สุขสมหวังดังปรารถนา
ข้อมูลเบื้องต้น
https://shorturl.asia/qWjlc
อีบุ๊กมาแล้วค่ะ อ่านได้ทุกที่ อ่านยันลูกบวช อ่านจนวันสิ้นโลก ???????????? ไม่มีเน็ตก็อ่านได้ค่า
ในอีบุ๊กมีตอนพิเศษ 2 ตอน ห้าพันก่าๆ คำ ซึ่งไม่ลงในเว็บนะคะ
อยากอุดหนุนไรท์จิ้มด้านบนเลยค่า
สุขสมหวังดังปรารถนา ยุค90
เหอหลินอดีตเชฟที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต เริ่มลืมตาอ้าปากได้หลังผันตัวมายึดอาชีพนักเขียนนิยาย สุดท้ายดันมาตายคาหน้าคอมพิวเตอร์
ใครจะรู้ว่าสวรรค์ประทานโอกาสอันมีค่าให้เธอย้อนเวลากลับมาในช่วงมัธยมปลายอีกครั้ง ก่อนการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่พลิกผันเธอสู่จุดตกต่ำ
กลับมาครั้งนี้เธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เธอรัก
ที่สำคัญคือก่อนตายเธอต้องได้สามีดีๆ สักคน!
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกของนักแขียนค่ะ
แนะนำติชมได้ ติได้แต่อย่างแรง ชมบ้างก็ได้ ชมเยอะๆ ก็ดี (ขอยืมน้องพีพีมาใช้)
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียด้วยนะคะ
ฉางฟู่
นิยายจะติดเหรียญ ตอนที่ 16 นะคะ
เป็นการติดเหรียญถาวร 1 บาท
หลังจากอัพจนจบแล้ว จะปรับราคาขึ้นเป็นตอนละ 3 บาทค่ะ (แต่ไม่มีตอนพิเศษ 2 ตอนซึ่งจะมีใน e-book เท่านั้น)
ฝากชีวิตนักเขียนต้วน้อยๆ ไว้ในอ้อมแขนนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ
หลังจากตกงานเป็นเดือนเลยหันมาลองเขียนนิยายสักตั้ง
แอคนี้เป็นแอคเดิมของพี่ค่ะ พี่ยกให้มาลงนิยายขาย
ไรท์เขียนนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกค่ะ
ผิดพลาดประการใดขอน้อมรับไว้ และจะพยายามปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ
ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน
ฝากกดหัวใจและกดติดตามด้วยนะคะ
ฉางฟู่
ตอนที่ 1 ย้อนกลับ 1/2
https://shorturl.asia/qWjlc
อีบุ๊กมาแล้วค่ะ อ่านได้ทุกที่ อ่านยันลูกบวช อ่านจนวันสิ้นโลก ???????????? ไม่มีเน็ตก็อ่านได้ค่า
ในอีบุ๊กมีตอนพิเศษ 2 ตอน ห้าพันก่าๆ คำ ซึ่งไม่ลงในเว็บนะคะ
อยากอุดหนุนไรท์จิ้มด้านบนเลยค่า
ตอนที่ 1 ย้อนกลับ 1/2
“เสี่ยวหลิน เสี่ยวหลิน เสี่ยวหลิน!”
