โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บอร์ดการบินฯ ออกข้อบังคับคุ้มครองผู้โดยสารเที่ยวบินล่าช้า-ยกเลิก เริ่ม 20 พ.ค.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 04.43 น.

คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ออกข้อบังคับใหม่ ยกระดับคุ้มครองผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

รายงานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้ออกข้อบังคับ กบร. ฉบับที่ 101 ว่าด้วยมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารเที่ยวบินแบบประจำทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

เพิ่มความคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร

โดยข้อบังคับใหม่นี้ได้เน้นการเพิ่มความคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ประสบปัญหาเที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า และผู้โดยสารได้เดินทางมาถึงสนามบินแล้ว

สำหรับกรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้า ข้อบังคับใหม่ได้กำหนดให้สายการบินต้องดำเนินการดังนี้

หากเที่ยวบินล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง สายการบินจะต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม หรือคูปองแลกซื้ออาหารและเครื่องดื่ม และจัดอุปกรณ์สื่อสารให้ผู้โดยสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

หากล่าช้าเกิน 5 ชั่วโมง นอกจากสิ่งที่กล่าวข้างต้น สายการบินต้องชดเชยเป็นเงินสด 1,500 บาท หรือเสนอทางเลือกอื่นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า เช่น วงเงินเดินทาง บัตรกำนัล หรือไมล์สะสม ภายใน 14 วัน พร้อมจัดที่พักและการรับส่งหากต้องพักค้างคืน หากผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อ สายการบินต้องเสนอทางเลือกในการรับเงินค่าโดยสารคืน หรือทางเลือกอื่นทดแทนทันที

ทั้งนี้ หากล่าช้าเกิน 10 ชั่วโมง นอกจากสิ่งที่กล่าวข้างต้น สายการบินต้องเสนอทางเลือกให้ผู้โดยสารพิจารณาทันทีระหว่าง

1.รับค่าชดเชยเป็นเงินสดภายใน 14 วัน (2,000 บาท สำหรับเที่ยวบินไม่เกิน 1,500 กม., 3,500 บาท สำหรับ 1,500-3,500 กม., และ 4,500 บาท สำหรับเกิน 3,500 กม.) หรือ

2.รับค่าชดเชยเป็นวงเงินเดินทาง บัตรกำนัล ไมล์สะสม หรือสิ่งอื่นทดแทนที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าเงินสด ภายใน 14 วัน พร้อมจัดที่พักและการรับส่งหากต้องพักค้างคืน และหากผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อ สายการบินต้องเสนอทางเลือกในการรับเงินค่าโดยสารคืนหรือทางเลือกอื่นทดแทน หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน หรือจัดหาการขนส่งทางอื่นที่เหมาะสม

เปิดค่าชดเชยผู้โดยสาร

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยว่า ในกรณีที่เที่ยวบินระหว่างประเทศถูกยกเลิก หรือปฏิเสธการรับขน สายการบินจะต้องชดเชยผู้โดยสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 10 ชั่วโมง ยกเว้นบางกรณี เช่น แจ้งยกเลิกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือแจ้งน้อยกว่านั้น แต่สามารถเปลี่ยนเที่ยวบินให้ผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายได้เร็วหรือช้ากว่าเดิมไม่เกิน 3 ชั่วโมง หรือเหตุยกเลิกเกิดจากเหตุสุดวิสัย

สำหรับเที่ยวบินในประเทศ ข้อบังคับใหม่ได้เพิ่มค่าชดเชยกรณีล่าช้าเกิน 5 ชั่วโมง จากเดิม 600 บาท เป็น 1,200 บาท และกรณียกเลิกเที่ยวบิน จากเดิม 1,200 บาท เป็น 1,500 บาท โดยสายการบินสามารถเสนอการชดเชยในรูปแบบอื่นทดแทนได้เช่นกัน ทั้งนี้ จะไม่มีการชดเชยหากเกิดจากเหตุสุดวิสัย

คุ้มครองผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินล่าช้า ขณะอยู่บนเครื่องบิน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยว่า นอกจากนี้ข้อบังคับใหม่ยังให้ความคุ้มครองผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินล่าช้าขณะอยู่บนเครื่องบิน (Tarmac Delay) โดยสายการบินต้องปฏิบัติตามมาตรการเช่นเดียวกับเที่ยวบินล่าช้าบนภาคพื้นดิน จัดการเรื่องการไหลเวียนอากาศ อุณหภูมิ ห้องน้ำ และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ หากล่าช้าเกิน 3 ชั่วโมงและยังไม่มีกำหนดขึ้นบิน ต้องอนุญาตให้ผู้โดยสารลงจากเครื่องบิน เว้นแต่เหตุผลด้านความปลอดภัยหรือการจัดการจราจรทางอากาศ

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะเร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับใหม่นี้แก่สายการบินและผู้โดยสาร เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อบังคับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บอร์ดการบินฯ ออกข้อบังคับคุ้มครองผู้โดยสารเที่ยวบินล่าช้า-ยกเลิก เริ่ม 20 พ.ค.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...