โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ซี-บิทคับ" พัฒนาคนดิจิทัล ปักหมุดสร้างเศรษฐกิจใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.พ. 2565 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2565 เวลา 07.07 น.

โควิด-19 ทำให้รายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ให้ประเทศไทยต้องหยุดชะงัก ในทางกลับกันก็เป็นตัวเร่งให้เกิดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่จากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

หนังสือพิมพ์มติชน จัดสัมมนาในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 45 ภายใต้ชื่อ “สู่ศักยภาพใหม่ Thailand 2022” โดย 2 ใน 3 ผู้ที่มาร่วมเสวนาบนเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและแนวทางการสร้างศักยภาพใหม่ของประเทศไทย มี 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยี ได้แก่ ซีกรุ๊ป และบิทคับ

โดย ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการ Sea ประเทศไทย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ช้อปปี้ การีน่า กล่าวว่า ในอนาคตเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังคงอยู่ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งออก แต่อาจจะต้องกลับมาพิจารณาว่า จะปรับเปลี่ยนอย่างไร ให้เครื่องยนต์วิ่งได้ดีขึ้น เร็วขึ้น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ และในระยะยาวก็ต้องมองต่อไปว่า โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างไรและจะปรับตัวต่ออย่างไร

อีสปอร์ตโอกาสใหม่

“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ไทยต้องเผชิญวิกฤตโควิด แต่มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลก็ยังเติบโตได้ดี ติดอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากโควิดเร่งให้พฤติกรรมคนเปลี่ยน หันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นเมื่อสถานการณ์พร้อม หน้าที่ต่อไปคือ จะทำอย่างไร เพื่อผลักดันให้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ ๆ”

ขณะเดียวกันจากข้อมูลจากสถาบัน IMD พบว่า ศักยภาพด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 22 โดยเฉพาะในด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตใช้สาย และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคม ซึ่งหากนำศักยภาพนี้มาส่งเสริมเอสเอ็มอีก้าวเข้าสู่คอมเมิร์ซ และให้สามารถส่งออกได้มากขึ้นก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกแรง เพราะปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไทย 3 ล้านราย แต่มีเพียง 3 หมื่นรายที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก

นอกจากนี้ไทยยังสามารถนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีนี้มาใช้พัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อีกมหาศาล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอีสปอร์ต ซึ่งทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนต้องช่วยกันอย่างชัดเจนในทุกมิติ ตั้งแต่การผลิต พัฒนาทักษะ จัดการแข่งขัน เพื่อสร้างรายได้ก้อนใหม่ให้แก่ประเทศ

เร่งพัฒนาคนดิจิทัล

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ไทยยังพัฒนาไปได้ไม่ดีเท่าควร เพราะบุคลากรยังขาดทักษะด้านดิจิทัล ซึ่งภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้ โดยที่ผ่านมา Sea ประเทศไทย ก็มองธุรกิจนี้เช่นกัน และพยายามช่วยสร้างอีโคซิสเต็มในประเทศไทยให้เติบโต เช่น การสร้างผู้เล่น ให้เติบโตเป็น proplayer

โดยร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทำหลักสูตรพัฒนาจากนักกีฬาสมัครเล่น ไปเป็นนักกีฬาอาชีพ มีการดึงการแข่งขันระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทย ให้เปลี่ยนจากเกมเมอร์ เป็นครีเอเตอร์ ของอีสปอร์ต มีการจัด Garena World ซึ่งเป็นมหกรรมอีสปอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อีกทั้งได้พัฒนาบุคลากรภายใต้ชื่อโครงการ Garena Academy ที่แนะแนวน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่สนใจในอาชีพนี้ ซึ่งอุตฯอีสปอร์ตมีเม็ดเงินรวมกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อเนื่องทุกปี เป็นอีกโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น พร้อม ๆ ผลักดันให้ไทยกลายเป็นอีสปอร์ตฮับของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะเดียวกัน “จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า การหาบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยี ทั้งบล็อกเชน AI ถือเป็นโจทย์ยาก เพราะที่ผ่านมาสถาบันการศึกษายังไม่สามารถสร้างบุคลากรที่มีทักษะตามที่ภาคธุรกิจต้องการได้ ซึ่งกว่าจะสอน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับงาน ก็ต้องใช้ระยะเวลานาน ทำให้ต้องเรียนรู้ไปด้วย ทำงานไปด้วย โดยแนวทางนี้จะช่วยลดช่องทางนี้ลง

