BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ ติดตามสงครามการค้า-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ ติดตามสงครามการค้า-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 68 10:30 น.
BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ ติดตามสงครามการค้า หลังสหรัฐประกาศภาษีตอบโต้เพิ่มเติมใน 20 ประเทศทั่วโลก ส่วนเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.52 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 32.40-32.72 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้ายกระดับความตึงเครียดทางการค้าด้วยการประกาศภาษีนำเข้ากับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในอัตรา 25% รวมถึงสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 35% โดยให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม ส่วนไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี 36% ไม่เปลี่ยนแปลงจากที่สหรัฐฯประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เมษายน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังดำเนินนโยบายภาษีตอบโต้รายภาคอุตสาหกรรม เช่น ทองแดงและเภสัชกรรม อีกทั้งเรียกเก็บภาษีศุลกากร 50% กับบราซิลซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่เคยประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน และบราซิลขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ ทำให้มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการใช้กำแพงภาษีเพื่อเหตุผลทางการเมือง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2,930 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตรสุทธิ 2,822 ล้านบาท
ในสัปดาห์นี้ ขณะที่สงครามการค้าจะเป็นประเด็นชี้นำสำคัญสำหรับสกุลเงินต่างๆหลังจากผู้นำสหรัฐฯประกาศภาษีตอบโต้ชุดใหม่บนสินค้านำเข้าจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยช่วงสุดสัปดาห์ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรปและเม็กซิโกที่อัตรา 30% แม้ปฏิกิริยาของตลาดในภาพรวมยังคงสะท้อนการคาดการณ์เชิงบวกต่อการเจรจาก่อนเส้นตายที่เลื่อนออกไปเป็น 1 สิงหาคม
มองว่าการส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีล่าสุดเป็นกลยุทธ์ของสหรัฐฯเพื่อเพิ่มแรงกดดัน ซึ่งดูเหมือนรัฐบาลทรัมป์กำลังได้รับการสนับสนุนจากภายในพรรครีพับลิกันมากขึ้นหลังจากสามารถผ่านกฎหมายงบประมาณครั้งสำคัญ ทำให้ทรัมป์มีพื้นที่ในการบีบคู่เจรจาอย่างรุนแรงต่อไป ขณะที่ภาษี 36% กับไทยถือเป็นหนึ่งในอัตราภาษีสูงสุดในเอเซีย นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯเพื่อประเมินจังหวะเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะลดดอกเบี้ยลงอีกครั้ง
สำหรับปัจจัยในประเทศ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ระบุว่าเศรษฐกิจไทยถูกฉุดรั้งด้วยหลายปัจจัย และนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวมีประสิทธิภาพจำกัดในการแก้ไขปัญหา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินมูลค่าส่งออกจะหดตัว 4% ในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