โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้ามภพมาเป็นนางเอกที่ถูกทิ้ง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 14.23 น. • ถงหลี่
ทะลุมิติมาทั้งทีดันกลายเป็นองค์หญิงตกอับที่ถูกเฉดหัวไปอยู่ท้ายวัง แถมคนรักก็มาตีตัวออกห่าง อยู่ท่ามกลางเหล่านางร้ายนางอิจฉาทั้งหลายที่คอยแต่รุมรังแก นี่มันวังหลวงหรือสมรภูมิรบกันแน่ !

ข้อมูลเบื้องต้น

ทะลุมิติมาทั้งทีดันกลายเป็นองค์หญิงตกอับที่บิดาไม่รักและถูกเฉดหัวให้ไปอยู่ท้ายวัง แถมคนรักก็มาตีตัวออกห่าง อยู่ท่ามกลางเหล่านางร้ายนางอิจฉาทั้งหลายที่คอยแต่กลั่นแกล้งและใส่ร้ายป้ายสี…นี่มันวังหลวงหรือสมรภูมิรบกันแน่ !

นึกหรือว่าคนอย่างถิงถิงจะยอมเป็นเบี้ยล่างให้คนพวกนั้นรุมโขกสับรังแกกันง่ายๆ งานนี้เธอไม่ขอรับบทนางเอกเจ้าน้ำตาเป็นอันขาด ใครร้ายมา…แม่สวนกลับ ส่วนผู้ทิ้งก็หาใหม่เอาข้างหน้า เรื่องอะไรจะไปจมปลักอยู่กับผู้ชายห่วยๆ พรรค์นั้น

E-Book วางจำหน่ายที่ MEB และ Dek-D แล้วนะคะ

ไรท์แปะลิงค์ไว้ให้แล้วค่ะ ^^

E-Book ใน Dek-D

https://novel.dek-d.com/ebook/15912/

E-Book ใน MEB

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTEwNDMxMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5MzAzMSI7fQ

++++++++++++++++++

นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด

ตอนที่ 1

หิมะที่กำลังตกโปรยปรายอย่างหนักในตอนนี้ ไม่สามารถดับโทสะที่เกิดขึ้นภายในใจของหวางเยี่ยนฮ่องเต้ได้ บัดนี้พระองค์และผู้ติดตามไท่กงกงกำลังมุ่งหน้าไปที่ตำหนักของพระชายาคนโปรดอย่างหม่ากุ้ยเฟยเพื่อจะดูให้เห็นกับตาว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หลังจากมีผู้พบเห็นบุรุษคนหนึ่งแอบเข้าไปในตำหนักเฝ่ยชุ่ยยามวิกาลเช่นนี้

ทันทีที่บานประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก ก็ทำเอาหวางเยี่ยนฮ่องเต้ถึงกับตกใจแทบสิ้นสติและอยากจะประหารคนทั้งคู่ให้ตายคามือซะเดี๋ยวนี้ ภาพที่พระองค์เห็นตรงหน้าคือชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนอนเปลือยกายกอดกันอยู่บนเตียง

“หม่าหลินซวน!…นี่เจ้ากล้าสวมเขาข้ารึ บังอาจพาชายชู้ที่เป็นองค์รักษ์ของข้ามาหลับนอนถึงในตำหนักของเจ้า ช่างเป็นสตรีแพศยายิ่งนัก!”

พระสุรเสียงของฮ่องเต้ที่ตวาดเสียงดังด้วยความโกรธจัดทำให้คนทั้งคู่ลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะสะดุ้งตกใจที่เห็นตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้

“ฝ่าบาท! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเพคะ…แล้วนี่เจ้ามานอนอยู่บนเตียงข้าได้อย่างไรกัน”

หม่ากุ้ยเฟยหันไปมององครักษ์หวังที่นอนเปลือยกายอยู่ข้างนางด้วยแววตาตื่นตระหนกก่อนจะหันมามองพระสวามีที่บัดนี้ไม่หลงเหลือความรักใดๆ ให้กับนางอีกแล้ว

“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ…”

องครักษ์ผู้นั้นมีใบหน้าซีดเผือดเหมือนรู้ชะตากรรมของตนเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้

