โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การสื่อสาร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 11.32 น.
ลอว์เรนซ์ หว่อง (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ผมประทับใจผู้นำสิงคโปร์มากในเรื่องการสื่อสารเรื่องการขึ้นกำแพงภาษีของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

เพราะแสดงความเป็น “ผู้นำ” ในยามวิกฤตที่ดีมาก

เขาออกมาแถลงข่าวบอกเล่าปัญหาให้กับประชาชน พร้อมกับทางแก้ไข และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก

ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ได้ใหญ่ระดับ“แผ่นดินไหว” ทางเศรษฐกิจ

จนกระทั่งได้ฟัง “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์แถลง

ทั้งที่สิงคโปร์เจอกำแพงภาษีแค่ 10%

จิ๊บจ๊อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

แต่ “หว่อง” ออกมาแถลงกับประชาชน ฉายภาพให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน

เพราะมันคือการทำลายระบบการค้าเสรี

“สิงคโปร์” เป็นประเทศเล็กที่อาศัยกฎกติกาของระบบการค้าเสรี แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปกลายเป็นการก่อสงครามการค้าระหว่างประเทศ

แบบนี้ประเทศใหญ่ได้เปรียบ

ประเทศเล็กเสียเปรียบ

ต้องยอมรับว่านายกฯ สิงคโปร์สื่อสารได้ดีมาก

เห็นภาพรวมทั้งหมด

โดยเฉพาะที่บอกว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในโลกใบนี้เมื่อปี 1930

และเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2

ประโยคนี้ประโยคเดียวทำให้ผมรู้สึกเลยว่าสงครามการค้าที่ “ทรัมป์” จุดกระแสขึ้นครั้งนี้มันมีโอกาสเป็นหายนะของโลก

ถ้า “ทรัมป์” ไม่ปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายของเขา

ผมชอบวิธีการสื่อสารของ“ลอว์เรนซ์ หว่อง”

เขาใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดา นั่งบนเก้าอี้กลางห้องทำงาน

เหมือนเพิ่งทำงานเสร็จแล้วมานั่งล้อมวงคุยกับคนสิงคโปร์

ตามองกล้อง เหมือนกำลังสบตากับประชาชน

พูดช้า ๆ หนักแน่น ด้วยภาษาง่าย ๆ ไม่หรูหรา

“ต้นสน” ดร.สันติธาร เสถียรไทย ที่เคยทำงานที่สิงคโปร์บอกผมว่า ผู้นำสิงคโปร์เคยสื่อสารกับประชาชนแบบนี้มาครั้งหนึ่ง

ตอนที่เกิดโควิดระบาด

ตอนนั้นคนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่นาน

แต่ผู้นำสิงคโปร์เตือนประชาชนว่าโควิดจะยาวนาน

ดังนั้น การออกมาพูดแบบเดียวกันในวันนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนประชาชนสิงคโปร์ทุกคนให้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่ประมาท

มีหลายคนนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกับ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี

ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ หรือแถลงการณ์ที่ออกมา

ต้องยอมรับว่าข้อความที่คุณแพทองธารสื่อสารออกมา ไม่ทำให้คนไทยเกิดความมั่นใจในรัฐบาลมากนัก

โดยเฉพาะแถลงการณ์ที่ไม่มีเนื้อหาที่จับต้องได้

มีแต่คำที่ลอย ๆ

นอกจากนั้น การเรียกประชุมคณะทำงานในวันอังคารที่ 8 มีนาคม หลังวันหยุดยาว 3 วัน

ยิ่งทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ารัฐบาลกระตือรือร้นกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวทางเศรษฐกิจครั้งนี้น้อยไป

จนเมื่อ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อ

ผมถือว่าการสื่อสารครั้งนี้ช่วยรัฐบาลได้เยอะ

เห็นวิธีคิด วิธีทำงานของคณะทำงานว่ากำลังทำอะไรอยู่

การเคลื่อนของรัฐบาลใคร ๆ ว่า “ช้า” จริง ๆ คือความตั้งใจที่จะไม่เร็วเกินไป

เพราะเร็วเกินไปก็ไม่มีประโยชน์

อาจจะเสียมากกว่าได้

เหมือนกับ “เวียดนาม” ที่เทเกือบหมดกระเป๋า แต่ “ทรัมป์” ยังจะขอเพิ่มอีก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีของรัฐบาลในการปรับเรื่อง “การสื่อสาร”

ไม่ต้องให้นายกฯ “อุ๊งอิ๊ง” มานั่งแถลงข่าวแบบนายกฯ สิงคโปร์ก็ได้

เพราะทุกคนไม่ได้เก่งในเรื่องนี้เหมือนกัน

สมัยก่อน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ที่ “อาจารย์โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร เคยบอกว่าก็ท่านไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจเลย

วิธีการของ พล.อ.เปรม คือไม่พูดเรื่องนี้

จะพูดแค่หลัก ๆ แล้วให้ “อาจารย์โกร่ง” อธิบายเป็นภาษาง่าย ๆ แทน

หรือนายอานันท์ ปันยารชุน ก็ใช้วิธีการสื่อสารด้วยการคิดมาจากบ้าน ว่าจะพูดเรื่องอะไรกับประชาชน

และนำประเด็นเอง ไม่พูดตามคำถามของสื่อ

ตั้งใจบอกอะไรกับประชาชนก็พูดเลย

ที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ต้องไม่ลืมว่า “การสื่อสาร” ไม่ได้หมายถึงแค่ “คำพูด”

แต่หมายถึง “การกระทำ” ด้วย

อย่างกรณีเรื่องกำแพงภาษีของ “ทรัมป์” ถ้าไม่สามารถบอกตรง ๆ ได้ว่าเราวางแผนการเจรจาอย่างไร

อย่างน้อย “แอ็กชั่น” ที่ประชาชนควรได้เห็นคือการทำงานแบบ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

จะเป็นของทีมทำงาน หรือตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ตาม

ประชาชนจะได้อุ่นใจว่ารัฐบาลกำลังทำงานอยู่

ไม่ใช่รอประชุมหลังวันหยุดยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การสื่อสาร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...