ไตรมาสแรก 30 บจ. ลุย ซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 36,845 ล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดข้อมูลไตรมาสแรก 30 บจ. ลุย ซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 36,845 ล้านบาท
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่ตกต่ำส่งผลให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทยอยประกาศซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน สร้างเสถียรภาพราคาหุ้น และเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ให้มากขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยรายงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ประกาศการรับซื้อหุ้นคืน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 จำนวน 30 บริษัท 30 คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 36,845 ล้านบาท แบ่งเป็น บจ. ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 26 บริษัท วงเงินรวม 26,590 ล้านบาท
บจ.ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ( mai) จำนวน 4 บริษัท วงเงินรวม 255 ล้านบาท ประกอบด้วย
- หมวด AGRO จำนวน 2 บริษัท วงเงิน 216 ล้านบาท
- หมวด FINCIAL จำนวน 2 บริษัท วงเงิน 7,500 ล้านบาท
- หมวด INDUS จำนวน 5 บริษัท วงเงิน 430 ล้านบาท
- หมวด PROPCON จำนวน 6 บริษัท วงเงิน 1,575 ล้านบาท
- หมวด RESOURC จำนวน 3 บริษัท วงเงิน 16,700 ล้านบาท
- หมวด SERVICE จำนวน 10 บริษัท วงเงิน 9,874 ล้านบาท
- หมวด TECH จำนวน 2 บริษัท วงเงิน 550 ล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ที่มี บจ. รับซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 39 บริษัท คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 29,223 ล้านบาท แบ่งเป็น SET จำนวน 34 บริษัท วงเงินรวม 28,826 ล้านบาท และ mai 5 บริษัท วงเงินรวม 397 ล้านบาท
โดยแม้ว่าจำนวน บจ. จะลดลง แต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นถึง 2,378 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน หรือคิดเป็นกว่า 26.08%
รายชื่อบจ. ซื้อหุ้นคืน
- ACE วงเงิน 500 ล้านบาท
- ASEFA วงเงิน 70 ล้านบาท
- ASP วงเงิน 500 ล้านบาท
- DRT วงเงิน 320 ล้านบาท
- EKH วงเงิน 400 ล้านบาท
- HMPRO วงเงิน 7,000 ล้านบาท
- HUMAN วงเงิน 250 ล้านบาท
- III วงเงิน 125 ล้านบาท
- ITEL วงเงิน 300 ล้านบาท
- KIAT วงเงิน 30 ล้านบาท
- LPN วงเงิน 100 ล้านบาท
- MGC วงเงิน 100 ล้านบาท
- PRM วงเงิน 600 ล้านบาท
- PSL วงเงิน 675 ล้านบาท
- PTT วงเงิน 16,000 ล้านบาท
- SFLEX วงเงิน 50 ล้านบาท
- SKR วงเงิน 700 ล้านบาท
- SNC วงเงิน 180 ล้านบาท
- SORKON วงเงิน 81 ล้านบาท
- SSP วงเงิน 200 ล้านบาท
- STECON วงเงิน 990 ล้านบาท
- SYNTEC วงเงิน 150 ล้านบาท
- TAN วงเงิน 24 ล้านบาท
- TKN วงเงิน 135 ล้านบาท
- TTB วงเงิน 7,000 ล้านบาท
- VIH วงเงิน 200 ล้านบาท
- K วงเงิน 75 ล้านบาท
- PIMO วงเงิน 30 ล้านบาท
- THANA วงเงิน 30 ล้านบาท
- TRP วงเงิน 120 ล้านบาท