โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'สุริยะ' ประชุม คจร. พร้อมมอบทุกฝ่ายเร่งดำเนินการโครงการสำคัญ พร้อมจัดการจราจรรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก

VoiceTV

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.49 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่สำคัญ พร้อมกับร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดการจราจรเพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – ตลิ่งชัน รวมไปจนถึงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เพื่อลดลดปัญหาจราจรติดขัดในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับความคืบหน้าของการดำเนินโครงการที่สำคัญมีทั้งหมด 8 เรื่อง ได้แก่

1) ความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 276.84 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีเขียว (สุขุมวิท) ช่วงหมอชิต – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ – คูคต สายสีเขียว (สีลม) ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – หัวลำโพง ช่วงหัวลำโพง - บางแค (หลักสอง) และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ แอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงพญาไท – สุวรรณภูมิ สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ – เตาปูน สายสีทอง ช่วงกรุงธนบุรี – คลองสาน สายสีแดง (เหนือ) ช่วงบางซื่อ – รังสิต สายสีแดง (ตะวันตก) ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง และสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี

2) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการอนุญาตและแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและต้องการลดอุบัติเหตุ

3) รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2567 - 2580 ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งต้องมีการรายงานกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทุกระยะ 6 เดือน เพื่อติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

4) ความคืบหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาจราจรในระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กทม. 104 จุด ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ 82 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ 22 จุด และในพื้นที่รับผิดชอบของ ทล. 31 โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จ 10 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ 21 จุด เป็นต้น

5) ความคืบหน้าโครงการภายใต้แผนแม่บทสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการบริเวณแยกเกียกกาย ช่วงที่ 1 ก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งธนบุรี และช่วงที่ 2 ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทางขึ้น – ลง เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร แบ่งเบาปริมาณการจราจรของสะพานกรุงธนและสะพานพระราม 7 และเป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายและกระจายการเดินทางของพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี รวมทั้งจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรโดยรอบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางของศูนย์คมนาคมพหลโยธิน และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

6) ผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองหลักในภูมิภาค 11 จังหวัด

7) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทางเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2568 - 2580 เพื่อให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเชื่อมต่อการเดินทางครบทุกรูปแบบสำหรับคนทุกกลุ่มโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าและเชื่อมต่อกับสนามบิน ทั้งนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กทม. กระทรวงมหาดไทย (มท.) (จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมธนารักษ์) ทล. ทช. กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

8) สรุปผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (อจร.) ปีงบประมาณ 2567 และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กำชับทุกจังหวัดให้ดำเนินการจัดประชุม อจร. อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อแก้ไข ผลักดัน และติดตามปัญหาด้านการขนส่งและจราจรในเมืองภูมิภาคต่อไป

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดการจราจรเพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – ตลิ่งชัน โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างในขั้นตอนการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ซึ่ง รฟม. จำเป็นต้องรื้อย้ายสะพานรถข้ามทางแยก จำนวน 3 สะพาน ประกอบด้วย

1) สะพานสุทธาวาส (ข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์) รื้อย้ายปี 2568

2) สะพานราชเทวี (ข้ามถนนพญาไท) รื้อย้ายปี 2568

3) สะพานประตูน้ำ (ข้ามถนนราชดำริ/ถนนราชปรารภ) รื้อย้ายปี 2569 จึงจำเป็นต้องมีการกั้นพื้นที่ผิวจราจร ตามแนวเส้นทางที่มีการก่อสร้างบนถนนสายต่าง ๆ เช่น ถนนราชดำเนิน ถนนหลานหลวง ถนนเพชรบุรี ถนนราชปรารภ ถนนดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานก่อสร้าง

โดยพื้นที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากการก่อสร้างคือ ถนนเพชรบุรี ช่วงแยกยมราช แยกราชเทวี และแยกประตูน้ำ เนื่องจากถนนเพชรบุรีเป็นถนนสายหลักในเส้นทางทิศตะวันออก - ตะวันตก มีปริมาณการจราจรผ่านเส้นทางเป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม การค้า และการท่องเที่ยว มีห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และโรงแรม

จึงได้สั่งการให้ สนข. และ รฟม. เข้าตรวจสอบสภาพการจราจร ซึ่งพบว่า ความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจร ของถนนเพชรบุรีรวมทั้งบริเวณทางแยกลดลง ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัด จึงเห็นสมควรปรับปรุงเส้นทางการจราจรเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชน โดยปรับการจัดการเดินรถบนถนนพระราม 6 ช่วงแยกพงษ์พระราม - แยกอุรุพงษ์ เป็นเดินรถ 2 ทิศทาง ทิศทางละ 2 ช่องจราจร เพื่อให้รถที่ลงจากทางพิเศษที่ด่านอุรุพงษ์ และรถบนถนนพระราม 6 จากแยกศรีอยุธยาสามารถใช้ถนนพระราม 6 ไปที่แยกพงษ์พระรามแล้วเลี้ยวซ้ายไปแยกปทุมวัน โดยไม่ต้องผ่านถนนเพชรบุรี ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้างได้ ทั้งนี้ ได้มอบหมาย กทม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ รฟม. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสุริยะ กล่าวตอนท้ายว่า สำหรับโครงการบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ สนข. ร่วมเข้าแก้ไขปัญหากับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเรียกประชุมเป็นระยะ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม เบื้องต้นได้จัดทำแผนการดำเนินการเพื่อลดลดปัญหาจราจรติดขัด โดยได้มีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) มาใช้วิเคราะห์ติดตามการไหลของจราจรและปรับสัญญาณไฟจราจรตามสภาพจราจรแบบปัจจุบัน ซึ่งเป็นโครงการที่รวมอยู่ใน 14 โครงการ ที่ได้เสนอขอรับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับปรุงและเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยในการลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำที่สำคัญ จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงการบูรณาการเพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด โดยควบคุมการไหลของการจราจร (TRAFFIC FLOW) และการเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของยานพาหนะบริเวณทางแยก และปรับการไหลของจราจรตามเส้นทางให้เหมาะสม โดยนำระบบ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ติดตามการไหลของจราจรและปรับสัญญาณไฟจราจร ตามสภาพจราจรแบบปัจจุบัน (REAL TIME) และมีระบบศูนย์กลางข้อมูลจราจรที่มีศักยภาพในการนำข้อมูลไปประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลจราจรในจังหวัดภูเก็ต

โดยจำแนกโครงการเป็น 2 ระยะ ได้แก่

1) โครงการบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 เป็นการติดตั้งระบบตู้จราจรอัจฉริยะ 20 จุด และติดตั้งป้ายแสดงข้อมูล 5 จุด

2) โครงการบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 เป็นการติดตั้งระบบตู้จราจรอัจฉริยะ 20 จุด ติดตั้งป้ายแสดงข้อมูล 20 จุด และติดตั้งกล้องตรวจนับปริมาณจราจร 10 จุด ทั้งนี้ ได้มอบหมาย รฟม. เร่งรัดการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตโดยด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรในจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืนต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...