โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะแจกเงินหมื่น ให้วัยรุ่น 16-20 ปี แจงแจกเด็กก่อน เพราะเด็กมีความรู้ทางเทคโนโลยี คนทำงาน แจกให้แน่ แต่รอไปก่อน

The Structure

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 10.09 น. • The Structure

บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ เคาะแจกเงินหมื่นเฟส 3 วัยรุ่น 16-20 ปี ปลาย มิ.ย.-ต้น ก.ค. ประเดิมใช้เงินดิจิทัล เผยสาเหตุแจกเด็ก ไม่ใช่เพราะข้อจำกัดงบประมาณ แต่มีความพร้อมรู้ทางเทคโนโลยี ย้ำกลุ่มคนทำงานได้รับสิทธิเฟสถัดไป

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คลัง พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช. คลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช. คลัง ร่วมกันแถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า วันนี้การประชุมมีอยู่ 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 คือ การขับเคลื่อนหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดร้อยละ 3 ให้ได้ 2. เรื่องแจกเงิน Digital Wallet เฟส 3 และ 3.การลงทะเบียนผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน

สำหรับ Digital Wallet เฟส 3 นายพิชัย กล่าวว่า ต้องการให้เรียกว่าเป็น เฟสแรก เพราะเป็นการแจกเงินผ่าน Digital Wallet เป็นครั้งแรก ซึ่งมีข้อดี คือ สามารถควบคุมการใช้เงิน กำหนดกรอบการใช้จ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้

ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้เคาะแล้วว่า จะแจกให้สำหรับประชาชนที่มีอายุ 16 – 20 ปี โดยเป็นการเห็นชอบในหลักการ คาดว่าการแจกจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 – ไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะรอดูความเรียบร้อยและพิจารณาถึงความคุ้มค่าในอนาคตและปัจจุบันก่อน รวมถึงประโยชน์ที่ได้ในการวางพื้นฐาน ซึ่งต้องดูให้ละเอียดถี่ถ้วนและยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อไหร่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความกังวลเรื่องความผิดพลาดในระบบ จึงได้ตั้งอนุกรรมการ เพื่อมาดูในเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยเชื่อว่าความผิดพลาดในอดีตจากการจ่ายเงินหมื่นจะลดลงเนื่องจากมีการจ่ายเงินผ่าน Digital Wallet ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดูเรื่องระบบดังกล่าวด้วย

ขณะที่นายจุลพันธ์ กล่าวถึงการลงทะเบียนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ว่า ที่จะทำ คือ การลงทะเบียนของประชาชน ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องการเติมเงิน 10,000 บาท ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ได้อย่างตรงจุดและตรงเป้าในอนาคต

จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาลงทะเบียนกันเยอะๆ เพราะกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟนจะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญสำหรับการเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล ที่นายกรัฐมนตรีที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มตัว และเป็นการดูแลกลุ่มประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึง

สำหรับการลงทะเบียน จะลงผ่านธนาคารของรัฐ 4 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลาม ร่วมกับไปรษณีย์ไทย และอปท. ส่วนกรอบเวลาให้ลงทะเบียนจะแจ้งอีกครั้ง ตอนนี้แอปพลิเคชัน ในการลงทะเบียนมีความพร้อมหมดแล้ว

นายเผ่าภูมิ กล่าวเสริมเรื่องการลงทะเบียน กลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน ว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ลงทะเบียนจะถูกนำไปตรวจสอบ ซึ่งจะประสานงานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผ่าน กสทช. สำหรับจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟสนี้ คืออายุตั้งแต่ 16 – 20 ปี จำนวน 2.7 ล้านคน

ซึ่งการเลือกแจกประชาชนกลุ่มนี้ ไม่ใช่ข้อจำกัดของงบประมาณ แต่พิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่เหมาะสม จำนวนเม็ดเงินที่ลงไปสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้กันเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ จำนวน 1.5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า พร้อมยืนยันว่า การเลือกแจกกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ตื่นรู้ทางเทคโนโลยีสูง มีความสามารถในการใช้จ่ายในแบบนี้ ด้วยจำนวนเงินช่วงเวลาที่เหมาะสม รัฐบาลจึงเลือกคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก

เมื่อถามถึงงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาทนายจุลพันธ์กล่าวว่า งบประมาณในส่วนนี้ เป็นงบประมาณที่รัฐบาลวางแผนไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหากใช้ไม่ทันในปีงบประมาณ 2568 จะต้องพับโครงการไป และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า

เมื่อถามถึงเงื่อนไขการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตนายจุลพันธ์กล่าว โครงการนี้เป็นการตั้งโครงการใหม่ทั้งหมด โดยดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งรายละเอียดการใช้เงินคล้ายของเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางประการ

โดยร้านค้าสามารถขึ้นเงินสดได้โดยไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในระบบภาษี และสามารถใช้จ่ายค่าเทอม ค่าน้ำค่าไฟ และซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ แต่พื้นที่การใช้เงินยังคงเป็นภายในอำเภอ อีกทั้งมีการเพิ่มการเติมเงินสำหรับกลุ่มอายุ 16-20 ปี เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

นายจุลพันธ์ยืนยันว่ารัฐบาลเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้กลไกของดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อจำกัดเม็ดเงินไปยังจุดที่ต้องการ อีกทั้งยังมีการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในเฟสถัดไป โดยใช้โครงการและนโยบายต่างๆ ของรัฐ

สำหรับกลุ่มอายุ 20-59 ปี ยังคงได้รับสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาทอย่างแน่นอน โดยมีงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาทเตรียมไว้แล้ว และการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่ผ่านๆมา มีผลการสำรวจจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังออกมาว่า มีผลที่ดีทั้งสองรอบ มีการหมุนเวียนและกระจายตัวที่ดีมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...