หลินเสี่ยวอันกระซิบเรียกพลางเขย่าตัวเหอหลินเบาๆ ในขณะที่ครูเป่ยกำลังจ้องเหอหลินที่ฟุบหลับกับโต๊ะนักเรียนเขม็ง
เฮือก! เหอหลินสะดุ้งตื่น ค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่าฟุบนอนบนโต๊ะ มองไปรอบตัวช้าๆ หน้าตาเหลอหลาไม่เข้าใจ
“ครูเรียกเธอออกไปทำโจทย์หน้าห้องเรียนน่ะ” หลินเสี่ยวอันกระซิบเตือนเพื่อน
“เหอหลินออกมาทำโจทย์บนกระดานดำเดี๋ยวนี้!” ครู่เป่ยสั่งเสียงเขียว นักเรียนคนนี้นอกจากผลการเรียนไม่ดีแล้วยังขี้เกียจเหลวไหลไม่ตั้งใจเรียน ทำเธอโมโหทุกครั้ง
เหอหลินมองหน้าคุณครูหน้าตายังไม่หายมึนงง เดินก้มหน้างุดไม่สบตาใครไปที่หน้าชั้นเรียน มองกระดานดำอยู่นานราวกับสติหลุดลอยไป เสียงครูเป่ยกระแอมแล้วกระแอมเล่า สุดท้ายเด็กสาวหันไปบอกครูเสียงอ่อย
“ขอโทษ หนูทำไม่ได้ค่ะ” เหอหลินกล่าวเสียงเรียบสบตากับครู่เป่ยไม่หลบ ไม่คล้ายเหอหลินเด็กเหลวไหลคนเดิม
"คิกๆๆๆ" เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น
ครูเป่ยขมวดคิ้วมองไปที่เหอหลิน “เหอหลินไปยืนหลังห้องจนกว่าจะหมดคาบ”
เพื่อนร่วมชั้นแอบมองเธอแล้วหันไปคุยซุบซิบกันสลับกับเสียงหัวเราะเยาะดังแว่วมา
เหอหลินเดินเชิดหน้าไปยืนหลังห้องอย่างสง่าผ่าเผยคล้ายไม่รู้สึกอะไร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเหม่อมองกระดานดำ ในหัวคิดเรื่องราววุ่นวายไปหมดต่างกับสีหน้าเรียบเฉย
ทำไมเธอถึงมายืนอยู่ที่นี่!
ความทรงจำสุดท้ายคือเธอกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เขียนนิยายลงแพลตฟอร์มชื่อดังในอินเทอร์เน็ต จู่ๆ ก็หายใจไม่ออกแล้ววูบไปเลย สะดุ้งตื่นอีกทีตอนมีคนเรียกชื่อ แล้วเธอก็มาโผล่อยู่ในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายอย่างงงๆ
เหอหลินแอบหยิกแขนตัวเองแรงๆ แล้วหน้าเหยเก
อูย…มันเจ็บนะเนี่ย ไม่ใช่ความฝันแน่นอน
ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์สุดโด่งดัง เธอพอจะคุ้นสถานการณ์แบบนี้อยู่บ้าง
คุ้นมากกกก
คุ้นจริงจริ๊งงงงง
อย่าบอกนะว่า…เธอถูกพาย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ก่อนที่เรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น
แปะ! เสียงดีดนิ้วดังขึ้นในหัว
สติๆๆๆ อย่าสับสนความจริงกับความฝัน
แน่นอนเธอพิสูจน์แล้วว่า ณ เวลานี้เธอไม่ได้ฝัน
แล้วประสบการณ์ที่เหมือนสัมผัสด้วยตัวเองล่ะ?
ความทุกข์ที่ต้องฝ่าฟันกระทั่งค้นพบความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่ของตัวเอง สร้างเนื้อสร้างตัวจากชีวิตที่ติดลบ ทุกอย่างเป็นแค่ความฝันหรืออย่างไร
ไม่! ไม่มีทาง
มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง
ถ้าอย่างนั้นเธอก็ย้อนเวลากลับมาจริงๆ
จริงหรือนี่!
มันคือเรื่องจริงใช่ไหม!!
