โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หญิงจีนเสริมหน้าอกหวังสวยขึ้น แต่ต้องพิการ เพราะเจอซิลิโคนผสมดีเอ็นเอ “วัว-กวาง”

Thaiger

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 15.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

หญิงจีนเรียกร้องความยุติธรรม เพราะต้องพิการจากการเสริมหน้าอก แต่เจอกับซิลิโคนที่มีส่วนผสมของดีเอ็นเอวัว และ กวาง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ โดยหญิงสาวชาวจีนรายหนึ่งใช้นามสมมติว่า หลิงหลิง จากมณฑลเจียงซี ได้เล่าว่าเมื่อปี 2017 เธอเริ่มสนใจในเทคนิค การเสริมหน้าอกแบบใหม่ โดยคลินิกในกรุงปักกิ่งที่อยู่เบื้องหลังวิธีการดังกล่าวอ้างว่า พวกเขาสามารถสกัดและเพาะเลี้ยงคอลลาเจนของคนไข้ ก่อนที่จะฉีดกลับเข้าไปในหน้าอก เพื่อให้หน้าอกใหม่ใหญ่ขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ แถมการันตีว่าไม่มีผลข้างเคียง

ต่อมาในเดือนกันยายนปีเดียวกัน หลิงลิง ได้ไปคลินิกเสริมความงาม Beijing Creating Medical Cosmetic Clinic และได้พบกับ ไป๋ จิน หัวหน้าศัลยแพทย์ของคลินิก ซึ่งเขาก็รับรองกับเธอว่าขั้นตอนนี้ง่ายและปลอดภัยอย่างแน่นอน

แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากการผ่าตัด หลิงหลิง รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก และรู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหน้าอก

จากนั้นตลอดช่วงปี 2017-2023 เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดอีก 9 ครั้ง รวมไปถึงการใส่และซ่อมแซมหน้าอกเทียม สุดท้ายเธอกลับพบว่า หน้าอกเทียมของเธอเกิดการรั่วไหลและเสียรูป โดยเธอบอกว่า “มีก้อนเนื้อ 2 ก้อนบนหน้าอกฉัน ลามไปถึงท้อง”

แม้ว่า หลิงหลิง จะร้องขอให้คลินิกในปักกิ่งทำการผ่าตัดแก้ไข แต่พวกเขาต้องการรายงานการประเมินทางแพทย์

ต่อมาในช่วงเดือนตุลาคม 2024 หลิงหลิง เดินทางไปที่โรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้เพื่อนำหน้าอกเทียมออกและทำการทดสอบ แต่ในขั้นตอนดังกล่าว แพทย์พบว่าวัสดุที่ฉีดเข้าไปนั้น ก่อนให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายของเธอ ก่อนที่นักวิจัยจะพบว่า วัสดุเหล่านั้นมีส่วนผสมของ “ดีเอ็นเอของกวางมูสและวัวในหน้าอกเทียม” ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของคลินิกที่ว่า หน้าอกเทียมเกิดจากคอลลาเจนของคนไข้เอง

หลังจากที่ตรวจพบ สถาบันทางการแพทย์ได้จัดประเเภทความผิดปกติที่ หลิงหลิง ว่าเป็นความพิการร้ายแรง วึ่งนั่นทำให้เธอเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมความงามจากมณฑลเจียวซีได้กล่าวว่า นอกจากเคสนี้ ยังมีผู้ป่วยคนอื่นๆที่เป็นเหยื่อของคลินิกแห่งนี้ โดยพวกเขาพบทั้งดีเอ็นเอของอูฐ ค้างคาว และ กอริลลา ในหน้าอกของพวกเธอ

หลิงหลิง พยายามเรียกร้องค่าเสียหายกับทางคลิกนิก แต่พบว่าพวกเขาได้ปิดตัวไปแล้ว โดยถูกเพิกถอนใบอณุญาตประกอบกิจการ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางการแพทย์อีกกว่า 398 คดี นอกจากนี้ ไป๋ จิน ที่ถูกอ้างว่าเป็นหัวหน้าศัลยแพทย์ของคลินิก ก็ไม่มีชื่อลงทะเบียนกับหน่วยงานทางการแพทย์ของจีน

แม้ว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา หลิงหลิง ได้รายงานเรื่องดังกล่าสต่อคณะกรรมการสุขภาพเทศบาลปักกิ่ง แต่ด้วยข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสถาบันที่ปิดตัวลงไปแล้ว ทำให้เป็นเรื่องยากที่เธอจะได้รับความยุติธรรม

อ้างอิง : www.scmp.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...