หาอีโคโนมีบิสซิเนสใหม่

“จิรายุส” กล่าวต่อว่า การระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เห็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นธุรกิจเดิม ๆ แต่บริษัทที่เป็นเศรษฐกิจใหม่ จะเป็นบริษัทที่เติบโตได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับธุรกิจได้ ส่วนบริษัทที่ไม่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในธุรกิจได้ทันจะได้รับผลกระทบ

ทิศทางของประเทศไทยจากนี้ไปจะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนิวอีโคโนมีบิสซิเนส ซึ่งภาคธุรกิจไม่ควรมีโมเดลธุรกิจแบบเก่า ควรนำกำไรมาลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ทรานส์ฟอร์มไปกับโลกที่เปลี่ยนแปลง เช่น เฟซบุ๊ก ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ และใช้เงินลงทุนกับธุรกิจที่เป็นโลกเสมือนจริง ซึ่งชัดเจนว่าโลกกำลังขับเคลื่อน web 3.0 ต่อจาก web 1.0 และ web 2.0 โดยมีโครงสร้างใหม่เรื่อง AI บล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกำลังจะเกิดอีก 10 ปีจากนี้

“ประเทศไทยควรจะมองโอกาสใหม่ ๆ ไม่ควรพัฒนาบนสิ่งเก่า หรือแก้ไขปัญหาเดิม ควรหาอุตสาหกรรมอนาคตใหม่ ๆ โดยการจะเกิดสิ่งใหม่ได้จำเป็นต้องสร้างอีโคซิสเต็มขึ้นมา ซึ่งไม่สามารถทำเอง หรือคนใดคนหนึ่งทำได้ แต่ต้องทำร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการที่ต้องกล้าออกมาเปิดบริษัท และสร้างสิ่งใหม่เพิ่มขึ้น เล่นกับสิ่งที่เป็น web 3.0 ให้มากที่สุด”

“ฝั่งรัฐบาลก็ต้องออกกฎหมายที่สอดคล้องกับการสร้างสิ่งใหม่ขึ้น เป็นกฎหมายที่เข้าใจเทคโนโลยี เหมือนการออกกฎหมายให้คนไทยถือปืน ต่างชาติถือมีด แต่กฎหมายที่ผ่านมาเป็นการออกแบบคนไทยถือมีด แต่ต่างชาติถือปืน เดินหมากผิดมาตลอดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้เทคโนโลยีที่ผ่านมาในช่วง web 1.0 ถึง 2.0 เป็นของชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีแค่แอปพลิเคชั่นของธนาคารเท่านั้นที่เป็นของคนไทย เนื่องจากธุรกิจใหม่ ๆ นี้ถ้ามีผู้เล่นชนะเพียงแค่ 1 ราย เท่ากับว่าชนะได้ทั้งหมด”

เป้าหมายต่อไปของบิทคับ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน web 3.0 เพราะเชื่อว่าถ้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเร็วมาก เร็วกว่าช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

และเราก็ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน web 3.0 ให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งขณะนี้บิทคับมีศักยภาพเพียงพอ แต่ที่ยังไม่เกิดขึ้นเพราะยังทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายตามไม่ทัน ซึ่งไทยจะต้องออกกฎหมายที่ทันต่อโลกและเทคโนโลยี อีกส่วนคือการเร่งพัฒนาบุคลากรและขยายองค์ความรู้เพิ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...