อ๊ายย กรี๊ดดดดดดด
เหอหลินแทบกลั้นความดีใจไม่อยู่ ยกมือปิดปากกลั้นเสียงกรี๊ดเบาๆ ที่เกือบหลุดออกมา เธอยืนอมยิ้มมองครูสอนตลอดคาบทำเอาครูเป่ยคิ้วกระตุกทุกครั้งที่หันไปเห็นหน้าระรื่นของลูกศิษย์
ตอนที่ 1 ย้อนกลับ 2/2
https://shorturl.asia/qWjlc
อีบุ๊กมาแล้วค่ะ อ่านได้ทุกที่ อ่านยันลูกบวช อ่านจนวันสิ้นโลก ???????????? ไม่มีเน็ตก็อ่านได้ค่า
ในอีบุ๊กมีตอนพิเศษ 2 ตอน ห้าพันก่าๆ คำ ซึ่งไม่ลงในเว็บนะคะ
อยากอุดหนุนไรท์จิ้มด้านบนเลยค่า
ตอนที่ 1 ย้อนกลับ 2/2
“เสี่ยวอัน เลขข้อนี้ต้องทำยังไง”
หลินเสี่ยวอันหันไปช่วยแก้โจทย์ “ทำอย่างนี้ไง”
เหอหลินพยักหน้า “เข้าใจแล้ว…อย่างนี้นี่เอง ขอบใจนะ”
หลินเสี่ยวอันเห็นว่าเพื่อนเข้าใจแล้วค่อยหันกลับไปทำการบ้านต่อ
เกาผิงผิงนั่งที่ทำการบ้านอยู่ข้างกันมองเพื่อนสนิททั้งสองคนก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างเคร่งเครียดแล้วรู้สึกห่อเหี่ยวพิกล เฮ้พวก นี่ชีวิตวัยรุ่นนะ อย่าทำตัวเป็นคุณป้าแม่บ้านอย่างนี้สิ เติมสีสันให้กับชีวิตวัยเรียนหน่อย
“เสี่ยวหลินพรุ่งนี้ไปเที่ยวห้างกันเถอะ!” จู่ๆ เกาผิงผิงก็ตะโกนออกมา ไม่ลืมส่งสายตาออดอ้อนให้เหอหลิน
แต่แล้วสาวน้อยก็ถูกดับฝันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคนถูกชวนส่ายหน้าปฏิเสธ
“ขอโทษด้วยนะเราไม่ว่าง ช่วงนี้มีงานต้องทำเยอะเลยน่ะ” เหอหลินทำท่าคิด “งานเยอะมากจริงๆ นะ”
หลินเสี่ยวอันมองเหอหลินอย่างเป็นกังวล แต่ก่อนเพื่อนชวนไปเที่ยวเหอหลินไม่เคยปฏิเสธสักครั้ง ผิดกับช่วงนี้เหอหลินมักไม่ค่อยว่างดูเก็บเนื้อเก็บตัวจนน่าเป็นห่วง “ช่วงนี้เธอไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับพวกเราเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถึงพวกเราอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็เป็นที่ปรึกษาให้เธอได้นะ”
“ใช่ๆ หรือถ้าไม่มีเงินก็ยืมฉันได้นะ ฉันมีเงินค่าขนมเก็บไว้เยอะ ฉันยอมไม่ซื้อเสื้อผ้าครึ่งปีเลยเอ้า” เกาผิงผิงผู้ไม่ค่อยคิดอะไรมากออกปากให้ยืมเงินอย่างใจป้ำ
เหอหลินมองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาซาบซึ้ง ชาติที่แล้วเธอไม่รู้เลยว่ามีเพื่อนดีๆ แบบนี้อยู่ข้างเธอ
“ขอบใจพวกเธอมากนะ แต่ไม่มีอะไรจริงๆ ช่วงนี้พ่อกับแม่ทำงานหนัก ฉันเลยจะกลับไปทำงานบ้านแบ่งเบาภาระพวกท่านน่ะ แต่ก็ขอบใจพวกเธอมากจริงๆ” เหอหลินปฏิเสธแล้วก็เก็บสมุดใส่กระเป๋า “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันกลับก่อนนะ”
