โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

นักวิจัยพบงานเขียนของ AI ยังขาด 'ตัวตน' ต่างจากงานของคนจริง ๆ

BT Beartai

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 13.36 น.
นักวิจัยพบงานเขียนของ AI ยังขาด 'ตัวตน' ต่างจากงานของคนจริง ๆ

ผลวิจัยใหม่ของมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ในสหราชอาณาจักร ที่ทำร่วมกับศาสตราจารย์ เควิน เจียง (Kevin Jiang) แห่งมหาวิทยาลัยจี้หลิน ประเทศจีน พบว่างานเขียนของนักศึกษาดีกว่างานที่ AI สร้างขึ้น โดยอาศัยการเปรียบเทียบงานของนักศึกษา 145 คน กับงานที่ ChatGPT เจเนอเรตขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าแม้งานเขียนของ AI จะมีความสอดคล้องร้อยเรียงกันและใช้ถ้อยคำได้สละสลวย แต่ก็ขาดปัจจัยสำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งไป นั่นก็คือการใส่ตัวตนในงานเขียน (งานวิจัยใช้คำว่า “Personal Touch”)

ส่วนหนึ่งในเป้าหมายของงานวิจัยต้องการที่จะเน้นความสำคัญของการสร้างความรู้ที่ลึกซึ้งและความตระหนักรู้เชิงจริยธรรมในยุคดิจิทัล โดยหวังว่าผลการวิจัยจะช่วยให้ครูบาอาจารย์สามารถตรวจจับการโกงในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้โดยการแกะงานที่ AI สร้างขึ้น

ศาสตราจารย์ เคน ฮายแลนด์ (Ken Hyland) จากคณะครุศาสตร์และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ระบุว่านับตั้งแต่ที่ ChatGPT ได้ปล่อยตัวสู่สาธารณะ ก็ได้สร้างความวิตกกังวลอย่างใหญ่หลวงให้แก่บรรดาครูอาจารย์ที่กังวลว่านักเรียนจะใช้ AI ในการทำการบ้าน อาจกลายเป็นเครื่องมือที่เอื้อให้เกิดการโกงและอาจบั่นทอนการเรียนรู้และทักษะคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะหากไม่มีเครื่องตรวจจับ AI ที่ดีพอ

ฮายแลนด์ชี้ว่างานวิจัยชิ้นนี้มีขึ้นมาเพื่อดูว่า AI สามารถลอกเลียนแบบงานเขียนของมนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะวิธีการที่ผู้เขียนตอบสนองกับผู้อ่าน

งานวิจัยได้ทำการทดสอบสมมติฐานนี้ด้วยการวิเคราะห์งานเขียน 145 ชิ้นที่นักศึกษาเขียนขึ้น เทียบกับงานเขียนอีก 145 ชิ้นที่ ChatGPT “เขียน” ขึ้น โดยฮายแลนด์ชี้ว่าทีมวิจัยให้ความสนใจในการค้นหาสิ่งที่เรียกว่า “สัญลักษณ์การปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่าน” (Engagement Marks) เช่น คำถาม และข้อคิดเห็นส่วนบุคคลที่เติมเข้าไป

นักศึกษา VS ChatGPT

ฮายแลนด์และทีมวิจัยพบว่างานเขียนที่นักศึกษาเขียนขึ้นมักจะมี “กลยุทธ์ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่าน” เป็นจำนวนมาก ทำให้งานเขียนเหล่านี้สร้างความรู้ที่มีชีวิตชีวาและน่าคล้อยตาม ตัวอย่างของกลยุทธ์เหล่านี้มีทั้งการถามคำถามเชิงพรรณา ข้อคิดเห็นส่วนตัว และการสร้างความดึงดูดแก่ผู้อ่าน ซึ่งช่วยยกระดับความชัดเจน ความเชื่อมโยง และสร้างข้อถกเถียงที่มีเหตุผล

ในทางกลับกัน งานเขียนของ ChatGPT แม้ว่าจะใช้ถ้อยคำทางภาษาที่สวยงาม แต่ขาดตัวตนของผู้เขียน และแม้จะลอกเลียนงานเขียนเชิงวิชาการได้ แต่ก็ไม่สามารถใส่ข้อความที่แสดงถึงตัวตนของผู้เขียนได้อย่างชัดเจน และไม่สามารถแสดงจุดยืนของผู้เขียนได้ด้วย โดยฮายแลนด์ชี้ว่างานเขียนของ ChatGPT มักจะเลี่ยงคำถามและมีการแสดงความเห็นที่จำกัด ทำให้ “ไม่ค่อยน่าติดตาม ไม่น่าคล้อยตาม และไม่มีการนำเสนอมุมมองที่เด่นชัด”

แต่ AI ก็ยังสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่าเครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT ก็ยังควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยการสอน แทนการเป็น “ทางลัด” ในการเรียนหนังสือ

ฮายแลนด์ชี้ว่า เพราะเวลาที่นักเรียน-นักศึกษา มาโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ผู้สอนไม่ได้แค่สอนวิธีการเขียน แต่สอนวิธีการคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีอัลกอริทึมใดที่จะมาลอกเลียนได้

ทั้งนี้ งานวิจัยฉบับนี้มีชื่อว่า ‘Does ChatGPT write like a student? Engagement markers in argumentative essays’ ตีพิมพ์ในวารสาร Written Communication

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...