะเวลา 2 เดือนนี้ แน่นอนว่าจะทำให้เม็ดเงิน กว่า 20,000 ล้านบาท กำลังเตรียมไหลเข้าสู่หุ้นยั่งยืนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเตรียมรับ Fund Flow ใหม่ก้อนใหญ่
8 หุ้น ESG Rating สูง เป้าหมายสำคัญของ Fund Flow
บทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส สำรวจพบว่าหุ้นที่มี ESG Rating ระดับ AA–AAA พร้อมปัจจัยพื้นฐานแกร่งและศักยภาพในการจ่ายปันผลสูง คือ กลุ่มเป้าหมายที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินลงทุนใหม่ของกองทุน Thai ESGX มากที่สุด ดังนี้
1. SCGP หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
หุ้นที่ได้รับ ESG Rating ระดับ AAA โดดเด่นในฐานะผู้นำบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก มีโครงสร้างธุรกิจที่เน้นหมุนเวียน (Circular Economy) และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในตลาดอาเซียน ด้วยอัพไซด์สูงถึง 92.3% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 3.2%
2. CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่บริหารจัดการ ESG ในทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงสินค้าไปจนถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ได้ ESG Rating AA พร้อมอัพไซด์ 76% และจ่ายปันผลประมาณ 3.2%
3. PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
หนึ่งในบริษัทพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์สีเขียว (Green Chemical) ได้ ESG Rating ระดับ AA มีอัพไซด์ 71.3% และจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น่าสนใจ 4.1%
4. WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ผู้นำธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่มี ESG Rating สูงสุด AAA พร้อมรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตมาไทย มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลโดดเด่นถึง 6.5% และอัพไซด์ 69%
5. TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
หุ้นโรงกลั่นที่แม้จะอยู่ในกลุ่มพลังงาน แต่ได้ ESG Rating AA ด้วยแผนการลงทุนในพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม มีอัพไซด์ 68.7% และปันผลสูงถึง 7.9%
6. BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน ESG Rating AA มีอัตราการเติบโตมั่นคง ปันผลประมาณ 3.7% และอัพไซด์ 55.2%
7. SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
หนึ่งในหุ้น ESG ระดับ AAA ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Net Zero ผ่านการลงทุนในพลังงานสะอาดและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอัพไซด์ 37.7% และจ่ายปันผลประมาณ 3.3%
8. BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ได้ ESG Rating สูงสุด AAA จากธรรมาภิบาลองค์กรที่แข็งแกร่ง จ่ายปันผลสูงถึง 5.8% และมีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับนักลงทุนที่มองหารายได้ประจำ
จะเห็นว่าหุ้นกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่มี ESG Rating สูงเท่านั้น แต่ยังมีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจ สอดรับกับเงื่อนไขของกองทุน Thai ESGX ที่ต้องการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงระยะยาว
สรุปแล้ว Thai ESGX คือาจจะเป็นการเปลี่ยนเกมของตลาดหุ้นไทยปี 2568 เมื่อกองทุนลดหย่อนภาษีชุดใหม่เปิดทางให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่หุ้น ESG โดยตรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หุ้นที่มี ESG Rating สูงจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กาง 5 หุ้นเด่นติดโผกองทุน Thai ESGX เข้าลงทุน!
- ส่อง 5 หุ้นเด่น เตรียมรับมือศึกมาตรการภาษีตอบโต้ของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’
- ส่อง 10 หุ้นเด่นน่าลงทุน พร้อมเช็ก 7 ปัจจัยสำคัญต้องติดตาม!!
ติดตามเราได้ที่