โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พยัคฆ์ไพรยันที่คทช.ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือทั่วประเทศ ชี้ขายแล้วรุกป่าเพิ่มด้วย แจงเหตุจับตอนป่าเหี้ยนแล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 05.26 น.

พยัคฆ์ไพรยันที่คทช.ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือทั่วประเทศ ชี้ ขายแล้วรุกป่าเพิ่มด้วย แจงเหตุเข้าไปจับตอนป่าเหี้ยนแล้ว

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ ว่า หลังจากกรมป่าไม้ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ผืนป่าภาคตะวันออก โดยดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 14 คดี ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด และ ฉะเชิงเทรา คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ แต่ยังไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะตอนนี้ ทางทส.โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีทส. ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยในวันที่ 11 มีนาคม กรมป่าไม้จะมาสรุปข้อมูลที่ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะกลับไปตรวจสอบในพื้นที่ตามเดิม โดยจะเข้าพื้นที่ จ.จันทบุรี และระยอง ที่ตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแปลงใหญ่ขนาด 100 ไร่ขึ้นไป

เมื่อถามว่า ที่ชาวบ้าน ตั้งข้อสงสัยว่า การเข้าไปจับการบุกรุกป่าที่ผ่านมานั้น ทำไมเจ้าหน้าที่จึงเข้าไป ในตอนที่ป่าถูกตัดเหี้ยนเกรียนเกือบหมดแล้ว ก่อนหน้าที่เริ่มตัด หรือยังไม่มีการตัด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ทราบเบาะแสบ้างหรือ นายชาญชัย กล่าวว่า ยืนยันว่า ทุกที่ ที่มีการตัดไม้นั้น มีการจับกุมดำเนินคดีมาเรื่อยๆ แต่เป็นแปลงเล็กๆ ไม่ใช่คดีที่เป็นข่าวใหญ่ครึกกโครม เช่น ข่าวที่ผ่านมา โดยข่าวที่มีการพบว่ามีการบุกรุกแปลงใหญ่ๆนั้นต้องอาศัยหลักฐานให้เกิดความชัดเจนก่อนเข้าดำเนินการตรวจยึดและจับกุม

“ผมขอเรียนว่า ตอนนี้ทั้งคนซื้อและคนขาย มีความฉลาดแยบยลในการบุกรุกป่ามากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะนายทุน เช่น ในยุคก่อน มีใบจ่ายภาษีดอกหญ้า หรือ ภ.บ.ท.5 ก็ขายกันได้ มีหนังสือสัญญากันชัดเจน แต่ปัจจุบัน ขอยืนยันว่า พื้นที่โครงการที่ดินทำกินชุมชน(คทช.) นั้น มีการซื้อขายกันทั่วประเทศ ซื้อขาย กันแล้วก็ไปบุกป่าเพิ่มใหม่ แต่การซื้อขายกันนั้นจะไม่มีการทำหลักฐานเอาไว้ เมื่อถูกเข้าไปตรวจสอบ คนซื้อก็จะอ้างว่า แค่เข้าไปช่วยผู้มีสิทธิทำกิน พัฒนาพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องหาหลักฐานที่ต้องเข้ามัดตัวผู้กระทำผิดให้ชัดเจน ยอมรับว่าอาจจะช้า อาจจะเสียพื้นที่ป่าไปก่อนที่จะเอาตัวคนทำมาลงโทษ”หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าว

นายชาญชัย กล่าวว่า แต่ในเวลานี้ สำหรับยุทธการพิทักษ์ผืนป่าภาคตะวันออก มีหลักกฐานชัดเจน และพร้อมจะเข้าไปดำเนินคดีซึ่งเป็นการบุกรุกพื้นที่แปลงใหญ่ๆระดับ 100 ไร่ขึ้นไปอยู่หลายแปลง

ทั้งนี้ ทางคทช.ได้ชี้แจง เรื่องดังกล่าวว่า การจัดที่ดินทำกินให้ราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดทำระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยกำหนดว่า การขออนุญาตเพื่อการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล หรือตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ เป็นผู้ยื่นคำขอ ซึ่งพื้นที่ที่ขออนุญาตเพื่อการจัดที่ดินทำกินยังเป็นของกรมป่าไม้ รวมถึงราษฎรผู้เข้าใช้ประโยชน์ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ เพราะเป็นหนังสืออนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

กรณีการบุกรุกพื้นที่ คทช. ในจังหวัดจันทบุรี กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัด (คทช. จังหวัด) ที่ดินทำกินให้ราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ ตรวจสอบ จัดทำข้อมูลที่ดิน และแผนที่ขอบเขตที่จะจัดที่ดินทำกินให้ราษฎร พร้อมด้วยรายชื่อผู้ครอบครองเดิม แต่ คทช. จังหวัด (จันทบุรี) พบการบุกรุกพื้นที่เสียก่อน จึงหยุดการดำเนินการ และยืนยันว่า คทช. จังหวัด (จันทบุรี) ยังไม่ได้มีการอนุญาตให้ราษฎรรายใดเข้าใช้ประโยชน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พยัคฆ์ไพรยันที่คทช.ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือทั่วประเทศ ชี้ขายแล้วรุกป่าเพิ่มด้วย แจงเหตุจับตอนป่าเหี้ยนแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...