“พวกเจ้าหยุดเสแสร้งเล่นละครตบตาข้าได้แล้ว…ข้าผิดหวังกับเจ้ามากเหลือเกินหลินซวน เสียแรงที่เคยรักเจ้ามากกว่าใครและตั้งใจจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นฮองเฮาเคียงคู่บัลลังก์ของข้า แต่เจ้ากลับทำตัวเหลวแหลกไปเกลือกกลั้วกับองค์รักษ์ ทำร้ายหัวใจข้าจนแทบกระอักเลือด” หวางเยี่ยนฮ่องเต้ตรัสอย่างเจ็บแค้น

“ไม่นะเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เคยหักหลังพระองค์…หม่อมฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าองครักษ์ผู้นี้เข้ามาอยู่ในห้องบรรทมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” พระชายาร่ำไห้เสียงสะอื้น

“หยุดแก้ตัวได้แล้ว ข้าไม่อยากฟังคำพูดโป้ปดของเจ้าอีก…ทหาร! ลากตัวชายชู้ของนางไปโบยร้อยไม้เดี๋ยวนี้ แล้วนำตัวไปขังในคุกหลวง”

เหล่าทหารที่อยู่ด้านนอกรีบกรูเข้ามาจับกุมตัวองครักษ์หวังแล้วลากตัวเขาออกไปโบยทันทีท่ามกลางเสียงร้องอันโหยหวนที่เจ็บปวด

“กระหม่อมถูกใส่ความ ฝ่าบาททรงโปรดเมตตาด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

หลังจากที่สั่งลงโทษชายชู้ไปแล้ว หวางเยี่ยนฮ่องเต้ก็หันมามองอดีตพระชายาคนโปรดด้วยพระเนตรตาแดงก่ำ พระองค์ทั้งรักทั้งแค้นในคราวเดียวกันก่อนจะตัดสินพระทัยอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไท่กงกง นำตัวหญิงแพศยาผู้นี้ไปสำนึกผิดในตำหนักเย็นและปลดออกจากตำแหน่งกุ้ยเฟยนับแต่บัดนี้”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

แต่ในระหว่างนั้นได้มีหญิงงามร่างระหงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาโอบกอดหม่าหลินซวนไว้แล้วเอ่ยขอร้องเสียงสะอื้น

“เสด็จพ่อ ได้โปรดอย่าลงโทษเสด็จแม่เช่นนี้เลยเพคะ…ร่างกายของนางอ่อนแอเกินกว่าจะเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็นได้ เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีเบื้องหลังแน่ เสด็จแม่ไม่เคยคิดนอกใจพระองค์แม้แต่ครั้งเดียว”

“ถอยไปเดี๋ยวนี้นะลี่อิน นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า อย่าได้เข้ามายุ่ง” หวางเยี่ยนฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองพระธิดาคนโปรดด้วยสีหน้าขุ่นเคืองพระทัยและนึกพลางโกรธนางไปด้วย

“ทำไมจะไม่เกี่ยวเพคะ ในเมื่อเสด็จแม่ของหม่อมฉันโดนใส่ความ เสด็จพ่อทรงหูเบาหลงเชื่อคนอื่นมากกว่าพระชายาของพระองค์เอง” องค์หญิงเก้ารู้สึกน้อยใจพระบิดายิ่งนัก

“ข้าไม่ได้หูเบา แต่เห็นหลักฐานชัดเจนคาตาขนาดนี้ จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไรกัน…ข้าไม่ส่งนางไปตำหนักเย็นก็ได้ แต่ข้าจะขับพวกเจ้าสองแม่ลูกให้ไปอยู่ที่ตำหนักร้างท้ายวังแทน และห้ามออกไปไหนทั้งนั้น นับจากนี้ไปอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าพวกเจ้าอีก”

ตรัสจบ หวางเยี่ยนฮ่องเต้ก็เสด็จจากไปอย่างไม่มีเยื่อใยโดยไม่สนพระทัยว่าอดีตพระชายาของพระองค์จะร่ำไห้เสียใจมากแค่ไหนจนถึงขั้นเป็นลมหมดสติไป

“เสด็จแม่!”

