โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อดีต มทภ.2 เปิดหลักฐาน รั้วปราสาทตาเมือนธม

INN News

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 15.54 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • INN News

อดีต มทภ.2 เปิดหลักฐาน รั้วปราสาทตาเมือนธม นายพลกัมพูชา ขออนุญาตทหารไทยเข้าพื้นที่ แต่ถูกรื้อทิ้ง ยุคยิ่งลักษณ์ หวังกระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หลังสู้รบปี54

พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่2 และอดีต ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เคยรับผิดชอบดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เรายืนยันว่าทั้ง3ปราสาทนี้อยู่ในเขตประเทศไทยโดยยึดตามแผนที่ของกองทัพไทยคือแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายชัดเจน ในช่วงปี 2551 ได้มีรั้วกั้นแนวชายแดน โดยทหารไทยเป็นผู้ถือกุญแจเปิด-ปิดตามเวลา หากนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาจะขึ้นมาเที่ยวที่ปราสาทตามเมืองธม จ.สุรินทร์ จะต้องมารับบัตรคิว ก่อนผ่านขึ้นไปเที่ยวบนปราสาท

“ผมได้ถ่ายภาพร่วมกับรมช.กลาโหมกัมพูชา และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ในสมัยนั้น ซึ่งได้ถ่ายภาพนี้ไว้ในวันที่ 13 ส.ค.51 ซึ่งยืนอยู่ที่รั้วทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม ฝั่งประเทศไทย มีภาพของ พล.ท.เจีย มอญ ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 พล.ต.กนก ผบ.กกล.สุรนารี (ยศในขณะนั้น) ,พล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหม และ พล.ต.สลัยดึ๊ก (ยศในขณะนั้น) ไว้เป็นหลักฐาน“พล.ท.กนก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรั้วกันแนวชายแดน ปราสาทตาเมือนธม ถูกรื้อหลังการสู้รบปี2554 เนื่องจากรัฐบาลขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯมีนโยบายรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูา ลดความตึงเครียดชายแดน และส่งเสริมการท่องเที่ยว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...