โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อะไรคือความแตกต่างระหว่างพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมด? เข้าใจง่ายๆ ก่อนเลือกซื้อบ้าน

Homeday

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 02.30 น.

การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยหนึ่งในปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาคือเรื่องพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมดของบ้าน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตัวเลขพื้นที่ที่เห็นในโฆษณาหรือแบบบ้านถึงมีความแตกต่างกัน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทั้งสองประเภทนี้

ความหมายและความแตกต่างของพื้นที่แต่ละประเภท

พื้นที่ใช้สอย (Usable Area) หมายถึงพื้นที่ภายในบ้านที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ รวมถึงพื้นที่ระเบียงที่มีหลังคาคลุม ส่วนพื้นที่ทั้งหมด (Gross Area) คือพื้นที่รวมทั้งหมดของบ้าน รวมถึงพื้นที่ผนัง พื้นที่เสา และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ

การคำนวณพื้นที่ใช้สอยจะวัดจากระยะภายในห้องจริง โดยไม่นับรวมความหนาของผนัง ในขณะที่พื้นที่ทั้งหมดจะวัดจากขอบนอกสุดของตัวบ้าน ทำให้ตัวเลขพื้นที่ทั้งหมดมักมีค่ามากกว่าพื้นที่ใช้สอยประมาณ 10-15%

ความสำคัญของการเข้าใจพื้นที่แต่ละประเภท

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน เพราะจะช่วยให้ประเมินความคุ้มค่าและการใช้งานจริงได้แม่นยำมากขึ้น บ้านสองหลังที่มีพื้นที่ทั้งหมดเท่ากัน อาจมีพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับการออกแบบและการจัดวางพื้นที่

นอกจากนี้ การเข้าใจเรื่องพื้นที่ยังช่วยในการวางแผนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าวัสดุปูพื้น ค่าทาสี หรือค่าติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

การคำนวณและการวัดพื้นที่

การวัดพื้นที่ใช้สอยมีหลักการดังนี้:

  • วัดระยะภายในห้องจากผนังถึงผนัง
  • คำนวณพื้นที่แต่ละห้องแยกกัน
  • รวมพื้นที่ทุกห้องเข้าด้วยกัน
  • เพิ่มพื้นที่ระเบียงที่มีหลังคาคลุม (คิด 50% ของพื้นที่จริง)

ส่วนการวัดพื้นที่ทั้งหมด:

  • วัดระยะภายนอกจากขอบนอกสุดของผนัง
  • คำนวณพื้นที่รวมทั้งหมด
  • รวมพื้นที่ชั้นต่างๆ (กรณีบ้านหลายชั้น)
  • รวมพื้นที่ส่วนต่อเติมที่มีหลังคาคลุม

ข้อควรระวังในการพิจารณาพื้นที่

การดูแบบบ้านและตัวเลขพื้นที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ควรสังเกตว่าตัวเลขที่แสดงเป็นพื้นที่ประเภทใด และมีพื้นที่ส่วนใดบ้างที่รวมอยู่ในการคำนวณ บางโครงการอาจรวมพื้นที่จอดรถหรือสวนเข้าไปในพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ตัวเลขดูมากกว่าความเป็นจริง

ควรพิจารณาการจัดวางพื้นที่และการเชื่อมต่อระหว่างห้องต่างๆ บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเท่ากันแต่มีการจัดวางที่แตกต่างกัน อาจให้ความรู้สึกและประโยชน์ใช้สอยที่ต่างกันมาก

การประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องพื้นที่ในการเลือกซื้อบ้าน

เมื่อเข้าใจเรื่องพื้นที่แล้ว สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด โดยควรพิจารณา:

  • ความต้องการพื้นที่ใช้สอยจริงของครอบครัว
  • สัดส่วนราคาต่อพื้นที่ใช้สอย
  • ประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ของแบบบ้าน
  • ความเหมาะสมของการจัดวางพื้นที่กับไลฟ์สไตล์

เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่

การออกแบบและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ดีสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ได้ เช่น:

  • การใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์
  • การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับขนาดห้อง
  • การสร้างพื้นที่เก็บของที่มีประสิทธิภาพ
  • การใช้สีและแสงเพื่อสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง

สรุป

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน ช่วยให้สามารถประเมินความคุ้มค่าและความเหมาะสมกับการใช้งานจริงได้ดียิ่งขึ้น ควรพิจารณาทั้งตัวเลขพื้นที่และการจัดวางพื้นที่ควบคู่กันไป เพื่อให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

#Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #RealEstate #HomeDesign #HomeBuying #พื้นที่ใช้สอย #เลือกซื้อบ้าน #บ้านและคอนโด #ความรู้เรื่องบ้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...