โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนขับฟอร์จูนเนอร์ กราบศพเด็ก ยันลูกไม่เกี่ยว-ไม่ได้นั่งตัก พร้อมเยียวยา

Khaosod

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 04.47 น.

คนขับฟอร์จูนเนอร์ กราบศพเด็ก ยันลูกไม่เกี่ยว ไม่ได้นั่งตัก พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้านตำรวจเผยหลักฐานแน่น ฟอร์จูนเนอร์ เป็นฝ่ายผิด

วันที่ 24 มี.ค. 68 กรณี น.ส.พิรุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ขับรถยนต์ โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีแดง มาพร้อมกับลูกชายอายุ 12 ปี และ 2 ปี แล้วขับข้ามเลนพุ่งชน ด.ญ. อายุ 13 ปี ที่และ ด.ช. อายุ 9 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนน 2 เลนสายสตึก-โนนจำปา บริเวณบ้านยางงาม หมู่10 ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุ นางทองจันทร์ อายุ 62 ปี ยายเด็กที่เสียชีวิตทั้งสอง ยืนยันว่าคนขับรถยนต์บอกตอนนั้นว่า ลูกเล่นพวงมาลัย ทำให้รถเสียหลัก

ต่อมา น.ส.พิรุณ คนขับรถออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ไม่ได้เหมือนตามที่ข่าวนำเสนอไป จริงๆแล้วลูกชายวัย 2 ขวบนั่งอยู่คาร์ซีท เบาะนั่งข้างคนขับรถ ช่วงเกิดเหตุตนขับรถด้วยความเร็วเพียง 70-80 กม./ชม. เท่านั้น บริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้งนิด ๆ ตอนนั้นลูกชายคนเล็กเอามือปิดตาบอกว่ากลัว จากนั้นลูกชายอาเจียนออกมา จึงหันไปบอกลูกชายคนโตอายุ 12 ปีที่นั่งอยู่ด้านหลังว่าให้หากระดาษมาเช็ดให้น้อง แล้วรถก็พุ่งรถเด็กดังกล่าว คาดว่าเด็กน่าจะออกมาจากถนนซอย ยืนยันลูกนั่งคาร์ซีท

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ นางทองจันทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย บรรยากาศทั่วไปยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านที่มาร่วมงานเกิดอาการคล้ายผีเข้า คล้ายกับเด็กทั้ง 2 ที่เสียชีวิตไปมาเข้าเล่าเรื่องแต่จับใจความไม่ค่อยได้

ด้าน นายคมสันต์ อายุ 39 ปี พ่อน้อง อายุ 9 ขวบ กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ต่างจังหวัดหลังทราบข่าวได้เดินทางมาทันที เท่าที่เห็นญาติของคนขับรถได้มาดูแลในงานศพเป็นอย่างดี ตอนนี้ตนยังคาใจเหมือนที่คนมาคอมเมนต์ในโพสต์ของข่าวว่า กล้องหน้ารถไปอยู่ไหนทั้งที่เป็นรถหรูตัวท็อป เพราะกล้องหน้ารถสำคัญมากกว่าการให้การด้วยวาจา กล้องหน้ารถมีทั้งเสียงการพูดคุย และภาพก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ ฝากถึงตำรวจให้ตรวจสอบหรือค้นหาภาพจากกล้องหน้ารถมาเป็นหลักฐานด้วย

นายคมสันต์ กล่าวต่อว่า กรณีที่คนขับรถออกมาพูดว่าลูกไม่ได้เล่นพวงมาลัยตามข่าว ส่วนตัวที่ฟังจากชาวบ้านหลายคนที่ไปดูที่เกิดเหตุต่างบอกว่าได้ยินเหมือนกันว่า "ลูกเล่นพวงมาลัย" ส่วนหนึ่งก็อยากจะฝากถึงคนที่เข้ามาคอมเมนต์กล่าวหาตนว่าไม่ได้ดูแลลูก แต่กลับมาเอาเงินประกันลูกนั้น ตนขอยืนยันว่าที่ผ่านมาดูแลลูก ส่งเงินมาให้แม่เป็นประจำมีหลักฐานไม่ได้ทิ้งลูกฝากคนคอมเมนต์ด้วยว่าควรจะรับฟังสองมุม

ด้าน นายเหรียญ พิเนตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่10 บ้านยางงาม กล่าวว่า ตอนนี้มีสองฝั่งที่พูดไม่เหมือนกันคือประเด็นที่เด็กดึงพวงมาลัยกับเสียหลักเพราะหันไปดูลูกอาเจียน แต่หลายคนได้ยินเหมือนกันว่า ลูกเล่นพวงมาลัย เพราะชาวบ้านถ่ายคลิปอะไรไว้มากมาย

จริงแล้วจุดเกิดเหตุไม่ใช่เป็นทางโค้ง ตรวจสอบแล้วรถไม่มีแม้รอยเบรกส่วนความเร็วเป็นไปไม่ได้ที่จะขับมาเพียง 70-80 กม./ชม. เพราะถ้ารถขับช้ารถยนต์จะไม่เตลิดมาถึงขอบสระฝั่งนี้ โดยเฉพาะสภาพรถจักรยานยนต์ล้อหน้ากับล้อหลังพับมาติดกันเป็นวงกลม มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่คนขับรถจะมีคนสอนมาก่อนหน้านี้ว่าจะให้พูดแบบไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิรุณ ได้เดินทางมากราบศพเด็กทั้ง 2 แล้ว พร้อมกับมาชี้แจงให้กับพ่อเด็กและยายเด็กให้ฟังว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาลูก 2 ขวบมานั่งตักแล้วขับรถ ตอนนี้ต้องการจะมาเยียวยามากกว่า โดยพ่อเด็กกับยายเด็ก นั่งฟังโดยไม่ตอบโต้อย่างไร มีเพียงสายตาที่ไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของ น.ส.พิรุณ

ขณะที่ พ.ต.ท.วัฒนา มางาม รองผกก.(สอบสวน) สภ.สตึก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบบันทึกหลักฐานไว้ครบถ้วน แล้วเรียกคนขับรถมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลักฐานที่พบชัดเจนว่ารถยนต์เป็นฝ่ายผิด เพราะข้ามเลนมาพุ่งชน ส่วนภาพในรถจะใช้หรือไม่ก็ได้เพราะหลักฐานที่เกิดเหตุแน่นแล้ว พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนขับฟอร์จูนเนอร์ กราบศพเด็ก ยันลูกไม่เกี่ยว-ไม่ได้นั่งตัก พร้อมเยียวยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...