โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กรีนบัส” รุกธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ 400 ล้าน เข้าตลาด Mai

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2567 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2567 เวลา 01.40 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจขนส่งรถโดยสารประจำทางสายเหนือ “กรีนบัส” ของตระกูล “ทองคำคูณ” ปรับโครงสร้างธุรกิจครอบครัวครั้งใหญ่เมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา โดยจัดตั้งบริษัท เครือชัยพัฒนา เชียงใหม่ จำกัด เป็นบริษัทแม่ (Holding Family) เพื่อมุ่งขยาย 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจขนส่งและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดีบริษัทกำลังนำสองธุรกิจหลักรุกคืบเข้าสู่ธุรกิจบริการท่องเที่ยว พร้อมกับแผนการนำบริษัท กรีน แคปปิตอล จำกัดเข้าจดทะเบียนในตลาด Mai

“กฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2567 เพื่อเร่งสปีดรายได้และผลกำไรก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ภายในปี 2569

จำนวนผู้โดยสารพุ่งต่อเนื่อง

กฤษฏิภาชย์บอกว่า ดีมานด์ของผู้โดยสารในจังหวัดภาคเหนือตอนบนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทิศทางเป็นบวกมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย จำนวนผู้โดยสารปี 2566 ขึ้นมาแตะที่ 78% ทั้งเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และเส้นทางภาคเหนือเชื่อมโยงไปภาคใต้และอีสาน แต่การนำรถออกมาใช้ยังไม่เต็ม 100% ใช้อยู่เพียง 80 คัน จากทั้งหมด 120 คัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเท่าเดิมในปี 2562 ก่อนโควิด

ประกอบกับบริษัทขาดแคลนคนขับรถจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงโควิดต้องหยุดการเดินรถโดยสารในเส้นทางต่าง ๆ ทำให้พนักงานขับรถส่วนใหญ่ต้องไปทำงานอื่นแทน และมีเพียงบางส่วนที่กลับมาทำงานเหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ และหาได้ค่อนข้างยาก

โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ต้องนำรถอื่นมาเสริมรองรับผู้โดยสารที่จะใช้บริการจำนวนมาก โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครพนักงานขับรถจำนวนมาก เพื่อรองรับการเพิ่มจำนวนเที่ยวรถในเส้นทางต่าง ๆ ในปีนี้ ซึ่งเปิดกว้างให้กับคนขับรถประเภทอื่นที่ยังไม่เคยขับรถโดยสารประจำทางมาก่อน อาทิ คนที่เคยขับรถบรรทุกขนาดกลาง โดยบริษัทจะมีการฝึกอบรมวิธีการขับรถโดยสารประจำทางก่อนที่จะให้ขับจริง คาดว่าปลายปีนี้ภาคการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาเต็มระบบ

ทุ่ม 158 ล้าน เสริมทัพ EV Bus

ปีนี้เราลงทุนซื้อรถใหม่จำนวน 19 คัน เป็นรถอีวี เป็นรถที่ประกอบในประเทศไทย ทั้งรถแบบ VIP และ Business Class เฉลี่ยคันละ 8 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนเฉพาะตัวรถ 152 ล้านบาท พร้อมซื้อเครื่องชาร์จอีก 2 ตัว ตัวละ 3 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 158 ล้านบาท

โดยจะนำไปวิ่งในเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย และเชียงใหม่-พะเยา ซึ่งเป็นระยะทางที่พอดีกับปริมาณแบตเตอรี่ ไป-กลับระยะทางไม่เกิน 400 กิโลเมตร คาดว่าจะเริ่มเดินรถอีวี 2 เส้นทางนี้ในช่วงไตรมาส 3

โดยจะเริ่มทยอยเอารถที่เป็นดีเซลออก และนำรถอีวีเข้าไปแทน ส่วนรถดีเซลที่วิ่งใน 2 เส้นทางคือ เชียงใหม่-เชียงราย และเชียงใหม่-พะเยา จะนำไปปรับปรุงรีโนเวตใหม่ทั้งหมด ทั้งการปรับปรุงช่วงล่าง ตัวรถภายนอก และภายในห้องผู้โดยสารให้อยู่ในสภาพรถใหม่เกิน 90% เพื่อนำไปเพิ่มเที่ยววิ่งในเส้นทางแม่สาย-แม่สอด ที่มีดีมานด์ของผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รถอีวีจะช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ค่อนข้างมาก เทียบกับรถที่ใช้น้ำมันดีเซลที่มีต้นทุนต่อระยะทาง 1 กิโลเมตรอยู่ที่ 10 บาท ขณะที่รถอีวีต้นทุนจะอยู่แค่ 4 บาทต่อ 1 กิโลเมตร แต่ในแง่ของราคารถอีวีแพงกว่ารถบัสดีเซลเกือบ 2 เท่า ซึ่งรถบัสอีวีราคาคันละ 8 ล้านบาท ขณะที่รถบัสที่ใช้น้ำมันดีเซล ราคาอยู่ที่คันละ 5.5 ล้านบาท เรามองเรื่องความคุ้มค่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับต้นทุนพลังงานที่ถูกลงมาก

ตั้งเป้ารายได้ 400 ล้านบาท

กฤษฏิภาชย์บอกต่อว่า รายได้ปี 2566 อยู่ที่ 340 ล้านบาท กำไร 5% จำนวนผู้โดยสารเทียบฐานปี 2562 ปี 2566 จำนวนผู้โดยสารขึ้นมา 78% ส่วนปี 2567 ตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 84% และตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 390 ล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากจำนวนเที่ยววิ่งรถที่เพิ่มขึ้นในหลายเส้นทางและการแตกไลน์ธุรกิจขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว

“ตอนนี้เรามุ่งไปที่การบริหารต้นทุน เราคาดว่าการนำรถอีวีเข้ามาใช้จะลดต้นทุนพลังงานและการซ่อมบำรุงในช่วง 5 ปีแรก ซึ่งก็จะทำให้กำไรปรับดีขึ้น ปัจจุบันต้นทุนพลังงานน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32% แต่รถบัสอีวีต้นทุนจะลดลงอยู่ที่ราว 26%”

กรีนบัส

สำหรับแผนปี 2567 ในส่วนของกรีนบัสจะมุ่งลดต้นทุนและเพิ่มกำไร เนื่องจากเรามีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ (mai) โดยตั้งเป้ายื่นไฟลิ่งในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งปีสุดท้ายก่อนยื่นไฟลิ่ง กำไรจะต้องไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท รวมกัน 2 ปีก่อนยื่นไฟลิ่ง กำไรต้องไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท รายได้จะต้องทำให้ได้มากกว่า 400 ล้านบาท จึงต้องมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนเป็นหลัก

ส่ง Hop&Go รุกหนักท่องเที่ยว

กฤษฏิภาชย์บอกว่า ปัจจุบัน Core Business ของกรีนบัส คือขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก สัดส่วนกว่า 99% ดังนั้น แผนงานสำคัญในปีนี้จะรุกหนักธุรกิจขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว มุ่งปั้นโปรดักต์ใหม่ “Hop&Go” และหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็เตรียมขยายไลน์สู่ธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างเต็มระบบ

โดยมองการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา วางแผนกลยุทธ์ตามกิจกรรมของนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตลูกค้าจะสามารถซื้อโปรดักต์ของกรีนบัสได้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น

สำหรับธุรกิจ Hop&Go เพิ่งเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2566 ก็ยังประสบภาวะขาดทุน จึงต้องทำดีมานด์ให้เกิดขึ้น ถือเป็นรสบัสนำเที่ยวแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ เป็นรถบัสปรับอากาศขนาด 40 ที่นั่ง เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2566 จำนวน 2 เส้นทาง

โดยวิ่งรับผู้โดยสารภายในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อไปอำเภอแม่ริมและอำเภอแม่ออน เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) โดยทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าวมีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 300 คน นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักเป็นชาวต่างชาติ อาทิ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป

ปี 2567 บริษัทได้เปิดให้บริการเส้นทางใหม่จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว น้ำตกห้วยแก้ว-เวียงกุมกาม และสายสีแดง เซ็นทรัลเชียงใหม่-น้ำตกห้วยแก้ว เพื่อเป็นการเชื่อมระบบคมนาคมรองรับการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ ตามแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว 7 แห่ง ตามดำริ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แก่ สวนสัตว์เชียงใหม่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เวียงกุมกาม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ วัดพระธาตุดอยคำ และน้ำตกห้วยแก้ว

กฤษฏิภาชย์บอกต่อว่า กรีนบัสมีความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งรถประจำทาง ซึ่ง Hop&Go เป็นการเดินรถเส้นทางการท่องเที่ยวแบบประจำทาง ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพกรีนบัสให้แข็งแกร่งขึ้น เราวิเคราะห์แล้วว่าการขนส่งแบบท่องเที่ยวในเชียงใหม่ยังไม่มีเลย และไม่มีผู้ประกอบการใดที่มีความชำนาญและมีทุนมากพอที่จะทำแบบนี้ได้

ถือเป็นจุดแข็งของกรีนบัส ปัจจุบันมีรถ Hop&Go ทั้งหมด 14 คัน อนาคตจะเพิ่ม Route ขยายเส้นทางไป 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เช่น เดินทางออกจากเชียงใหม่ช่วงกลางคืน และไปเช้าที่จังหวัดเชียงราย เป็นรถแบบมีเตียงนอนภายในห้องผู้โดยสาร

การทำตลาดทั้งหมดจะดำเนินการโดยบริษัท แฟร์แฟร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทกรีนแคปปิตอล ที่แตกไลน์มาทำธุรกิจ OTA หรือ Online Travel Agency ให้บริการจองที่พักทั้งโรงแรม รีสอร์ต บ้านพักวิลล่า รวมถึงบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ

ซึ่งบริษัทแฟร์แฟร์จะทำหน้าที่ดูแลการตลาดทั้งระบบของธุรกิจขนส่งในเครือบริษัทกรีนแคปปิตอล พร้อมเป็นตัวกลางระหว่างธุรกิจบริการที่พัก-ท่องเที่ยว-สายการบิน-รถบัสโดยสารประจำทางกับลูกค้า เป็นธุรกิจที่จะผลักดันให้ยอดขายของบริษัทเติบโตเพิ่มมากขึ้น

สถานการณ์ของกรีนบัสในขณะนี้กำลังไต่เพดานสูงขึ้นเรื่อย ๆ และแนวโน้มธุรกิจมีทิศทางที่ดี กับตัวเลขรายได้ที่ต้องเร่งสปีดให้ได้มากกว่า 400 ล้านบาท ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรีนบัส” รุกธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ 400 ล้าน เข้าตลาด Mai

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...