หวางลี่อินตกใจยิ่งนักและสวมกอดพระมารดาไว้แนบอก ไม่นึกเลยว่าฮ่องเต้จะทรงใจร้ายกับพวกนางถึงเพียงนี้

ตอนที่ 2

บัดนี้ได้ล่วงเลยมากว่าสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องอื้อฉาวในค่ำคืนนั้นจนกลายเป็นที่โจษจันไปทั่วแคว้นเว่ย ยามนี้บรรยากาศที่ตำหนักร้างท้ายวังช่างดูเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่

มีนางกำนัลคนหนึ่งได้ยกสำรับของว่างเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่แลดูเก่าซอมซ่อและตกแต่งด้วยผ้าแพรสีดำสลับขาวเพื่อไว้อาลัยแก่อดีตพระชายาหม่ากุ้ยเฟยที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ไปเมื่อหลายวันก่อนหลังจากที่นางตรอมใจอย่างหนักจนร่างกายผ่ายผอมและล้มป่วยลงในที่สุด

“องค์หญิงเสวยอะไรหน่อยเถอะเพคะ เดี๋ยวจะประชวรไปอีกคน”

ไฉ่เอ๋อเอ่ยด้วยความเป็นห่วงและมองร่างงามที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าป้ายวิญญาณของพระมารดามาหลายชั่วยามแล้ว

“เจ้าเอากลับไปเถอะ ข้ายังไม่หิว…”

หวางลี่อินตอบกลับมาด้วยดวงตาดูเหม่อลอย ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจและมีหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้างอย่างไม่ขาดสาย

“เพคะ…” นางกำนัลคนสนิทได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วทำตามที่องค์หญิงรับสั่ง

นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ยังไร้วี่แววว่าฮ่องเต้จะเสด็จมาที่นี่ ไม่นึกเลยว่าพระองค์จะเกลียดชังอดีตพระชายาคนโปรดมากถึงเพียงนี้ ปล่อยให้นางนอนตรอมใจตายอย่างทนทุกข์ทรมานและไร้ซึ่งพิธีงานศพใดๆ ที่สมเกียรติ

ในระหว่างนั้นเองได้ยินเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินเข้ามาในตำหนักนี้ ทำให้หวางลี่อินรีบหันขวับไปมองด้วยความดีใจเพราะคิดไปว่าเป็นพระบิดาที่เสด็จมา หรือว่าพระองค์ยอมพระทัยอ่อนแล้ว

แต่ทว่าผู้ที่เดินเข้ามานั้นกลับกลายเป็นพระธิดาทั้งสามของจางฮองเฮา พวกนางทอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณด้วยสีหน้าดูเย้ยหยันและมีรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก

“ช่างเป็นงานศพที่เงียบเชียบวังเวงที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา” องค์หญิงสามเอ่ยพลางมองน้องสาวต่างพระมารดาตรงหน้าอย่างดูแคลน

“จริงด้วยพี่หนิงเซียน…จะว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจอยู่หรอก หากหม่ากุ้ยเฟยไม่ทำตัวต่ำตมแอบลอบคบชู้กับองครักษ์หวัง ก็คงไม่ต้องพบจุดจบเช่นนี้” องค์หญิงสี่หวางเย่วฟางพูดจาด้วยน้ำเสียงดูหมิ่น

“ไม่จริง!…เสด็จแม่ของข้าถูกใส่ความ พระองค์ไม่เคยคิดนอกใจเสด็จพ่อแม้แต่ครั้งเดียว หากพี่หญิงทั้งสามตั้งใจจะมาหาเรื่องกันล่ะก็ เชิญออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

“พวกข้าก็ไม่ได้คิดอยากจะมาเหยียบตำหนักร้างของเจ้านักหรอก ที่มาวันนี้ก็แค่อยากจะมาบอกข่าวดีให้เจ้ารู้ว่าอีกไม่นานพี่หนิงเซียนของพวกเราก็จะได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสแล้ว” องค์หญิงห้าตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย

“แล้วมาบอกข้าทำไมกัน”

“เจ้าไม่อยากรู้เหรอลี่อิน ว่าใครกันที่จะมาเป็นพระสวามีของนาง”

“ข้าไม่อยากรู้” องค์หญิงเก้าเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ในยามนี้นางไม่อยากรับรู้เรื่องราวของผู้ใดทั้งนั้น

