โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รวมความเห็นนักวิเคราะห์ “ราคาทองคำโลก” จะไปแตะที่เท่าไร? หลังทำออลไทม์ไฮไม่หยุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น.

รวมความเห็นนักวิเคราะห์ "ราคาทองคำโลก" จะไปแตะที่เท่าไร หลังทำออลไทม์ไฮไม่หยุด ท่ามกลางความปั่นป่วนทั่วโลกจากกำแพงภาษีของสหรัฐที่สูงที่สุดในรอบกว่า 100 ปี

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 13.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก โดยนักวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ครั้งนี้กับปี 1980 ซึ่งทองคำเคยพุ่งแรงจากวิกฤตปฏิวัติอิหร่านและวิกฤตราคาน้ำมัน แต่ระบุว่าแรงผลักดันของทองในปีนี้แตกต่าง และอาจคงอยู่ยาวนานกว่า

*ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้นสูงสุดที่ 3,167.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และปรับเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 16% นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ต่อเนื่องจากการปรับขึ้น 27% ในปี 2567 โดยJames Steel นักวิเคราะห์ของ HSBC ระบุว่า การปรับขึ้นรอบนี้ขับเคลื่อนด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งไม่เคยมีบทบาทเด่นในตลาดทองคำมานานหลายปี*

James Steel ชี้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกำแพงภาษีที่สูงที่สุดในรอบกว่า 100 ปีของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ในขณะที่ทองคำกับค่าเงินดอลลาร์มักมีความสัมพันธ์ในทางกลับกัน (inverse correlation) ความไม่มั่นคงจากนโยบายการค้าทำให้ความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกตั้งคำถาม

HSBC ชี้ว่าวิกฤตในอดีต เช่น การปฏิวัติอิหร่านในปี 1980 สามารถคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงในภายหลัง แต่ในปัจจุบันการล่มสลายของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลับทำให้ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า “ปัจจัยผลักดันทองคำรอบนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว แต่สะสมจากสงครามการค้า วิกฤตยูเครน สงครามในตะวันออกกลาง วิกฤตโควิด และภาคอสังหาจีนล้ม”

กรณีตัวอย่างคือสงครามยูเครนในปี 2565 ที่ตะวันตกอายัดทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย ทำให้หลายประเทศที่ไม่ใช่ชาติตะวันตกหันมาถือครองทองคำมากขึ้น แทนการถือเงินดอลลาร์

ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณและท่าทีผ่อนคลายทางการเงิน (monetary easing) ยังกระตุ้นการลงทุนในทองคำจากฝั่งประเทศตะวันตกด้วย

โรนา โอ’คอนเนลล์ นักวิเคราะห์จาก StoneX ระบุว่า ทองคำเคยแตะระดับ 850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเดือนมกราคมปี 1980 ซึ่งหากเทียบในแง่มูลค่าปรับตามเงินเฟ้อ จะเท่ากับประมาณ 3,486 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน หมายความว่า “ทองคำในวันนี้แม้จะทำสถิติใหม่ในตัวเลข แต่อาจยังไม่ใช่จุดสูงสุดในเชิงมูลค่าที่แท้จริง”

ไมเคิล วิดเมอร์ นักกลยุทธ์จาก Bank of America ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเมื่อวันที่ 26 มีนาคม โดยระบุว่า ราคาทองคำอาจแตะ 3,063 ดอลลาร์ในปี 2568 และ 3,350 ดอลลาร์ในปี 2569 และย้ำความเชื่อมั่นในรายงานฉบับล่าสุดว่ามีโอกาสที่ราคาทองจะขึ้นไปแตะ 3,500 ดอลลาร์ภายใน 2 ปี

“การคาดการณ์ว่าทองจะไปถึง 3,000 ดอลลาร์เป็นเรื่องที่คนเริ่มยอมรับได้แล้ว แต่การไปถึง 3,500 ดอลลาร์คืออีกเรื่อง” วิดเมอร์กล่าว พร้อมเสริมว่า ความเสี่ยงต่อราคาทองจะลดลงก็ต่อเมื่อโลกกลับสู่สภาวะที่ร่วมมือกันได้อีกครั้ง ไม่มีสงครามการค้า เฟดขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจนิ่ง และความเชื่อมั่นฟื้นกลับมา แต่ผมคิดว่า โอกาสนั้นยังไม่น่าเป็นไปได้”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...