“ไหม” มอง การไม่ฟ้อง “พอล แชมเบอร์” เป็นการแก้แค่เปราะแรก
“ศิริกัญญา” มอง การไม่ฟ้อง “พอล แชมเบอร์” เป็นการแก้แค่เปราะแรก เตือน นายกฯสื่อสารชัดเจนช่วงวิกฤติ จี้ “อิ๊งค์” ยึดอำนาการจตัดสินใจ ไม่งั้นเละเทะ
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณี อธิบดีอัยการภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้อง นายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกันจากสถานศึกษาประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในความผิดมาตรา112 จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งต่อทีมไทยแลนด์ในการเจรจาต่อรองเรื่องภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ว่า กรณีอัยการภาค 6 สั่งไม่ฟ้อง ถือเป็นสัญญาณว่าแก้ไปได้เปราะหนึ่ง แต่ยังมีปมอื่น ๆต้องแก้ต่อ อย่างเรื่องชาวอุยกูร์ ที่แก้ยากกว่ามาก ต้องเผชิญแรงกดันจากทางการจีนเช่นกันว่า นอกจากนี้ ยังไม่แน่ว่า อาจจะมีพลเมืองอเมริกัน ที่ยังถูกจับกุมคุมขังอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก หรือไม่ ต้องไปติดตามตรวจสอบ ขอเรียกร้องรัฐบาล สื่อสารตรงไปตรงมา ตกลงที่สหรัฐฯบอกว่า จะพิจารณาเรื่องอื่นด้วยที่ไม่ใช่เรื่องการค้า มันคือเรื่องอะไร จะหาทางออกอย่างไร ความล่าช้ามันชัดแล้ว ไม่ได้เป็นไปเพื่อการเตรียมตัว แต่เกิดจากการผิดพลาดในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเอง ถ้าตามหลังประเทศอื่นๆที่บรรลุข้อตกลงก่อน รัฐบาลจะชดเชยความเสียหายอย่างไร
เมื่อถามว่า มีอะไรฝากนายกฯหรือไม่ เพราะไม่เคยตอบคำถามชัดเจน ไม่ว่าตอนนักข่าวถาม หรือสังคมตั้งคำถาม น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า มีนักข่าวถามเรื่องนายพอล แชมเบอร์ นายกฯก็ตอบแบบไปให้ฝากถามความรับผิดชอบคนอื่น ที่ไม่ใช่นายกฯอยู่ดี พอถามว่ามีข่าวว่าทำให้การเจรจาล่าช้า นายกฯบอกปัดว่าเป็นข่าวลือ แต่ท้ายที่สุดรองนายกฯออกมาคอร์นเฟิร์มเอง แถมนายกฯบอกว่า อย่ายิงกันเอง แต่คนที่ยิงคนแรก คือพ่อนายกฯ ที่ยิงนายกฯเอง ตนว่า ไปคุยกันในรัฐบาลให้จบก่อน ตรงนี้ต้องเตือนทางนายกฯเลย ว่า การสื่อสารที่ชัดเจน สม่ำเสมอ เป็นเอกภาพในรัฐบาลเอง จะเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงวิกฤติเลย ถ้าประชาชนขาดความเชื่อมั่น ไม่ว่ารัฐบาลจะมีข้อเสนอที่ดีแค่ไหน ประชาชนก็ตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นไปไม่ได้จริง และไม่รู้ว่ามันจะปรับเปลี่ยนอีกหรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และแก้ยากมาก ไม่แปลกถ้าคุณไม่ใช่เป็นคนที่เป็นศูนย์กลางการตัดสินใจจริง แล้วมีการตัดสินใจอื่นที่ไม่ได้รับรู้ล่วงหน้า และท้ายที่สุดต้องมารับผลที่เกิดขึ้น คุณเหนื่อย และนายกฯอาจจะยังมึน ๆ ว่าจะเอาอย่างไรต่อ แต่ต้องเร่งมือตัดสินใจด้วย ไม่อย่างนั้นประเทศชาติจะลงเหว เมื่อถามย้ำเรื่องนายกฯตอบนักข่าวให้ไปถามพ่อเถิด หลังศาลฏีกายกคำร้องคดีชั้น14 น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า ตอนนี้มันเข้าสู่ช่วงที่นายกฯ ต้องยึดกุมอำนาจการตัดสินใจได้แล้ว ไม่อย่างนั้นประชาชนไม่รู้จะต้องฟังใคร ไม่รู้ตกลงใครมีอำนาจตัดสินใจจริง มันยิ่งเลวร้ายเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่วิกฤติ และต้องการความรวมศูนย์การตัดสินใจที่เด็ดขาด การสื่อสารที่เป็นเอกภาพ ไม่อย่างนั้นมันเละเทะ