โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 02.55 น.

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index มีลุ้น Rebound ได้ต่อเนื่องเข้าหากรอบ 1,180-1,185 จุด โดยยังคงได้แรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลังเริ่มเปิดเผยรายงานพิเศษวานนี้ในการผลักดันอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯสามารถฟื้นตัวได้ระยะสั้น ช่วยหนุน Sentiment ได้เช่นกัน แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกนเดือน มี.ค. ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันเหลือ 57.9 ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ 1 ปีและ 5 ปีข้างหน้าปรับตัวขึ้นเป็น 4.9% และ 3.9% ตามลำดับ

ขณะที่ประเด็นการเก็บภาษีการค้าตอบโต้กับระหว่างสหรัฐฯและประเทศต่างๆยังเป็นปัจจัยความไม่แน่นอนที่ยังจำกัด Upside ส่วนสัปดาห์นี้โฟกัสหลักจะอยู่ที่การประชุม FED ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแน่ที่ 4.25-4.5% แต่ต้องติดตามถ้อยแถลงของประธาน FED ภายหลังการประชุม เราประเมินว่า SET Index ที่ปรับตัวร่วงแรงกว่า 20% จาก High ปลายปีก่อน ทำให้ Valuation ระยะกลาง-ยาวน่าสนใจ โดยเทรด PER และ PBV เพียง 12.4 เท่าและ 1.13 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยยะ และเป็นจังหวะในการทยอยสะสม โดยยังคงชอบกลุ่ม Domestic และ Tourism-Related Play ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่า Global-Related Play ที่อาจถูกกระทบจากความไม่แน่นอนของประเด็นการค้าและเศรษฐกิจโลก

กลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีแนวโน้ม 2025 แข็งแกร่งและ Valuation ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยยะ

หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BA, BTG, CPALL, MTC, PR9

FSSIA Portfolio : BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR

หุ้นเด่นวันนี้ : NSL

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 43 บาท

• ตั้งเป้ารายได้ปี 2025 โต 16-17% y-y โดย 1QTD ยังโตได้ตามแผน สินค้าใหม่ และลูกค้าใหม่ยังเข้ามามากขึ้น และจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในโรงงานผลิตชีส ที่เพิ่งเริ่ม Operate 4Q24 ขณะที่กลุ่มน้ำมะพร้าว/น้ำผลไม้ส่งออก จะถูกรวมรายได้เข้ามาเต็มปี

• ระยะสั้นคาดกำไร 1Q25 แข็งแกร่งและมี Catalyst บวกจากแซนวิชใหม่ที่ Collab กับเนื้อแท้ซึ่งกระแสดีมาก สมมติฐานรายได้ปี 2025 ของเราคาดไว้ +14% และกำไรสุทธิปี 2025 ที่ 600 ลบ. ถือว่า conservative และมี Upside ปัจจุบันราคาเทรด PER ไม่แพงเพียง 14 เท่า

• แนวรับ 27.75-27.50//26.50 บาท แนวต้าน 29-29.25//30 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,160 – 1,170 แนวต้าน 1,180 – 1,190 คาดดัชนีมีโอกาสรีบาวน์ จากปัจจุบันเทรดในโซนถูกที่ F/PE 12.3X ระหว่างรอผลการประชุมเฟดในช่วงกลางสัปดาห์ แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,KKP ที่จ่ายเงินปันผลสูง/ SCC,SCGP,PTTGC ได้ปัจจัยหนุนจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน/ เก็งกำไร SFLEX,BCPG,SVI มีสัญญาณบวกทางเทคนิค

IVL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 26.25 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 4Q67 เท่ากับ 1.1 พันล้านบาท ลดลง -27%QoQ จากผลการดำเนินงานหลักที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล และมีการบันทึกขาดทุน Inventory แนวโน้ม 1Q68 คาดประคองตัวแม้ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. Integrated PET spread จะชะลอตัว QTD แต่น่าจะมีแรง restock ของผู้ผลิตในปลายไตรมาสก่อนเข้าฤดูร้อน ส่วนผลประกอบการในปี 68 ตลาดคาดพลิกเป็นกำไรสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท จากปี 67 ที่ขาดทุน 1.9 หมื่นล้านบาท หลังผ่านการทำ asset optimization ปิดโรงงานที่ไม่ทำกำไร ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ลดลง นอกจากนี้คาดว่าจะได้อานิสงส์เชิงบวกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจีนและการ destocking ที่คลี่คลาย