เหอหลินเก็บของเสร็จแล้วซอยเท้าเดินออกจากห้องเรียนทิ้งให้เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันไปมา
เอ่อ…เรากลายเป็นเด็กเสเพลไปเลยไหม
นับจากวันที่ตื่นขึ้นมาในห้องเรียนเหอหลินย้อนกลับมาเป็นเวลาเกือบหกเดือนแล้ว
ชุมชนโรงทอผ้าจี้เจี่ย
“เหอหลินกลับมาแล้วเหรอ เดี๋ยวนี้กลับบ้านเร็วนะ เมื่อก่อนมืดค่ำยังไม่เห็นแม้แต่เงาเลย” ป้าจี้เอ่ยทักด้วยประโยคไม่น่าฟัง พลางเบ้ปากใส่หน้าตาน่าหมั่นไส้
ทางเข้าชุมชนบริเวณต้นไม้ใหญ่เป็นสถานที่ที่คนสูงวัยชอบมานั่งคุยกันหลังกินข้าวเสร็จ ไม่ก็ทำกิจกรรมยามว่าง ป้าจี้เป็นขาประจำแถวนี้ ป้าแกไม่ค่อยชอบเหอหลิน เจอหน้าทีไรเป็นต้องพูดกระแนะกระแหนทุกที
“ป้าจี้ก็อุตส่าห์ตามติดชีวิตหนูยันมืดค่ำเลยนะคะ ดีจังที่ที่บ้านไม่มีอะไรทำ” เหอหลินหันไปยิ้มหวานเจี๊ยบให้ป้าจี้
เสียงโต้ตอบของสองสาวต่างวัยไม่เบานัก ทำคนแถวนั้นหัวเราะครืน แต่ก่อนป้าจี้กระแนะกระแหนเหอหลินอยู่ฝ่ายเดียว เด็กสาวไม่เคยโต้ตอบอะไร ครั้งนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาผู้สูงวัย แต่ละคนต่างบอกตัวเองว่าอย่าไปหาเรื่องเด็กคนนี้ดีกว่า
ร่างเล็กบางรีบเดินเข้าไปในอาคาร อาคารที่เธออยู่มีขนาดหกชั้น บ้านของเหอหลินอยู่ชั้นสี่ เป็นห้องขนาดสามสิบตารางเมตร สองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่นหนึ่งห้องน้ำ ไม่ได้กว้างขวางนักซึ่งถือว่าดีมากแล้วสำหรับครอบครัวเหอที่มีลูกคนเดียว เหอหลินไม่แน่ใจว่าเพราะเรื่องนี้หรือเปล่าเลยทำให้ป้าจี้อิจฉาพานไม่ชอบหน้าเธอ
เหอหลินเปิดประตูเข้าบ้าน วางข้าวของไว้ในห้องของตัวเอง ก่อนจะเริ่มทำงานบ้าน เตรียมทำกับข้าวไว้รอพ่อแม่กลับมา หลังจากงานบ้านเสร็จเธอก็กลับไปเขียนนิยายในห้องระหว่างรอพ่อแม่กลับบ้าน
ใช่แล้ว…เหอหลินกำลังเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์เดินตามรอยชาติที่แล้ว ตลอดหกเดือนที่ผ่านมาเธอเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ไปแล้วสามเรื่อง ได้รับค่าต้นฉบับแล้วสองเรื่อง ส่วนอีกเรื่องเพิ่งส่งไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นเหตุผลที่เธอปฏิเสธไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน
เธอกำลังปั่นต้นฉบับด้วยความเร็วแสง ใช้ความทรงจำจากชาติก่อนเขียนนิยายขึ้นมาและปรับปรุงให้ดีขึ้น เธออยากเก็บเงินให้มากที่สุดไว้ซื้อหุ้นปีหน้า
ปี 1997 เป็นปีที่ตลาดหุ้นผันผวนที่สุด ตกสุดและขึ้นสุด เธอต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!
