โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“บราซิล” เตรียมยื่นฟ้อง WTO หลังทรัมป์ขึ้นภาษีเหล็ก-รถยนต์ เตือนนโยบายทรัมป์อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2568 เวลา 04.15 น.

"บราซิล" เตรียมยื่นฟ้อง WTO หลังทรัมป์ขึ้นภาษีเหล็ก-รถยนต์ เตือนนโยบายทรัมป์อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อ และไม่ส่งผลดีต่อประเทศใด

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 10.42 น. สำนักข่าวรอยเตอร์กรายงานว่า ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังเสี่ยงทำลายเศรษฐกิจของตนเองด้วยมาตรการเก็บภาษีเพิ่ม และประกาศว่าจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีการค้ากับเหล็กจากบราซิล

“มาตรการนี้จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทรัมป์เองอาจยังไม่ตระหนักถึง” ลูลากล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว พร้อมเสริมว่า “แนวนโยบายปกป้องการค้า (Protectionism) ไม่เคยเป็นผลดีกับประเทศใดในโลกเลย”

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถกระบะขนาดเล็กในอัตรา 25% เริ่มมีผล 2 เมษายน 2568 ถือเป็นการขยายสงครามการค้าระดับโลกซึ่งเขาเริ่มดำเนินการตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม รัฐบาลของทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษี 25% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมจากบราซิลทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันบราซิลเป็นผู้ส่งออกเหล็กอันดับ 2 ไปยังสหรัฐ รองจากแคนาดา โดยบราซิลพยายามเจรจาเพื่อกลับไปใช้ระบบ โควตาส่งออกปลอดภาษีแบบรายปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่า “เรามีสองทางเลือก หนึ่งคือ ยื่นเรื่องต่อ WTO ซึ่งเราจะทำแน่นอน และอีกทางคือการเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับสินค้าจากสหรัฐ เพราะเราไม่สามารถนิ่งเฉยได้”

ทั้งนี้ประธานาธิบดีบราซิลเดินทางเยือนโตเกียวเพื่อติดตามการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้ากับญี่ปุ่น โดยเมื่อวันพุธ เขาได้หารือกับ นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...