ชีวิตของครอบครัวแม็คอิลรอย พงศาวดารของความมุ่งมาดแห่งชนชั้นแรงงาน
ชีวิตของครอบครัวแม็คอิลรอย : พงศาวดารของความมุ่งมาดแห่งชนชั้นแรงงาน
แม็คอิลรอย – เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา นายรอรี แม็ค อิลรอย นักตีกอล์ฟอาชีพ มืออันดับ 2 ของโลก ชาวไอร์แลนด์เหนือ วัย 35 ปี ได้คว้าชัยชนะในการแข่งขันกอล์ฟประจำปีของเดอะ มาสเตอร์ส ที่เมืองออกัสตา มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา พร้อมทำสถิติคว้าแชมป์เมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการ หลังเอาชนะ จัสติน โรส ด้วยเบอร์ดี้ระยะ 4 ฟุต ในรอบเพลย์ออฟสุดเร้าใจ เป็นการยุติการรอคอยของนายรอรี แม็คอิลรอย ที่คว้าแชมป์เมเจอร์แกรนด์สแลมได้หลังจากที่พยายามเข้าแข่งขันแล้วถึง 11 ปี นายรอรี แม็คอิลรอย กลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์เมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการ ร่วมกับตำนานอย่าง แจ็ค นิคลอส, ไทเกอร์ วูดส์, แกรี เพลเยอร์, ยีน ซาราเซน และเบน โฮแกน และการคว้าแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ครั้งนี้ นายรอรี แม็คอิลรอย ยังได้รับเงินรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เดอะ มาสเตอร์ส
จำนวน 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเงินรางวัลรวม 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ครับ ! ต่อไปนี้คือความเป็นมาของนักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ในปัจจุบันผู้ซึ่งเติบโตขึ้นมาจากชนชั้นแรงงานแท้ๆ
ในหมู่บ้านบึงใหญ่ลึกแห่งหนึ่ง ณ ดินแดนไอร์แลนด์เหนือ ของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) มีบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองโฮลลีวูด มิใช่ฮอลลีวูดนะครับ เมืองโฮลลีวูดนัยว่าน่าจะเป็นตำบลของนักบุญ ด้วยความเงียบขรึมและอากาศหม่นๆ ชื้นๆ ตามแบบเมืองฝนแห่งเกาะอังกฤษ แต่บ้านเล็กๆ หลังนั้น เต็มไปด้วยกลิ่นชีส กลิ่นผ้าอับชื้น และกลิ่นชีวิตชนชั้นแรงงาน
ที่นั่นมีครอบครัวหนึ่ง ที่ใช้นามสกุล “แม็คอิลรอย” มีลูกชายคนเดียว นามว่า รอรี แม็คอิลรอย เด็กหนุ่มร่างเล็ก ผมหยิกดกดำ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม และสายตากระหายการฟาดวงสะวิงกอล์ฟยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก บิดาของเขาคือ แกรี แม็คอิลรอย มนุษย์ผู้ซึ่งปลงใจในวาระแรกแห่งความเป็นพ่อแล้วว่า จะยอมแลกทุกหยาดเหงื่อทุกเพนนีเพียงให้ลูกชายคนเดียวของตนได้ยืนอยู่บนสนามหญ้ากอล์ฟอันเขียวขจี แม้สนามนั้นจะอยู่ไกลเพียงไหน แม้จะต้องแล่นเรือข้ามน้ำข้ามมหาสมุทร แกรีก็จะยอม เพราะในดวงตาของชายผู้ทำงานเป็นพนักงานบริการในบาร์ของสนามกอล์ฟตอนกลางวัน และทำงานทำความสะอาดและล้างห้องน้ำโรงแรมตอนกลางคืน ต้องเดินเท้ากลับบ้านเมื่อค่ำแบบว่าทำงานสัปดาห์ละ 100 ชั่วโมงทีเดียว
มารดาของรอรีคือนางโรซี แม็คอิลรอย ผู้ซึ่งทำงานล้างจาน เป็นพนักงานเสิร์ฟ เป็นแม่บ้านในที่พักนักท่องเที่ยว จนมือทั้งสองเหี่ยวย่นด้วยสบู่ก้อนราคาถูกที่กัดกร่อนผิวหนัง เธอไม่ได้มีเวลาทำผมในร้านหรือออกไปนั่งจิบชาเบาๆ ยามบ่ายเหมือนผู้ดีอังกฤษ แต่เธอมี ดวงใจกล้าแกร่งยิ่งกว่าแม่เสือ อันมุ่งมั่นเพียงสิ่งเดียวคือ “ลูกของข้า จักต้องไม่จมอยู่ในโลกของความจนเช่นเรา” จะเรียกว่าครอบครัวแม็คอิลรอยเป็นวีรชนแห่งชนชั้นกรรมาชีพ ก็ดูจะมิใช่คำพูดเกินเลย เพราะในการปลุกปั้นนักกอล์ฟหนึ่งคน มิใช่แต่จะต้องมีไม้กอล์ฟดี มีสนามซ้อมประจำ มีโค้ชฝีมือเยี่ยม หากต้องมี “แม่ที่ไม่ยอมหลับ” กับ “พ่อที่ไม่ยอมแพ้” เป็นเสาค้ำยันชีวิตด้วย
