สพฐ.นำร่องใช้หลักสูตรใหม่ปฐมวัย-ประถมต้น รับเปิดเทอมปี‘68
สพฐ.เดินหน้าใช้หลักสูตรใหม่สำหรับปฐมวัย-ประถมต้น พร้อมจัดตั้งคลินิกวิชาการเป็นที่ปรึกษา และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระครูในการออกแบบหลักสูตร ต้อนรับเปิดเทอมปี 2568
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ได้เห็นชอบให้ สพฐ. จัดทำหลักสูตรใหม่สำหรับใช้เป็นกรอบในการจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดแนวคิดการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียน
สพฐ.จึงได้มีการขับเคลื่อนการนำ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี” และ “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568” ไปใช้จริงทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยเปิดโอกาสให้โรงเรียนพิจารณาความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วม เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
การพัฒนาหลักสูตรใหม่ดำเนินการตามหลักวิชาการอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การวิจัยสถานภาพการสอนในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา การวิเคราะห์หลักสูตรและแนวโน้มการศึกษาต่างประเทศ การพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ และการสังเคราะห์แนวปฏิบัติที่ดีจากโรงเรียนต่าง ๆ จนได้หลักสูตรที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย และมีการรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดมีโรงเรียนจากทุกสังกัดสมัครใจเข้าร่วมแล้ว 4,440 แห่ง แบ่งเป็น กลุ่มวิจัยและประเมินคุณภาพการใช้หลักสูตร 237 โรงเรียน และกลุ่มเครือข่ายการใช้หลักสูตร 4,203 โรงเรียน ซึ่งในระดับปฐมวัยจะมุ่งเน้นพัฒนาการสมวัย
ขณะที่ระดับประถมศึกษาตอนต้นเน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้อย่างเข้าใจ คิดเลขเป็น เสริมสร้างทักษะพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ตามความถนัดและความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาขั้นสูง
ทางด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในระดับประถมต้น (ป.1-ป.3) จะเน้นการประเมินสมรรถนะด้านการอ่าน เขียน และคำนวณ โดยแบ่งผลการเรียนรู้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ เริ่มต้น พัฒนา ชำนาญ และเชี่ยวชาญ ซึ่งแตกต่างจากการประเมินผลแบบเป็นเกรดรายวิชา ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ทั้งนี้ ได้จัดทำแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรต่างระบบ เพื่อให้การย้ายเข้า-ออกของนักเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้เตรียมมาตรการสนับสนุนการใช้หลักสูตรอย่างครบวงจร ทั้งการจัดทำแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (https://sites.google.com/view/curri68/home?authuser=0) การตั้ง “คลินิกวิชาการ” เป็นที่ปรึกษา การจัดประชุมชี้แจงแนวทางกับผู้บริหารและครู และการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่าน OBEC Channel
รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระครูในการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการวัดผล ผ่านแหล่งเรียนรู้เฉพาะด้าน (https://www.giftedobec.org/อบรมการใช้-gen-ai-หลักสูตร-2568) อีกด้วย
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวท้ายว่า สพฐ. มุ่งหวังว่าการนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ให้เด็กและเยาวชนเกิดสมรรถนะอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมสำหรับการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น
ทางด้านโรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วม สพฐ. พร้อมเป็นเพื่อนดูแลช่วยคุณครูและโรงเรียน ให้สามารถขับเคลื่อนหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ โดยเตรียมพร้อมทั้งคลินิกวิชาการ การอบรมพัฒนาครู การอบรมศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศ ฯลฯ
หลักสูตรใหม่นี้มีเฉพาะของระดับประถมต้น หากการนำร่องใช้หลักสูตรใหม่ประสบผลสำเร็จด้วยดี ขั้นต่อไปเราจะพัฒนาหลักสูตรในระดับประถมปลาย จนไปถึงระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้เด็กไทยทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้เต็มที่อย่างมีความสุข และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้อย่างมั่นคง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สพฐ.นำร่องใช้หลักสูตรใหม่ปฐมวัย-ประถมต้น รับเปิดเทอมปี‘68
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net