โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม “เงิน” และ “อำนาจ” ถึงส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตัวเองของผู้ชาย?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 05.18 น.

แม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่ค่านิยม ผู้ชาย ต้องเป็นผู้นำครอบครัวทางเศรษฐกิจยังคงฝังรากลึก ส่งผลให้ผู้ชายหลายคนรู้สึกเสียศูนย์ บทบาทใหม่การเป็นพ่อบ้านหรือตกงาน อาจกระทบความภาคภูมิใจในตนเอง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว BBC เผยแพร่บทความที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง ทำไม "เงิน" และ "อำนาจ" ถึงส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตัวเองของผู้ชาย? โดยอธิบายว่า รายได้ของเราอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของเรา โดยเฉพาะเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น และสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ

เดฟ พ่อบ้านเต็มเวลา กล่าวว่า “มันกระทบความภูมิใจของคุณนะ เวลาภรรยาเป็นคนหาเงินทั้งหมด” ขณะที่ทอม พ่อบ้านเต็มเวลาอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า “ผมเป็นผู้ชายแบบแมน ๆ… แต่พอบอกใครว่าอยู่บ้านเฉย ๆ เขาก็คิดว่าคุณเป็นผู้ชายหวานแหววไปเลย”

อีกคนหนึ่งชื่อเบรนดอน ถูกญาติเรียกเสียดสีว่า “ไอ้คนเฝ้าบ้าน” ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางสังคมที่ผู้ชายต้องเผชิญ เมื่อตัวเองไม่ได้เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว

บทบาทผู้ชายในฐานะ “หัวหน้าครอบครัว” ที่ถูกท้าทาย

จากการศึกษาที่สัมภาษณ์ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้นำด้านรายได้ พบว่าผู้ชายจำนวนมากรู้สึกว่าตนถูกตัดสิน เพราะในสังคมยังคงยึดติดกับแนวคิดว่าผู้ชายควรเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจของบ้าน

ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกลายเป็น “หัวหน้าครอบครัว” ทางการเงิน เริ่มเผยให้เห็นว่า ใครเป็นคนหาเงิน มีผลต่ออำนาจในการตัดสินใจทั้งในบ้านและในสังคม เพราะเงินยังคงเป็นตัวแทนของอำนาจ

เมื่อผู้ชายไม่ได้เป็นผู้หาเงินหลัก ทั้งที่ยังมีความคาดหวังทางสังคมว่าควรเป็นเช่นนั้น จึงอาจส่งผลต่อความรู้สึกไร้อำนาจ ลดความมั่นใจในตนเอง และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า รวมถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหย่าร้าง

ช่องว่างความคาดหวังระหว่างเพศ

แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน แต่การแบ่งงานบ้านและเลี้ยงดูลูกยังคงไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะในครอบครัวที่ผู้หญิงเป็นผู้หาเลี้ยงหลัก โดยยังต้องทำงานบ้านมากกว่าคู่ของตนที่ว่างงานหรือลดบทบาทจากงานนอกบ้าน

ผู้ชายที่ว่างงานมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าผู้หญิงในสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงมักมีเครือข่ายสังคมที่แข็งแรงกว่า และพ่อบ้านมักจะโดดเดี่ยวกว่าคุณแม่ที่อยู่บ้าน

ในอีกด้านหนึ่ง การที่ผู้หญิงหาเลี้ยงครอบครัวเพียงฝ่ายเดียว มักเกิดจากผู้ชายตกงาน ไม่ใช่เพราะผู้หญิงอยากเป็นผู้หญิงแกร่งเสมอไป ทำให้ครอบครัวเหล่านี้มีรายได้น้อยกว่าครอบครัวที่ฝ่ายชายเป็นผู้หาเงิน ซึ่งสะท้อนปัญหาช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ (gender pay gap) และแสดงให้เห็นว่าระบบรัฐสวัสดิการยังไม่รองรับผู้หญิงที่ต้องเป็นเสาหลักทางการเงินได้ดีพอ

บทบาทใหม่ของผู้ชาย = ความสัมพันธ์ใหม่ในครอบครัว

ข่าวดีคือ เมื่อผู้ชายลดบทบาทในที่ทำงานเพื่อทุ่มเวลาให้กับครอบครัว เช่น การเป็นพ่อบ้านหรือการลาพักเลี้ยงลูก ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวดีขึ้น ในสหราชอาณาจักร พ่อที่อยู่บ้านใช้เวลากับลูกมากขึ้น และมีแนวโน้มใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นด้วย แม้ว่างานบ้านจะยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม

ข้อมูลจากสวีเดนชี้ว่า เมื่อรัฐเพิ่มวันลาให้กับพ่อโดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น การหย่าร้างลดลง และพ่อแม่มีความพึงพอใจมากขึ้น

ค่านิยมเรื่องความเป็นชายยังขัดแย้งในคนรุ่นใหม่

แบบสำรวจของ King’s College London พบว่า Gen Z ผู้ชายจำนวนมากยังยึดติดกับภาพผู้ชายแบบดั้งเดิม เช่น เห็นว่าพ่อที่อยู่บ้าน ไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัว และรู้สึกว่าผู้ชายกำลังแบกรับภาระเพื่อความเท่าเทียมมากเกินไป นักวิชาการวิเคราะห์ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากผู้หญิงรุ่นใหม่มีการศึกษาสูงกว่า และเริ่มมีรายได้มากกว่า ทำให้ผู้ชายบางกลุ่มรู้สึกตามไม่ทัน และเกิดแรงต่อต้านต่อแนวคิดความเท่าเทียม

ขณะที่แนวคิดความเป็นชายแบบห่วงใย (caring masculinities) กำลังเป็นที่พูดถึงมากขึ้น ซึ่งผู้ชายไม่ได้ถูกคาดหวังแค่เรื่องความเข้มแข็งและหาเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทที่เน้นการดูแล เอาใจใส่ และแบ่งเบาภาระในครอบครัวด้วย

ดร. คาร์ลา เอลเลียต จาก Monash University กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่สนุก ๆ หรือภาพลักษณ์ที่สวยงาม แต่คือการลงมือทำงานดูแลจริง ๆ”

นอกจากนโยบายลาคลอดที่เจาะจงให้ผู้ชาย จำเป็นต้องสื่อสารกับผู้ชายรุ่นใหม่ให้เข้าใจบทบาทใหม่ของตน การเปลี่ยนภาพจำเกี่ยวกับผู้ชายต้องหาเลี้ยงครอบครัวให้ลดลงจะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว สุขภาพจิต และความเท่าเทียมในระยะยาว

เมื่อสังคมเริ่มเห็นว่าผู้ชายดูแลบ้านและลูกเป็นเรื่องปกติ และผู้หญิงมีสิทธิประสบความสำเร็จในอาชีพได้เต็มที่โดยไม่รู้สึกผิดบทบาทเดิม ๆ เช่น พ่อเป็นเสาหลัก-แม่เป็นแม่บ้าน ก็จะค่อย ๆ จางหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...