“บราซิล” เตรียมยื่นฟ้อง WTO หลังทรัมป์ขึ้นภาษีเหล็ก-รถยนต์ เตือนนโยบายทรัมป์อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อ
"บราซิล" เตรียมยื่นฟ้อง WTO หลังทรัมป์ขึ้นภาษีเหล็ก-รถยนต์ เตือนนโยบายทรัมป์อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อ และไม่ส่งผลดีต่อประเทศใด
วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 10.42 น. สำนักข่าวรอยเตอร์กรายงานว่า ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังเสี่ยงทำลายเศรษฐกิจของตนเองด้วยมาตรการเก็บภาษีเพิ่ม และประกาศว่าจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีการค้ากับเหล็กจากบราซิล
“มาตรการนี้จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทรัมป์เองอาจยังไม่ตระหนักถึง” ลูลากล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว พร้อมเสริมว่า “แนวนโยบายปกป้องการค้า (Protectionism) ไม่เคยเป็นผลดีกับประเทศใดในโลกเลย”
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถกระบะขนาดเล็กในอัตรา 25% เริ่มมีผล 2 เมษายน 2568 ถือเป็นการขยายสงครามการค้าระดับโลกซึ่งเขาเริ่มดำเนินการตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม รัฐบาลของทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษี 25% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมจากบราซิลทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันบราซิลเป็นผู้ส่งออกเหล็กอันดับ 2 ไปยังสหรัฐ รองจากแคนาดา โดยบราซิลพยายามเจรจาเพื่อกลับไปใช้ระบบ โควตาส่งออกปลอดภาษีแบบรายปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่า “เรามีสองทางเลือก หนึ่งคือ ยื่นเรื่องต่อ WTO ซึ่งเราจะทำแน่นอน และอีกทางคือการเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับสินค้าจากสหรัฐ เพราะเราไม่สามารถนิ่งเฉยได้”
ทั้งนี้ประธานาธิบดีบราซิลเดินทางเยือนโตเกียวเพื่อติดตามการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้ากับญี่ปุ่น โดยเมื่อวันพุธ เขาได้หารือกับ นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
อ้างอิง : reuters.com