โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB หุ้นแบงก์ปันผลแรง! ปี 67-68 แจกผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง

Wealthy Thai

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 10.04 น.

นาทีนี้คงไม่มีหุ้นปันผลตัวไหนมาแรงแซงโค้งเท่ากับ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) แล้ว เพราะล่าสุดบริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับปี 2566 อีก 7.84 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout) ถึง 80% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้
อีกทั้งเมื่อรวมกับปันผลช่วงก่อนหน้าที่จ่ายไปแล้ว 2.50 บาท จะทำให้ปันผลรวมทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 10.34 บาท นับเป็นระดับที่สูงมาก ดังนั้นในสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงอยากพานักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มการจ่ายปันผลในปี 2567-2568 รวมถึงทิศทางการเติบโตของ SCB ว่าจะเป็นอย่างไร
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าในปี 2567 SCB จะจ่ายปันผลที่ระดับ 6.78 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 6.5% และ ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลที่ 7.15 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.8%
ส่วนทิศทางการเติบโตในปี 2567 คาดกำไรจะอยู่ที่ 46,037 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากปีก่อน หนุนจาก 1. การขยายตัวของสินเชื่อที่คาดจะเด่นกว่าธนาคารใหญ่รายอื่น หลังตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่ทั้งในกลุ่มบริษัทใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรง และกลุ่มสินเชื่อ Consumer Finance ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะธุรกิจจำนำทะเบียนรถของ AutoX ตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่ราว 47% จากปีก่อน หลังเร่งเปิดสาขาจำนวนมากในปีที่ผ่านมา
และ 2. การตั้งสำรองที่คาดจะปรับตัวลงตามเป้าหมายของบริษัทที่จะลด Credit Cost จาก 1.8% ในปี 2566 ให้ต่ำลงโดยฝ่ายวิเคราะห์คาด Credit Cost ของ SCB จะลดลงมาเหลือ 1.7% หลังไม่มีการตั้งสำรองสำหรับ CardX มากเหมือนในปี 2566 และบริษัทยังสามารถบริหารจัดการลูกหนี้ในพอร์ตได้ดี
อย่างไรก็ตามปีนี้ยังมีความเสี่ยงในเรื่องทิศทางของ NIM ที่คาดจะเริ่มปรับตัวลง หลังดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วที่ 2.5% แต่ต้นทุนเงินฝากยังคงปรับขึ้นเรื่อยๆ จากการ Repricing ของเงินฝากประจำ อีกทั้งบริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อเร่งขยายสินเชื่อในกลุ่ม Consumer Finance ในปี 2567
นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ของ CardX ที่ต้องติดตามผลของการปรับขึ้นอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% แต่ผู้บริหารคาดผลกระทบจริงจะค่อนข้างจำกัด เพราะมีสัดส่วนของลูกหนี้ผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 7-8% ของพอร์ต
ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังชอบ SCB ในฐานะธนาคารที่มีความชัดเจนของแผนที่จะเพิ่ม ROE ในระยะยาว จากการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ Phase 2 ของแผนเติบโตของยานแม่ SCBX ที่จะเน้นเรื่องการขยายธุรกิจและการเพิ่ม Synergy ระหว่างกลุ่มมากขึ้น จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 128 บาท
ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน SCB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 373,748.91 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 8.59 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.พ. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 21 ก.พ. 67 อยู่ที่ 111 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.72% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 9.32%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...