ตอนที่ 2 ชีวิตชาติก่อน
https://shorturl.asia/qWjlc
อีบุ๊กมาแล้วค่ะ อ่านได้ทุกที่ อ่านยันลูกบวช อ่านจนวันสิ้นโลก ???????????? ไม่มีเน็ตก็อ่านได้ค่า
ในอีบุ๊กมีตอนพิเศษ 2 ตอน ห้าพันก่าๆ คำ ซึ่งไม่ลงในเว็บนะคะ
อยากอุดหนุนไรท์จิ้มด้านบนเลยค่า
ตอนที่ 2 ชีวิตชาติก่อน
ใกล้ถึงเวลาพ่อแม่จะกลับบ้าน เหอหลินละจากงานเขียนนิยายออกมาจัดโต๊ะกินข้าว
แกร๊ก เสียงไขกุญแจดังขึ้น
“กลิ่นอะไรหอมๆ” พ่อสูดน้ำลายพลางเช็ดปากไปด้วย
“ไปล้างมือแล้วมากินข้าวค่ะ วันนี้มีซุปกระดูกหมูด้วยนะคะ”
“ดี..ดี…พ่อหิวแล้ว แม่ไปล้างมือกันเถอะ”
“ซู้ดดด…ซุปกระดูกหมูหอมอร่อยมากรสชาติกลมกล่อมซดแล้วหายเหนื่อยเลยลูก ผัดมันฝรั่งเส้นก็ดี โอ้โห ลูกสาวพ่อเก่งมาก” เสียงพ่อซดน้ำแกงดังเป็นระยะ ปากยังอุตส่าห์ชมเหอหลินไม่หยุด
ชาติที่แล้วเหอหลินเป็นเชฟเกือบสิบปีเรื่องฝีมือทำอาหารจึงไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะเทียบได้ แต่เพื่อไม่ให้พ่อกับแม่สงสัย เหอหลินจึงอาสาช่วยแม่ทำกับข้าวระยะหนึ่งก่อน เพราะเมื่อก่อนเธอรักสบาย แอบขี้เกียจไม่เคยคิดเข้าครัวช่วยแม่ทำอาหารเลย ถ้าจู่ๆ เกิดทำอาหารเก่งเหมือนเชฟขึ้นมามันน่าสงสัยเกินไป
เธอช่วยแม่ทำงานในครัวสองสามเดือนแล้ว เริ่มต้นทำอาหารง่าย จากนั้นค่อยทำอาหารที่ซับซ้อนมากขึ้น ชาตินี้เหอหลินไม่อยากเป็นเชฟแล้ว ทำให้คนในครอบครัวกินเท่านั้นก็พอ
“เอิ๊กกก…เสี่ยวหลินทำกับข้าวอร่อยมาก พ่อกินอิ่มจนลุกไม่ไหวแล้ว”
เหอหลินยิ้มแก้มปริ ดีใจที่ได้ทำของอร่อยๆ ให้พ่อแม่กิน จากนี้จะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นอีกมาก เธอจะทำทุกอย่างให้ท่านทั้งสองสุขสบาย
หลังมื้อเย็นเหอหลินกลับห้องไปทำการบ้านที่ค้างไว้ พ่อกับแม่นั่งดูโทรทัศน์ที่ห้องนั่งเล่น
“พ่อ พรุ่งนี้แผนกแม่หัวหน้าสั่งให้ผลัดกันไปทำงานแล้วนะ”
“เฮ้อ…ตั้งแต่เปลี่ยนผู้อำนวยการคนใหม่ออเดอร์ที่สั่งเข้ามาก็น้อยลงเรื่อยๆ พ่อกลัวว่าโรงงานทอผ้าของเราจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
“แล้วเราจะไปทำงานอะไรได้อีกล่ะพ่อ อายุพวกเราไม่ใช่น้อยๆ แล้ว เงินเก็บก็ไม่มี” แม่เหอถอนหายใจเบาๆ
“หัวหน้าเก่าพ่อชวนไปทำงานเป็นช่างไฟ แต่ต้องย้ายไปอยู่ทางใต้ซึ่งมันไกลมาก พ่ออยากจะหางานแถวนี้ก่อน ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ค่อยติดต่อหัวหน้าแล้วกัน” พ่อตบหลังมือแม่เป็นเชิงปลอบใจ
เหอหลินได้ยินเสียงพ่อแม่คุยกันที่ห้องนั่งเล่นดังแว่วเข้ามาในห้องนอน กำแพงกั้นบางเฉียบพูดอะไรก็ได้ยินหมด ตามความทรงจำชาติก่อน อีกไม่นานโรงงานทอผ้าจะปิดตัวลง พ่อเลือกไปทำงานทางใต้แล้วส่งเงินมาให้ที่บ้าน ทำงานประมาณสองปีก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานเสียชีวิต แม่เดินทางไปรับศพพ่อกลับมาทำพิธี แต่รถที่แม่นั่งไปกลับเสียหลักพุ่งลงข้างทาง