“แต่ข้าว่าหากเจ้าได้รู้ คงต้องตกใจแทบสิ้นสติแน่…ซิ่วเหมย เจ้าบอกนางไปซิว่าใครกันที่จะมาเป็นเจ้าบ่าวของข้า” องค์หญิงสามหันไปมองน้องสาวคนเล็กของนาง

องค์หญิงห้าพยักหน้ายิ้มรับทันทีแล้วเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“คนที่จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพี่หนิงเซียนก็คือท่านแม่ทัพใหญ่เซียวเจี้ยน คนรักของเจ้าไงลี่อิน”

“ไม่จริง!…เป็นไปไม่ได้ พวกท่านอย่ามาแต่งเรื่องโกหกข้าเลย” องค์หญิงเก้าส่ายหน้าและไม่เชื่อในสิ่งที่พวกนางพูด

“เจ้าจะไปรู้อะไร วันๆ ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในตำหนักซอมซ่อ เลยไม่รู้ว่าแม่ทัพเซียวกลับมาจากชายแดนแล้ว” องค์หญิงสี่มองนางอย่างสมเพช

“อะไรนะ ท่านแม่ทัพกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วรึ ทำไมเขาไม่มาหาข้าเลย”

คนฟังมีสีหน้าดูน้อยใจยิ่งนัก ในยามนี้นางต้องการคนปลอบใจและคอยอยู่เคียงข้างในวันที่สูญเสียพระมารดาไป แต่คนรักกลับหายหน้าหายตา ไม่คิดที่จะแวะมาหาเลยสักครั้ง ทั้งที่นางเฝ้าคอยการกลับมาของเขาอยู่ทุกลมหายใจ

“ก็เพราะแม่ทัพเซียวหมดรักในตัวเจ้าแล้วไงลี่อิน มิเช่นนั้นจะทูลขอเสด็จพ่อว่าอยากแต่งงานกับพี่หนิงเซียนทำไมกัน” หวางเย่วฟางหันไปหัวเราะกับพี่น้องทั้งสองคนของนาง

“หมายความว่าเขาเป็นคนเอ่ยปากบอกเองอย่างนั้นหรือ”

องค์หญิงเก้าแทบหมดแรงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เดิมทีนางเข้าใจไปว่าเป็นเพราะราชโองการของฮ่องเต้ทำให้เซียวเจี้ยนไม่สามารถปฏิเสธได้ ทำไมจู่ๆ คนรักของนางถึงเปลี่ยนไปได้เพียงนี้

ตอนที่ 3

“แม่ทัพเซียวคงตาสว่างและเห็นว่าใครคือหยกน้ำงามกันแน่ ไม่แปลกหรอกนะที่เขาจะเปลี่ยนใจมาชอบข้า ในเมื่อตอนนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าไม่ใช่พระธิดาคนโปรดของเสด็จพ่ออีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์หรือเปล่า หรือว่าเป็นลูกชู้กันแน่” พระธิดาองค์โตของจางฮองเฮามองหวางลี่อินอย่างดูแคลน

“ข้ามีสายเลือดของเสด็จพ่อ เสด็จแม่ของข้าก็ไม่เคยคบชู้สู่ชายเหมือนอย่างที่ใครๆ กล่าวหา ท่านแม่ทัพคงต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้ ในใจของเขายังคงมีข้าอยู่” หวางลี่อินยังคงเชื่อมั่นในคนรักของตน

“จนป่านนี้แล้ว เจ้ายังหวังลมๆ แล้งๆ อยู่อีกรึ”

“ข้าไม่ได้คิดไปเอง ก่อนที่แม่ทัพเซียวจะไปออกรบ เขาได้มอบสร้อยข้อมือแทนใจให้ข้าและสัญญาว่าหากกลับมาเมื่อไหร่ จะทูลขอเสด็จพ่อแต่งงานกับข้า”

เมื่อองค์หญิงสามได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที และเดินตรงเข้าไปกระชากสร้อยมุกเส้นนั้นออกจากข้อมือของหวางลี่อินจนขาด

“เอาสร้อยของข้าคืนมานะ!”