มีคำกล่าวของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์อยู่ว่า “ผู้ดีบางคน อาจตกต่ำจนเป็นขอทานได้ในชั่วพริบตา แต่ลูกชาวบ้านบางคน อาจปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลก หากมีบันไดของความรักมั่นคง” แม็คอิลรอยคือเด็กหนุ่มที่มีบันไดนั้น-บันไดของความรักซึ่งไม่สั่นคลอนแม้ลมแรงฝนสาดเพียงใด
ย้อนไปในวัยเยาว์ รอรีฝึกซ้อมกอล์ฟครั้งแรกกับไม้เก่าๆ มือสองที่บิดาเก็บสะสมไว้จากสนามกอล์ฟประจำเมือง เด็กน้อยคนอื่นอาจนอนดูการ์ตูน หรือเตะลูกบอลกับเพื่อนๆ แต่รอรีเดินไปสนามกอล์ฟตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น เขาเอาลูกกอล์ฟใส่ถุงพลาสติกแทนถุงกอล์ฟ ใช้หมวกของลุงที่เป็นทหารผ่านศึก และตีลูกทุกลูกเสมือนเป็นศึกสำคัญแห่งชีวิตและในยามเย็น หลังจากเขากลับบ้านมาเหนื่อยล้า เหงื่อโชกชุ่มทั่วร่าง แม่ของเขาจะตักซุปให้ถ้วยหนึ่ง พร้อมถามว่า “วันนี้ลูกตีได้ไกลขึ้นไหม?” ไม่มีคำว่าเหนื่อย ไม่มีคำว่าไม่ไหว มีแต่ “กินเถอะลูก พรุ่งนี้ต้องตีให้ไกลกว่าวันนี้”
บิดาของเขานั้น พิสูจน์ความรักในแบบของผู้ชายที่ไม่พูดพร่ำ หากแต่ลงมือทำ แกรีเคยมีความฝันจะเป็นนักกอล์ฟอาชีพ แต่โลกไม่ได้ใจดีพอจะเปิดทางให้ชายยากจนฝันกลางวัน แกรีจึงเลิกฝันนั้น แต่แทนที่จะขว้างทิ้ง เขาห่อมันไว้ในใจ แล้วมอบให้ลูกชายของตนเหมือนมรดกของพระราชา
เขาทำงานล่วงเวลา ยอมรับงานสองกะ ยืนล้างแก้วเบียร์ในผับจนขาแทบทรุด และเมื่อได้เงินเดือนมา เขาไม่เคยซื้อรองเท้าใหม่ให้ตนเอง แต่เอาไปซื้อคอร์สกอล์ฟให้ลูกจ่ายค่าเดินทางไปแข่งในลอนดอน หรือแม้แต่ฝึกที่สกอตแลนด์เมื่อมีโอกาส
มีคราวหนึ่ง แกรีและโรซีลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ด้วยการรวบรวมเงินเก็บทั้งหมด ส่งรอรีไปแข่งระดับเยาวชนที่อเมริกา เป็นการเดินทางข้ามทวีปครั้งแรกของเด็กน้อย พ่อแม่ทั้งสองถึงกับต้องกู้เงินข้างบ้าน และทำงานเพิ่มสองเท่าจนแทบไม่มีเวลานอน เพราะรู้ว่า “โอกาสเช่นนี้ มาแค่ครั้งเดียวในชีวิต”
และโชคก็ไม่ใจร้าย
รอรี่ ชนะเลิศในการแข่งขันนั้น พร้อมสร้างความตกตะลึงให้กับแมวมองทั้งหลายที่ไม่เคยเห็นเด็กจากไอร์แลนด์เหนือมีวงสะวิงเฉียบขาดขนาดนี้มาก่อน จากเด็กชายร่างเล็กในเมืองเงียบๆ ในไอร์แลนด์เหนือ เขากลายเป็นดาวรุ่งแห่งยุโรป และในที่สุดกลายเป็นมือหนึ่งของโลก ได้รับถ้วยรางวัลใหญ่ระดับเมเจอร์หลายรายการ ตั้งแต่ U.S. Open, PGA Championship ไปจนถึง The Open Championship และพ่วงด้วยเหรียญทองมากมาย
แต่สิ่งที่น่าประหลาดกว่าความสำเร็จของรอรี คือ เขาไม่เคยลืม “บ้านเล็กหลังนั้นในโฮลลีวูด” เขามักกล่าวเสมอว่า “ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ถ้าพ่อกับแม่ไม่ลำบากก่อน”
ในโลกที่ผู้คนวิ่งตามความฝันโดยลืมผู้ที่ถักทอฝันนั้นไว้ให้ รอรี แม็คอิลรอย คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังหันกลับไปกอดพ่อแม่แน่นๆ พร้อมบอกว่า “พวกท่านต่างหากคือผู้ชนะตัวจริง” บางที ชีวิตของรอรีมิใช่แค่เรื่องของเด็กอัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ หากแต่คือบทเรียนอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับ “พรแสวง” ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของบิดามารดา และการสละความสุขของคนรุ่นหนึ่ง เพื่อให้รุ่นถัดไปได้มี “โอกาส”
และนั่นแหละครับ… คือความงามของชีวิตชนชั้นแรงงาน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชีวิตของครอบครัวแม็คอิลรอย พงศาวดารของความมุ่งมาดแห่งชนชั้นแรงงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th