โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จาร์ติซานน์” ชีสสัญชาติไทย ผลิตไม่พอขายโรงแรม 5 ดาว-ห้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2567 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 05.03 น.

สัมภาษณ์

ปัจจุบันตลาดชีส (Cheese)ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่วันนี้มี “ชีส” ที่เกิดจากการปลุกปั้น โดยฝีมือคนไทยแบรนด์ “จาร์ติซานน์” (JARTISANN)

เป็นชีสสัญชาติไทยแท้ 100% ที่ผลิตในหมู่บ้านวังตาล ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ “จารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” หรือคุณเส เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “JARTISANN” ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการขับเคลื่อนขยายธุรกิจชีสบุกตลาดทั่วไทย

วิกฤตโควิดคือ “โอกาส”

จารุทัศเล่าว่า ธุรกิจชีส “JARTISANN” เริ่มต้นขึ้นช่วงสถานการณ์โควิดปี 2563 ทุกคนถูกล็อกดาวน์ จึงนำสิ่งที่ตัวเองชอบและมีประสบการณ์ คือ การทำชีส มาทดลองทำห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน ใช้เวลาอยู่ 10 เดือน คิดค้นสูตรชีสใหม่ ๆ จนได้ออกมา 17-18 ชนิด แล้วนำมาบ่มในตู้เย็นที่โมดิฟายขึ้นเอง

เมื่อบ่มได้ที่ เริ่มนำมาวางขาย พร้อมทำขนมปังและพิซซ่าโฮมเมด เปิดร้านขายในบริเวณบ้านเมื่อปี 2564 โดยมีคนในหมู่บ้านแวะเวียนมาซื้อ พร้อมการขายผ่านเฟซบุ๊กและ IG

จุดเปลี่ยนของธุรกิจเกิดขึ้น เมื่อมีชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯสนใจสั่งซื้อชีสทางเฟซบุ๊ก จึงเริ่มส่งสินค้าผ่านรถขนส่งที่เป็นห้องเย็น เมื่อเพื่อน ๆ ญาติพี่น้องในกรุงเทพฯเห็นว่าสามารถส่งชีสจากเชียงใหม่มาถึงประตูบ้านที่ กทม.ได้ จึงเกิดเป็นกระแสบอกต่ออย่างกว้างขวาง

กระทั่งมีโรงแรมตรีสรา เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวจากจังหวัดภูเก็ตสั่งซื้อ จากนั้นเริ่มมีการสั่งซื้อจากโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพฯ อาทิ โรงแรมอีสติน แกรนด์ และโรงแรมยู สาทร เป็นต้น

ชีส จาร์ติซานนท์

ช่วงระยะ 4 ปีกิจการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องลงทุนสร้างโรงงานใหม่บนพื้นที่บ้านอยู่อาศัย 1.5 ไร่ ด้วยเงินลงทุน 17 ล้านบาท โดยโรงงานเปิดดำเนินการเดือนมกราคม 2567 เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่ขยายตัว จากจุดเริ่มต้นใช้นมวันละประมาณ 80-120 กิโลกรัม ปัจจุบันใช้นมวันละประมาณ 600 กิโลกรัม โดยรายได้เพิ่มสูงสุดเดือนละ 1 ล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคม 2566 และเมื่อเครื่องจักรโรงงานใหม่เข้าสู่ระบบเต็มที่ จะเพิ่มปริมาณนมขึ้นเป็นวันละ 1 ตัน

ขณะที่กำลังการผลิตของโรงงานใหม่สามารถรับปริมาณนมวันละ 2 ตัน ซึ่งจะผลิตชีสได้ประมาณวันละ 200 กิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถผลิตชีสได้เต็มกำลังการผลิต เนื่องจากห้องบ่มชีสค่อนข้างเล็ก จึงเตรียมลงทุนสร้างห้องบ่มชีสเพิ่มที่อำเภอแม่ริมภายในปีนี้ พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย คาดว่าจะเปิดดำเนินการปลายปี 2567 โดยตั้งเป้ายอดขายให้ได้ 18-20 ล้านบาทต่อปี หลังจากมีกำลังการผลิตเพิ่มจากโรงงานแห่งที่ 2 ที่อำเภอแม่ริม