NSL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 39.83บาท) กำไรสุทธิ 4Q67 อยู่ที่ 147 ลบ. +44%YoY +9%QoQหนุนด้วย High Season, ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงสินค้าใหม่ๆยังตาม trend เช่น ข้าวโพดอบชีสเบคอน,ช็อกโกแลตดูไบ(Bake a Wish) ส่วนปี68 คาดว่าจะมีปัจจัยบวกต่อเนื่องจากโรงงานใหม่ที่พึ่งเสร็จสิ้นใน 4Q67(NSL FOODS สาขา5)รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ซึ่ง 1Q68 จะมีสินค้าใหม่ เช่น ช็อกโกแลตโมจิทาร์ต, โรตีข้าวโพดชีส เป็นต้น โดย NSL วางเป้ารายได้ปี68 โตราว +16-17%YoY ทั้งนี้ตลาดคาดว่าปี68 และ69 กำไรสุทธิของ NSL* จะอยู่ที่ระดับ 602 ลบ. (+11%YoY) และ 679 ลบ.(+13%YoY)

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ลุ้น rebound ต่อ จับตามาตรการเศรษฐกิจจีนและการประชุม 2 ธนาคารกลางใหญ่ โดบยตลาดหุ้นไทยยังผันผวนต่อในสัปดาห์นี้ นักลงทุนยังรอข่าวบวกใหม่ๆ และกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ …. สัปดาห์นี้ รอดูมาตรการกระตุ้นการบริโภคจีน และผลการประชุมธนาคารกลางใหญ่ 2 แห่ง คือ Fed และ BOJ 19 มี.ค. ….. มองกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1150-1180 จุด

• สัปดาห์นี้ จับตาดูรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เราคาดหวังมาตรการใหม่ๆ ที่ออกมา จะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้รอติดตามในการประชุมครม.วันอังคารนี้(18)

• Bond Yield 10 ปีของไทย ปรับตัวลงมาก(ล่าสุด 2.15%) ใกล้เคียงช่วงโควิด เราคาดว่ามาจากการพักเงินของนักลงทุน เพราะสอดคล้องกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (ล่าสุด 33.6 บาท/ดอลล่าร์) และนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อพันธบัตรของไทย และอาจจะมาจากการที่ ธปท.เตรียมปรับลดประมาณ GDP จากเดิม 2.9%

• วันนี้ จีนจะประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจช่วง ม.ค.-ก.พ. 68 หลายรายการ รวมถึงทางการจีนจะแถลงมาตรการกระตุ้นการบริโภค หนึ่งในนั้นเป็นการให้เงินอุดหนุนเพื่อซื้อสินค้า และการปล่อยเงินกู้ของสถาบันการเงินในภาคธุรกิจต่างๆ เช่น ท่องเที่ยว …. จากข่าวนี้ทำให้ CSI300 +2.43%; Hang Seng +2.12% เรามองบวกต่อตลาดหุ้นจีน หุ้นไทยได้อานิสงส์ จะเป็นหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี (SCC, IVL, SCGP, PTTGC) หุ้น Tech (CCET, HANA) และกลุ่มเรือ (RCL, PSL)

• 18-19 มี.ค. มีประชุมธนาคารกลาง 2 แห่ง คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ Fed คาดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม 4.25-4.50% ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ แหล่งข่าวระบุจะปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนพ.ค.68 และชะลอไปถึงช่วงปลายปี ขึ้นกับแนวโน้มเงินเฟ้อ ครั้งนี้จึงคาดว่าจะยังคงไว้ที่ 0.50% หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้น 0.25% เมื่อการประชุมเดือนม.ค.ที่ผ่านมา … โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยมีน้อย อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการปรับลด คือ surprise ในทางบวกของตลาด

• สหรัฐ ฯ ประกาศนโยบาย "จำกัดวีซ่า" เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ส่งอุยกูร์กลับจีน และรัฐบาลทรัมป์พิจารณาห้ามพลเมืองจาก 41 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ …….. ข่าวนี้ อาจมีผลต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หรือสายการบินของไทย

• FTSE : ASEAN 40 INDEX Review นำ TRUE เข้า และนำ SCC ออกจากการคำนวณดัชนีฯ ใช้ราคาปิด 21 มี.ค.68

• โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน จะเริ่มโครงการ ภายใน พ.ค.นี้ ….. เรามองเป็นข่าวบวกของกลุ่มผู้รับเหมา (STECON, SEAFCO)

• สัปดาห์นี้ มีหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “XD” ทั้งหมด 43 ตัว อาทิ SIRI, RATCH, BH, CCET, TKN และ REITs อีกหลายตัว ควรระวังแรงขายหุ้นทั้งก่อนและหลัง “XD” ทั้งนี้ หากราคาหุ้นที่จะขึ้น “XD” ในสัปดาห์นี้ ปรับตัวลงเท่ากับเงินปันผลจ่าย จะมีผลต่อดัชนีฯ -1.6 จุด

• Event สัปดาห์นี้ : ตัวเลขภาวะเศรษฐกิจจีน ม.ค.-ก.พ.(17), ทางการจีน แถลงมาตรการกระตุ้นการบริโภคจีน(17), การประชุม FOMC(18-19), การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(18-19) และ GULF+INTUCH จะ “SP” 21 มี.ค.-2 เม.ย. เพื่อเตรียมควบรวมกิจการ

Technical : BCH, KAMART

ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...