2025 ทอง “5หมื่น” มาแน่ไม่ใช่หน้าปากซอยแต่ยืนรอหน้าบ้านแล้ว
แม่ทองสุก มอง “เอฟเฟกต์ทรัมป์ปั่นโลก” มกราคม 2025 สหรัฐฯ สะสม ทอง เพิ่ม 1.8 แสนตัน ทำนักลงทุน-ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมตาม ฉุด “ทองคำขาดตลาด” ส่งราคาทองโลกไปไกลไร้แนวต้าน ฟากทองไทย 3 เดือนแรกบวก 15% ปรับตัวขึ้น 2 เท่าจากช่วงโควิด คาดปีนี้บาทละ 5 หมื่นมาแน่
นายกีรดิต หิรัณยศิริ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยบนเวที สัมมนาหัวข้อ เจาะลึกสินทรัพย์ดาวรุ่ง รับ "ทรัมป์" ป่วนโลก หัวข้อ : ทองคำ 50,000 บาท มาแน่แค่ปากซอย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ว่า
ก่อนหน้านี้ MTS วิเคราะห์ราคาทองคำ 2025 น่าจะจบที่ 3,000 พันเหรียญ แต่ปัจจุบันราคาทองคำทะลุ 3,000 เหรียญ ทำนิวออลไทม์ไฮไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระยะ 3 เดือนมานี้ ราคาทองคำบวกขึ้นมา 15% หรือปรับตัวขึ้น 2 เท่าจากช่วงโควิด สะท้อนว่าทองคำยังเป็นแอสเสทที่ให้ผลตอบแทนดีในปี 2025 นี้
ทั้งนี้ปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อราคาทองคำปี 2025 หลัก ๆ มาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่หนุนความต้องการ Safe Haven ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทองคำมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อรายย่อยหรือนักลงทุนเหมือนที่ผ่านมา บวกกับการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ที่สำคัญที่สุดคือนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่ทำให้เกิดความกังวลทางด้านการค้า การลงทุนส่งผลให้มีการซื้อทองคำมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ
แม้แต่สหรัฐฯ เองเริ่มสะสมทองคำมากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขการส่งออกทองคำจาก “สวิสเซอร์แลนด์” ไปยังสหรัฐฯ ถึง 1,9 แสนกิโลกรัมในเดือนมกราคม 2025 ที่ผ่านมา เนื่องจากทรัมป์เองมองว่ามีโอกาสสูงที่นักลงทุนจะขายดอลลาร์และหันมาสะสมทองคำ ส่งผลให้ปัจจุบันเกิดภาวะ “ทองคำขาดตลาด”
“ตอนนี้ทองคำในตลาดโลก สหรัฐฯ เอาไปแล้ว 80% โดยมีการโยกย้ายถ่ายเทจากจีนที่ซื้อทองคำจำนวนมากในช่วงปลายปี 2024 และแผ่วลงในช่วงต้นปีนี้”
โดยปริมาณถือทองคำในโลกมากที่สุดคือ สหรัฐฯ 8,133.46 ตัน เยอรมัน 3,351.53ตัน อิตาลี 2,451.84 ตัน ฝรั่งเศส 2,437 ตัน รัสเซีย 2,335.9 ตัน จีน 2,290 ตัน ส่วนไทยอยู่อันดับ 13 จำนวน 234.3 ตัน
อย่างไรก็ตาม ในตลาดฟิวเจอร์สปริมาณซื้อขายยังอยู่ในกรอบปกติไม่ได้ผลักราคาทองไปไกล แต่ราคาทองคำวันนี้ ถูกดันด้วยฟิสิคอลหรือทองคำจริง ๆ โดย 7% เป็นปริมาณทองคำที่สำรองไว้จริงเทียบกับสัญญาทองคำ
“ตั้งแต่ปี 2020 หรือช่วงโควิดราคาทองคำยืนที่ 2 หมื่นกว่าบาท แต่ปัจจุบันไปไกลไร้แนวต้าน ตอนนี้เรามองเทรนด์ราคาทองคำกรอบแนวรับ 47,500 - 47,000 บาท แนวต้าน 48,500 - 49,000 บาท แต่สิ่งที่เราเซอร์ไพรซ์คือตอนนี้แม่ทองสุกมีออร์เดอร์สั่งซื้อทองคำมากกว่า 300 กิโลกรัมต่อวัน สวนทางที่คาดการณ์ที่ว่าผู้ถือทองจะขายทอง ซึ่งตอนนี้เราปรับวิเคราะห์กรอบแนวรับที่ 2,900 - 3,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 3,050 - 3,100 ดอลลาร์”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า ทองคำยังมีโอกาสที่จะบลูรันอีกรอบสูง จากปัจจุบันทองอยู่ในช่วง“เติร์ดไซเคิล” ความต้องการซื้อเยอะจนเหมืองผลิตไม่ทัน ส่งผลต่อเนื่องให้ผู้ซื้อหันมาซื้อทองที่อยู่ในระบบตลาดออกไป แม้แต่กองทุนหรือพันธบัตรเองก็หันมาซื้อทองจริงกลับเข้าไปในระบบ
สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นคือช่วง 1-2 ปีผ่านมาทองคำจะอิงกับบิตคอยน์ แต่ปัจจุบันราคาบิตคอยน์ยังคงยิ่งสวนทางราคาที่วิ่งไม่หยุด แม้ว่าทรัมป์จะประกาศสนับสนุน "คริปโทฯ” ก็ตาม
เพราะฉะนั้น หากจะหวังให้ราคาทองไทยต่ำกว่า 4 หมื่นบาทยากมาก และหากราคาทองทะยานถึง 5 หมื่นบาท จะให้ผลตอบแทน 6% ซึ่งนักลงทุนอาจต้องระวังถ้าไปต่อ อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 10 ปีผ่านมา โตกระโดดถึง 137.97% เพราะฉะนั้นปีนี้ราคาทองไทย 5 หมื่นบาทไม่ใช่แค่ปากซอย มาถึงแน่นอน และทองคำน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีในปี 2025