โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ เดือด! อุณหภูมิขึ้น 1 องศาฯ เสี่ยงตายนับ 2 พันคน

อีจัน

อัพเดต 19 เม.ย. 2568 เวลา 15.33 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 08.33 น. • อีจัน

วันนี้ (19 เม.ย.68) ธนาคารโลก (World Bank) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดทำรายงานเรื่อง “พลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เย็นสบาย แก้ปัญหาความร้อนเพื่อมหานครที่น่าอยู่” เพื่อเตรียมความพร้อมท่ามกลางภาวะความร้อนในเมืองที่ทวีความรุนแรง และกำลังกลายเป็นความท้าทายที่เร่งด่วน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

การศึกษานี้มีเป้าหมายสร้างความเข้าใจผลกระทบปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง เริ่มจากการวิเคราะห์ระดับความร้อนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยพบความท้าทายหลายข้อ เช่น

  • วันที่มีอากาศร้อนจัดเพิ่มมากขึ้น ระหว่างปี 2503 – 2543 กรุงเทพฯ มีวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสประมาณ 60 – 100 วันต่อปี การคาดการณ์ด้วยแบบจำลองภูมิอากาศในรายงานชี้ว่า ภายในปี 2643 กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นอีก 153 วันต่อปีในกรณีที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณปานกลาง
  • ความรุนแรงของเกาะความร้อนแตกต่างกันตามพื้นที่ บางเขต เช่น เขตปทุมวัน บางรัก ราชเทวี และพญาไท เป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบเฉลี่ยถึง 2.8 องศาเซลเซียส เนื่องจากมีอาคารสูงและพื้นผิวคอนกรีตหนาแน่นที่สะสมความร้อนและระบายออกช้า
  • เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับความร้อนมากขึ้น หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับการเสียชีวิตจากความร้อนกว่า 2,300 ราย โดยมีประชากรกลุ่มเปราะบางที่เผชิญความเสี่ยงสูง เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ราว 880,000 คน และผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนสูงที่สุด
  • ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและผลิตภาพแรงงาน ในปี 2562 มีคนทำงานประมาณ 1.3 ล้านคนในกรุงเทพฯ ที่ทำงานกลางแจ้งอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสอาจทำให้ผลิตภาพแรงงานลดลงประมาณ 3.4% นำไปสู่การสูญเสียค่าจ้างแรงงานมากกว่า 44,000 ล้านบาทต่อปี
  • ผลกระทบต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส อาจทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 17,000 ล้านบาทต่อปี ความร้อนที่รุนแรงยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ถนน ซึ่งต้องได้รับการซ่อมแซมบ่อยขึ้น ส่งผลให้เกิดภาระทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

การปฏิรูปเชิงยุทธศาสตร์ แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะเริ่มดำเนินมาตรการหลายด้าน เช่น แผนปฏิบัติการรับมือคลื่นความร้อน ระบบแจ้งเตือนระดับความร้อน และโครงการพื้นที่สีเขียว แต่ก็ยังมีโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติม ทั้งด้านการขยายขอบเขตมาตรการ การจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความร้อน และนโยบายระยะยาว โดยรายงานเสนอแนวทางภายใต้กรอบ “ประชาชน (กลุ่มเปราะบาง) พื้นที่ (จุดเสี่ยงสูง) และสถาบัน (หน่วยงานที่รับผิดชอบ)” ได้แก่

  • มาตรการระยะสั้น เช่น ระบบแจ้งเตือนความร้อนที่ครอบคลุมมากขึ้น หรือการจัดตั้ง cooling center และจุดบริการน้ำดื่มในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น อาจช่วยลดผลกระทบได้ทันที
  • นโยบายระยะยาว มีความสำคัญต่อการเพิ่มความพร้อมกรุงเทพฯ ในการรับมือกับความร้อนในเมือง ตัวอย่างเช่น การขยายโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีน้ำเงิน (Green and Blue Infrastructure) ตลอดจนการบูรณาการประเด็นเกี่ยวกับสภาพอากาศเข้าสู่การวางแผนเมือง การแบ่งโซนที่ดิน การขนส่ง กฎหมาย ข้อบังคับอาคาร และระบบสาธารณสุข
  • การรับมือกับความร้อนในเมืองจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ การจัดสรรงบประมาณ และความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ผู้มีอำนาจตัดสินใจอาจพิจารณาจัดตั้ง “คณะทำงานพิเศษด้านความร้อนในเมือง” เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อนภารกิจ และพัฒนาแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืน เช่น กองทุนพัฒนาความสามารถในการรับมือความร้อน เพื่อให้โครงการลดความร้อนในเมืองสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...