บ่มประสบการณ์การทำชีส 16 ปี

จารุทัศบอกว่า ได้สั่งสมประสบการณ์ด้านชีสมาตั้งแต่ปี 2550 จากที่ได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครมูลนิธิโครงการหลวง จากนั้นหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้ประทานตำแหน่งให้เป็นผู้ประสานงานพัฒนาผลิตผลอาหารและบริการ ซึ่งโปรเจ็กต์แรกที่ทำคือ การทำมอสซาเรลล่าชีสจากนมควาย จึงเริ่มทดลองคิดค้นพัฒนา

จากนั้นเริ่มใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวซื้ออุปกรณ์วัตถุดิบมาทดลองทำใน LAB ที่ กทม. และได้รับโอกาสให้เข้ามาทำงานในมูลนิธิโครงการหลวง โดยฝึกอยู่ประมาณ 2 ปี จึงได้มอสซาเรลล่าชีสที่มีคุณภาพดีขึ้น จากนั้นต่อยอดด้วยการไปดูงานการทำชีสที่ประเทศอิตาลีและเดนมาร์กในปี 2553 โดยมีความมุ่งมั่นคิดค้นวิจัยพัฒนาด้วยตัวเองมาโดยตลอด

นอกจากนั้น ได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาของกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อปี 2553 ทำให้เห็นว่านมวัวในประเทศไทยมีค่อนข้างมาก แต่ขาดเรื่องการพัฒนาแปรรูป ส่วนมากนำไปทำนมพร้อมดื่ม ซึ่งโดยพื้นฐานตัวเองเรียนด้านออกแบบอุตสาหกรรม จึงพัฒนาชีสสูตรใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคิดสูตรชีสใหม่ ๆ ให้โครงการหลวง

ชีสสัญชาติไทย 100%

จารุทัศกล่าวว่า “JARTISANN” เป็นชีสสัญชาติไทย 100% ลงทุนโดยคนไทย 100% เป็นกิจการภายในครอบครัว สูตรการทำชีสเป็นของคนไทย ผมเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเองทั้งหมด วัตถุดิบหลักใช้นมวัวในเชียงใหม่ทั้งหมด ทั้งจาก อ.ส.ค. และบริษัทเชียงใหม่เฟรชมิลค์ สั่งเป็นนมดิบคุณภาพสูง ถือเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีสสัญชาติไทยที่เดียวในประเทศไทยในตอนนี้

สำหรับชีสตัวเด่นที่เป็นซิกเนเจอร์ มีชื่อว่า “สันผักหวานบุรี” (San Paquanburie) เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด อีกตัวคือ “สยามิสบลู” (SyamIsBlue) Syam แปลว่า สีน้ำเงิน เป็นภาษาสันสกฤต ซึ่งตนอยากให้มีบลูชีสเป็นของคนไทย จึงตั้งชื่อให้รู้ที่มาว่ามาจากประเทศไทย นอกจากนี้คือ ชีสสามพี่น้อง ตระกูลซอลทาร่า ได้แก่ ซอลทาร่าแฟนารี่ ซอลทาร่ามัชฌิมา ซอลทาร่าเถระ

