โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปายเสี่ยง ตกเป็นเป้าก่อการร้าย ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ปัญหาชาวอิสราเอลในปาย แก้ได้โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ ‘กอ.รมน.’

The Structure

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 10.21 น. • The Structure

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในประเทศไทย ว่าสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้1 กลุ่มครอบครัวซึ่งมักเดินทางท่องเที่ยวและจับจ่ายซื้อสินค้าทั่วไป ไม่ค่อยมีปัญหา2 กลุ่มทหารปลดประจำการจากการสู้รบ โดยกลุ่มนี้จะมาท่องเที่ยวแบบอิสระในลักษณะแบ็กแพกเกอร์ เดินทางท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่เพราะอาจมีปัญหากับกลุ่มที่เป็นศัตรูกับอิสราเอล ซึ่งเคยเกิดเหตุลอบสังหารคนกลุ่มนี้ในภูเก็ต และเกาะสมุยมาแล้ว แต่ระยะหลังคนลุ่มนี้กระจายออกไปท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน3 กลุ่มที่มาแต่งงานกับคนไทยและเริ่มตั้งรกรากอยู่ไทยแบบถาวรโดยกลุ่มนี้พบมากที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยคนกลุ่มนี้ซื้อที่ดินและทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกลุ่มทหารปลดประจำการ หรืออยู่ในระหว่างการพักจากการสู้รบ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางเข้า-ออก อ.ปายถึงหลักหมื่นคน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มคนที่เคยเป็นทหารนั้น มีอายุในช่วง 20 –50 ปี มีทั้งหญิงและชาย เนื่องจากพลเมืองอิสราเอลทุกคนจะถูกเกณฑ์ไปสู้รบตลอดเวลา

จึงมีลักษณะที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป บางคนก็ก้าวร้าว บ้างก็เมาสุรา ขับรถหวาดเสียว ก่อเหตุจนกลายเป็นคดีความ อีกทั้งยังมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์จนเกิดการกระทบกระทั่งกับชุมชนชาวไทยในพื้นที่

ส่วนชาวอิสราเอลที่มาแต่งงานกับคนไทยนั้น มีข้อมูลว่ามีอยู่ 20 ครอบครัว แต่ต้องรอดูตัวเลขที่ชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งว่า มีชาวอิสราเอลที่แต่งงานกับคนไทยจำนวนเท่าใดกันแน่ แต่ในขณะเดียวกัน ใน อ. ปาย ก็มีชาวมุสลิมเชื้อสายจีนฮ่อซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่นั่นมานานพอสมควรและขยายตัวเพิ่มมากขึ้นด้วย เจ้าหน้าที่จึงความเฝ้าระวังด้วยทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต้องวางนโยบายให้ชัดเจนโดยรัฐต้องกำกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ทั้งเรื่องการพำนัก การซื้อที่ดิน ต้องมีใบอนุญาตในการประกอบอาชีพและต้องเสียภาษีซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ไม่บานปลายส่วนกระทรวงมหาดไทยควรตรวจสอบข้อมูลคนอิสราเอลที่มาแต่งงานกับคนไทยหรือมาอยู่ระยะยาว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ สถานภาพของแต่ละคนเป็นอย่างไรถ้ามีการประกอบอาชีพได้ขออนุญาตและเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

หน่วยงานด้านความมั่นคงควรจะเป็นแกนหลักในการพูดคุยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวอิสราเอล โดยเฉพาะกลุ่มแบ็กแพกเกอร์ที่เคยเป็นทหารมาก่อน เข้าใจเรื่องวินัยและระเบียบกติกาถ้าหากว่าคุยกับฝ่ายความมั่นคง และจะเกรงใจหน่วยงานความมั่นคง แต่จะไม่ค่อยเกรงใจเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่นฝ่ายปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงควรจะร่วมมือกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน (กอ.รมน. จว. แม่ฮ่องสอน) ตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้อีกทั้งยังสามารถนำรูปแบบการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นทหารของพัทยา ซึ่งเคยรองรับทหารจำนวนมากที่ลงมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งละหลายพันคนได้สำเร็จ และการจัดระเบียบที่พัทยานั้น น่าจะยากกว่าที่ปาย

เพราะที่พัทยานั้นมีสถานบันเทิงจำนวนมาก มีการดื่มสุรา และคนที่มาก็เป็นทหารที่ลงมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินจริง ๆ ในขณะที่ปายนั้น สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

สำหรับความกังวลว่า ชาวอิสราเอลจะเข้ามาตั้งรกรากในไทยอย่างผิดกฎหมาย และแย่งอาชีพของคนไทย ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการจัดระเบียบ

หากประเทศไทยไม่มีการจัดระเบียบและป้องกัน ก็จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเหล่านี้เข้ามาเพิ่มขึ้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อดูแลกวดขันคนต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวและทำงาน ว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่

ส่วนปัญหาการเข้ามาตั้งรกรากของชาวอิสราเอลในไทยนั้น ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวลเท่ากับปัญหาการก่อการร้าย โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เป็นศัตรูกับอิสราเอล เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความมั่นคงของไทยอย่างแน่นอน จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ชาวอิหร่านพยายามก่อเหตุสังหารชาวอิสราเอลในไทย รวมถึงการโจมตีสถานทูตอิสราเอลมาก่อน เคยมีความพยายามในการโจมตี สังหาร กราดยิง รวมถึงการวางระเบิดเพื่อหมายเอาชีวิตชาวอิสราเอล แต่เจ้าหน้าที่ของไทยสกัดไว้ได้ จนไม่เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการท่องเที่ยว และความมั่นคงของไทย

แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของไทยต้องตื่นตัวและทำงานเชิงรุก โดยฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกัน เพราะการตั้งรับอย่างเดียวอาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการก่อเหตุได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...