เชียงใหม่ ภูเก็ต 2 หัวเมืองใหญ่ ที่ CENTRAL ให้ความสำคัญ
หากพูดถึงผู้นำแห่งการพัฒนาศูนย์การค้าของไทย แน่นอนว่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Central Pattana (เซ็นทรัลพัฒนา)ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการมายาวนานหลายสิบปี และยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อเนื่องด้วยแนวคิด “Retail-Led Mixed-Use Development”ที่บูรณาการทุกองค์ประกอบในชีวิตสมัยใหม่ให้เข้ากันอย่างลงตัว ทั้งในด้านการอยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และศูนย์การค้าครบวงจร เพื่อสร้างศูนย์กลางชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
เซ็นทรัล มีธงในการดำเนินธุรกิจอย่างไร?
จังหวะก้าวของเซ็นทรัล เป็นที่จับจ้องอยู่เสมอ โดยเฉพาะในด้านการเลือกทำเลที่ตั้งของโครงการที่มีศักยภาพสูง เช่นกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรีรวมไปถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง เชียงใหม่ และ ภูเก็ตเซ็นทรัลพัฒนามุ่งเน้นให้เกิดความสมดุลในการขยายสาขา ทั้งในศูนย์กลางเมืองและเมืองรองที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต และแน่นอนว่ายังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองและการกระจายรายได้ในระดับภูมิภาคด้วย และจากการประกาศแผนธุรกิจ ปี 2568-2573 จังหวัดหัวเมืองใหญ่อย่าง เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ก็ยังคงเป็นทำเลที่เซ็นทรัลยังคงให้ความสำคัญเช่นเดิม
การขยายสาขาและการเลือกทำเลที่โดดเด่น
1. ศูนย์กลางเมืองและปริมณฑล :กรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑลถือเป็นตลาดหลักของ CPN ด้วยสาขาที่มีจำนวนมากถึง 20 สาขา (กรุงเทพฯ 13 แห่ง และปริมณฑล 7 แห่ง) รวมพื้นที่มากกว่า 4.54 ล้านตร.ม. ย่านนี้ถือเป็นแหล่งที่มีประชากรหนาแน่นและมีกำลังซื้อสูง จึงเป็นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
2. เมืองท่องเที่ยวสำคัญ : ไม่เพียงแค่กรุงเทพฯ เท่านั้นที่เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นศักยภาพ แต่ยังรวมถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเชียงใหม่และภูเก็ตด้วย
3. เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค : นอกเหนือจากกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวแล้ว CPN ยังมองเห็นโอกาสในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค เช่น ขอนแก่น นครราชสีมา และอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เชียงใหม่และภูเก็ต: ศักยภาพที่เหนือชั้นในมุมมองของเซ็นทรัลพัฒนา
ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เมืองเชียงใหม่และภูเก็ตเป็นที่ที่เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นคุณค่าและโอกาสในการลงทุนที่ไม่แพ้กับกรุงเทพฯ หรือชลบุรีเลยทีเดียว
เชียงใหม่: เมืองแห่งวัฒนธรรมและความทันสมัยของภาคเหนือ
เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มองหาความงดงามของเมืองเก่าและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกับความทันสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เติบโตด้วยกลุ่มธุรกิจบริการและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เซ็นทรัลพัฒนาจึงได้ลงทุนในโครงการ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตและ เซ็นทรัล เชียงใหม่ที่มาพร้อมกับพื้นที่รวมกว่า 510,000 ตร.ม.เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งยังมีฐานนักศึกษาและกลุ่ม Expats ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพสูงและเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของตลาด
ระบบสะสมและใช้คะแนนจาก The 1 ยังสามารถบอก Customer Insight ของคนภาคเหนือได้อีกว่า ผู้บริโภคภาคเหนือมักชื่นชอบสินค้าท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับ Local Pride สนับสนุนแบรนด์ไทยและพื้นเมือง ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ในขณะเดียวกัน ก็ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและแกดเจ็ตด้วยเช่นกัน
ภูเก็ต – เกาะสวรรค์แห่งการลงทุน
ภูเก็ต ยังคงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศักยภาพทางเศรษฐกิจในภาคใต้ ด้วยการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย จีน และยุโรป ที่มักเลือกใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือแม้แต่หลายเดือนในการสัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหรูหราและความเป็นส่วนตัว เซ็นทรัลพัฒนาจึงมองเห็นโอกาสในภูเก็ตด้วยการเปิดตัวโครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ตที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและผู้มีฐานะในกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่าสูง โดยแผนการพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดย 2 เฟสแรก ได้แก่ เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ตและเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้แผนการพัฒนาเฟส 3 ในปี 2569 น่าติดตาม เพราะจะทำให้พื้นที่ของเซ็นทรัลในภูเก็ต มากถึง 379,800 ตร.ม.
Customer Insight ของคนภาคใต้จากระบบ The 1 พบว่า ผู้บริโภคชาวใต้ใช้จ่ายกับครอบครัว โดยเฉพาะลูกมากที่สุด ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น หนังสือ คอร์สเรียน โดยเน้นไปที่การลงทุนเพื่ออนาคตของลูก ซึ่งไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั่วไป
ทั้งเชียงใหม่และภูเก็ตมีฐานลูกค้าที่คุณภาพสูงและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของตนเอง ส่งผลให้การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวของศูนย์การค้าในเครือ CPN อีกด้วย
ปี 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าภายใต้ CPN สามารถทำรายได้รวมสูงถึง 51,843 ล้านบาทพร้อมกำไรสุทธิถึง 16,729 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการของบริษัท ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เซ็นทรัลมีแผนการลงทุนมูลค่าสูงถึง 120,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี (2568-2573)โดยมีเป้าหมายที่จะขยายโครงการ Mixed-Use จาก 25 โครงการในปี 2567 ไปสู่ 37 โครงการในปี 2573 โดยเซ็นทรัลพัฒนาใช้แนวคิดพัฒนาศูนย์การค้ารูปแบบ Mixed-Use เป็นหัวใจหลักในการสร้างพื้นที่ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างการจับจ่าย การพักอาศัย การทำงาน และการท่องเที่ยว สิ่งนี้ทำให้ศูนย์การค้าของ CPN ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ช็อปปิ้ง แต่ยังเป็น “ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์”ที่รวมทุกความต้องการของผู้คนไว้ในที่เดียว