แม่เสียชีวิตคาที่…
การสูญเสียพ่อแม่ที่เป็นดั่งเสาหลักในชีวิตเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เหอหลินเสียใจมากที่สุด เธอทำอะไรไม่ถูก ญาติที่ไม่เคยรู้จักก็มาหา ทำเป็นหวังดีช่วยเหลือเธอ พอเหอหลินเชื่อใจสุดท้ายเธอก็ไม่เหลืออะไรเลย ทั้งบ้าน ทั้งเงินชดเชยถูกญาติพวกนั้นหลอกไปจนหมดตัว
เหอหลินตัดสินใจทิ้งทุกอย่างที่บ้านเกิดไปเริ่มต้นใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ เธอเริ่มจากไปสมัครงานในครัวเป็นเด็กล้างจาน เลื่อนเป็นเด็กหั่นผัก เป็นผู้ช่วยเชฟ เจ็ดปีกว่าจะได้จับกระทะ อีกสองปีถึงจะเป็นเชฟเต็มตัว
งานในครัวมันเหนื่อยนรกมาก เหนื่อยสายตัวแทบขาดสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ หลังช่วงเวลาแห่งการทำงานหนักสิ่งที่ปลอบประโลมหัวใจและร่างกายอันเหนื่อยล้า สามารถสร้างพลังใจและความสุขให้เธอในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาคือการได้ท่องไปในโลกแห่งจินตนาการ
เหอหลินติดนิยายออนไลน์ราวกับติดเหล้าติดบุหรี่ เลิกไม่ได้
พออ่านมากขึ้น…มากขึ้น…เป็นร้อยเป็นพันเรื่อง ก็ถึงเวลาที่อยากลองลงมือเขียนนิยายออนไลน์ดูบ้าง เธอหมดแรงบันดาลใจกับอาชีพเชฟแล้ว หญิงสาวหาเวลาว่างเขียนนิยายพิมพ์ลงเครื่องคอมพิวเตอร์มือสองที่ลูกค้าให้มา ไม่ถ้ามีเวลาว่างตอนพักกินข้าวเธอก็จะหยิบสมุดจดเล็กๆ เขียนลงไป
เริ่มแรกเหอหลินไม่หวังอะไร เธอแค่อยากแบ่งปันความฝันของเธอกับเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์
ใครจะคิดว่ามันจะปังล่ะ!
หญิงสาวเขียนนิยายลงแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ต นิยายเรื่องที่สามติดอันดับต้นๆ ในเว็บจนมีสำนักพิมพ์ติดต่อเข้ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ต้นฉบับตีพิมพ์เป็นหนังสือ
หลังจากนั้นนิยายภายใต้นามปากกาซูเหวินของเธอถูกนำไปสร้างเป็นละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง นิยายถูกตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งจนไม่อยากจะจำ
เหอหลินทิ้งอาชีพเชฟหันมาเป็นนักเขียนเต็มเวลา ขณะนั้นเธอตั้งตัวในเซี่ยงไฮ้ได้อย่างดีแล้ว มีเงินทอง มีบ้านหลังใหญ่ กินอิ่มนอนอุ่น ทว่าเธอไร้ซึ่งความสุข หวนระลึกถึงบิดามารดาที่เสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร
สิ่งที่เธอเสียใจที่สุดคือพ่อแม่จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เธออยากตอบแทนบุญคุณพวกท่าน ให้พวกท่านที่เลี้ยงดูเธออย่างดีมาหลายปีอยู่ร่วมฉลองความสำเร็จ อยู่อย่างสุขสบายพร้อมกับเธอในเวลานั้น
กลับมาครั้งนี้เธอจะไม่ก้าวทางผิดอีกแล้ว