โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BYDแย้มโค้งสามงบสวย ชู“ไทยสมายล์บัส”โตเด่น

ทันหุ้น

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 04.32 น.

#BYD #ทันหุ้น - BYD ส่งซิก Q3/2567 ฟอร์มแจ่มกว่าช่วงQ2/2567 อานิสงส์ธุรกิจทุกกลุ่มโตต่อเนื่อง พร้อมยืนเป้าปีนี้รายได้ทะยานแตะ 1 พันล้านบาท รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว ผู้บริหาร “ออมสิน ศิริ” ชูโมเดลบริษัทร่วมทุน “ไทยสมายล์บัส” แนวโน้มสดใส หลังได้ขยายเส้นทางเดินรถเพิ่ม พร้อมวางหมากอัพยอด EV Bus ที่ให้บริการรวมขยับขึ้นไปสู่ระดับ 3,000 คันในสิ้นปีนี้

นางสาวออมสิน ศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลงานในไตรมาส 3/2567 น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส2/2567 เพราะมองภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจของบริษัท “ไทยสมายล์บัส” (ทาง BYD ถือหุ้นในสัดส่วน49%) เข้ามาเสริม

*ยืนเป้าปีนี้พันล.

อย่างไรก็ดี ในปี2567 ภาพรวมผลประกอบการของ BYD ยังคงเป้าหมายรายได้ไว้ราว1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 714 ล้านบาท เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากรายได้ของธุรกิจหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น หลังจากบริษัทนำบุคลากรใหม่ๆ เข้ามาช่วยดำเนินงาน ส่งผลให้บริษัทมีลูกค้าใหม่เข้ามาเปิดบัญชีจำนวนมากตลอดจนธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวทางทำตลาดลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งควบคู่ไปกับการนำเสนอบริการใหม่ๆ ทั้งการลงทุนในต่างประเทศ, กองทุน ฯลฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น จากเดิมที่มีฐานลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 3,760 บัญชี ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตในอนาคตอีกทางหนึ่ง

*ไทยสมายล์บัสโตเด่น

นางสาวออมสิน กล่าวเสริมว่า ในแง่กลุ่มธุรกิจ “ไทยสมายล์บัส” ซึ่งถือเป็นบริษัทร่วมของ BYD นั้นปัจจุบันถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2567 นั้นคงได้เห็นภาพรวมรายได้ที่เติบโตมากขึ้น หลังเจรจากับทางขสมก.ล่าสุดได้มีการหยุดเดินรถเพิ่มเติมอีก 14 เส้นทางในช่วงกรกฎาคม2567 ที่ผ่านมาซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนให้ปริมาณผู้โดยสารขยับเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เดิมทาง “ไทยสมายล์บัส”มีตัวเลขขอผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 7.9 ล้านคนต่อเดือน (อิงข้อมูล ณ สิ้น มิ.ย. 2567) อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มรถอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีอยู่ จำนวน 2,000 กว่าคัน และน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนภาพรวมรายได้ให้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ตลอดจนยังน่าจะส่งผลให้ ณ สิ้นปีนี้ บริษัทจะมีรถ EV Bus รวมจำนวนกว่า 3,000 คัน

อนึ่ง งบการเงินงวดไตรมาส 2/2567 ทาง BYD มีกำไรสุทธิ 30.77 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.006 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 367.68 ล้านบาท หรือ0.087 บาทต่อหุ้น ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 443.94 ล้านบาท แต่ในงวดไตรมาส 2/2567 บริษัทไม่ต้องรับรู้อีกต่อไปแล้ว เพราะครบส่วนของทุนที่ได้ลงทุนแล้ว

โดยในไตรมาส 2/2567 บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 2/2567 อยู่ที่ 231.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโต 37.42% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 ที่มีรายได้ประมาณ168.71 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นในทุกด้าน เนื่องจากรายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการขยายตัวมากขึ้น ผลมาจากการเป็นตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน และจากค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจเติบโต

ขณะเดียวกันยังมีรายได้ดอกเบี้ย165.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.47 ล้านบาทหรือ 16.55% จาก141.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของบริษัท และมีรายได้จาก ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจากยอดเงินให้กู้ยืมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามแผนการตลาดที่วางไว้

สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 จากงบการเงินเฉพาะกิจการปรากฏว่า บริษัทมีขาดทุนสุทธิจำนวน 0.02 ล้านบาท กำไรลดลงเท่ากับ 157.43 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลกำไรสุทธิจำนวน 157.41 ล้านบาท สำหรับงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย บริษัทมีขาดทุนสุทธิจำนวน 0.02 ล้านบาท ขาดทุนลดลงเท่ากับ 655.09 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิจำนวน 655.11 ล้านบาท ทั้งนี้มีสาระสำคัญมาจาก ในงวดเดียวกันของปีก่อนบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 812.52 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...