องค์หญิงเก้าพยายามจะยื้อแย่งของแทนใจที่ท่านแม่ทัพให้กลับคืนมา แต่กลับถูกองค์หญิงสี่และองค์หญิงห้าเข้ามารุมและตบตีนางจนล้มคว่ำไปกองที่พื้น

“องค์หญิง!…” นางกำนัลไฉ่เอ๋อตกใจยิ่งนักแล้วรีบถลาเข้าไปประคองเจ้านายของตน

หวางหนิงเซียนมองสร้อยที่อยู่ในมือด้วยแววตาอิจฉาริษยาก่อนจะเขวี้ยงทิ้งลงบนพื้นอย่างแรงจนมุกตกกระจายเกลื่อนพื้นท่ามกลางเสียงสะอื้นขององค์หญิงเก้า

“พี่หญิงทั้งสามรังแกลี่อินอีกแล้วหรือเพคะ”

มีเสียงของสตรีนางคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“นึกว่าใครที่กล้าเข้ามาแส่ ที่แท้เป็นเจ้าเองรึมู่หยาง”

หวางซิ่วเหมยมององค์หญิงเจ็ดซึ่งเป็นพระธิดาเพียงคนเดียวของพระชายาโจวกุ้ยเฟยด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“หากเสด็จพ่อรู้ว่าพี่หญิงทั้งสามแอบมาหาเรื่องลี่อินถึงตำหนักท้ายวังล่ะก็ พระองค์ต้องไม่พอพระทัยแน่” องค์หญิงเจ็ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิ

“ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง แค่มาบอกข่าวดีของข้ากับแม่ทัพเซียวให้นางฟัง ส่วนสร้อยเส้นนี้ นางเกิดหวงไม่ยอมให้ข้าดู ก็เลยยื้อยุดกันไปมาจนขาด จะมาโทษข้าฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก พวกเจ้าว่าจริงไหม”

“จริงเพคะพี่หนิงเซียน” น้องสาวทั้งสองคนของนางต่างตอบรับพร้อมกันแล้วหันมายิ้มเยาะ

“เรากลับตำหนักเฟิ่งหวงกันเถอะ ข้าหมดธุระกับนางแล้ว”

หวางหนิงเซียนหันไปบอกกับองค์หญิงทั้งสองแล้วเดินนำหน้าพวกนางและเหล่านางกำนัลเกือบสิบคนที่ติดสอยห้อยตามมาออกไปจากตำหนักท้ายวังด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

พอคล้อยหลังพระธิดาทั้งสามของจางฮองเฮาแล้ว องค์หญิงเจ็ดก็รีบรุดเข้าไปดูหวางลี่อินด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

ใบหน้างามได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบทั้งที่ยังมีรอยแดงจางๆ อยู่บนแก้มนวลที่ถูกองค์หญิงสี่และองค์หญิงห้าตบตีเมื่อครู่นี้

“พี่มู่หยาง เรื่องที่แม่ทัพเซียวจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงสาม ไม่เป็นความจริงใช่ไหม”

“ข้าเองก็เพิ่งได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน”

“มะ…หมายความว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพคะ” องค์หญิงเก้าถึงกับน้ำตาร่วงเผาะ

“เจ้าตัดใจเถอะนะลี่อิน อีกไม่นานเสด็จพ่อคงมีราชโองการแต่งตั้งแม่ทัพเซียวเจี้ยนเป็นราชบุตรเขยและพระราชทานงานอภิเษกสมรสให้กับพวกเขาทั้งสองคน”

“ไม่!…ข้าไม่เชื่อเรื่องนี้เด็ดขาดจนกว่าจะได้ยินจากปากของท่านแม่ทัพเอง”

พูดยังไม่ทันขาดคำ คนเจ็บก็ฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่ยังปวดระบมไปทั้งตัว

“เจ้าจะไปไหนลี่อิน อากาศข้างนอกตอนนี้ลมแรงหนาวจัด เจ้าออกไปอาจไม่สบายได้”

“ข้าจะไปหาแม่ทัพเซียว เขาต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่”

หวางลี่อินรีบเดินออกไปจากตำหนักท้ายวังโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของผู้ใด องค์หญิงเจ็ดได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปสั่งนางกำนัลไฉ่เอ๋อให้ตามองค์หญิงเก้าไป เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...