ชีส จาร์ติซานนท์

รวมถึงชีสหางดง (Forest Tail) เป็นฮาร์ดชีส มี 4 รสชาติ อาทิ ออริจินอล คลาสสิก ผัดกะเพรา พริกลาบเมือง นอกจากนี้ มีซอฟต์ชีส อาทิ “ซ่อนกลิ่น” (Hidden Agenda) เป็น Soft Washed-rind Cheese “นวบุรีศรีนครพิงค์” (Novaburie) เป็น Soft Bloomy-rind Cheese ซึ่งกระบวนการทำชีสต้องใช้เวลาบ่มนาน บางตัว 20 วัน บางตัว 1 เดือน บางตัว 5-7 เดือน บางตัว 1 ปี เพื่อให้ได้รสชาติที่ลึกซึ้ง ขึ้นอยู่กับชีสแต่ละชนิด ดังนั้น เวลาเพิ่มกำลังการผลิต ลูกค้าต้องรอเวลาบ่มหลายเดือน

“ความสำเร็จของ ‘JARTISANN’ มาจากความฝันที่ยากเย็น และยุ่งยากที่ต้องทำให้กลายเป็นความจริง ด้วยการคิดและออกนอกกรอบ สร้างมโนภาพ โดยใช้อิทธิบาท 4 เพียรพยายามและมุ่งมั่น ทำให้มโนภาพนั้นเกิดขึ้นมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้”

บุกซูเปอร์มาร์เก็ต-โรงแรม 5 ดาว

จารุทัศบอกว่า ที่ผ่านมาทำการตลาดค่อนข้างน้อยมาก เบื้องต้นเฟซบุ๊กส่วนตัว ใน IG ของบริษัท และมีช่อง Thailand JARTISANN Cheese by JARTISANN นอกจากนี้ถูกเชิญไปออกงานต่าง ๆ ถือเป็นธุรกิจที่เติบโตช่วงโควิด ด้วยคุณภาพชีสที่ดี ทำให้ลูกค้าบอกต่อกันกว้างขวาง

ปัจจุบันฐานลูกค้าขยายวงกว้าง ในปี 2566 ขยายช่องทางจำหน่ายสู่ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ เช่น ฟู้ดแลนด์ Go Wholesale ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่ และโรงแรม 5 ดาวทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน หัวหิน และเชียงใหม่ รวมถึงกลุ่มร้านอาหาร ไวน์บาร์ ที่เหลือคือผู้บริโภคทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีสัดส่วนคนไทย 65% ต่างชาติ 35% ปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคชีสมากขึ้น และปี 2567 กำลังเตรียมเข้า Tops ที่กรุงเทพฯ

ชีส จาร์ติซานนท์

สำหรับตลาดชีสในประเทศไทยคาดว่ามีมูลค่าอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี แต่เป็นการนำเข้า 90% ในส่วนชีส “JARTISANN” ส่วนแบ่งตลาดน้อยมากแต่เป็นจุดเริ่มต้นเป็นผู้ทำชีสขายในประเทศไทยได้ โดยมีลูกค้าต่างชาติ เช่น ชาวฝรั่งเศส ชาวสวิส

จุดแข็งของ “JARTISANN” 1.เป็นบริษัทที่ผลิตชีสได้อย่างหลากหลายกว้างขวาง ครอบคลุมการใช้งานชีสในวงการเคเทอริ่ง และ F&B ลูกค้ายอมรับในรสชาติของชีสทุกชนิดว่ามีคุณภาพได้มาตรฐานเทียบเท่าชีสนำเข้าหรือดีกว่า ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องให้เกิดการเทียบเท่าหรือดีกว่า เป็นอุดมการณ์ของเรา 2.ลูกค้าประทับใจในเรื่องราว (Story) ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นชีสของคนไทยที่ทำโดยคนไทย สามารถนำเรื่องราวนี้ไปเป็นจุดขายให้กับลูกค้าต่อได้

ก้าวรุกของชีสสัญชาติไทยแบรนด์ “จาร์ติซานน์” จากเชียงใหม่ เข้าสู่สนามการแข่งขันตลาดชีสเมืองไทยเป็นก้าวเติบโตที่น่าจับตายิ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จาร์ติซานน์” ชีสสัญชาติไทย ผลิตไม่พอขายโรงแรม 5 ดาว-ห้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...