โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจสหรัฐฯจับคนร้ายหลังยิงผู้โดยสารบนรถไฟนครชิคาโก มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

JS100

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 08.47 น. • JS100:จส.100
ตำรวจสหรัฐฯจับคนร้ายหลังยิงผู้โดยสารบนรถไฟนครชิคาโก มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

นายคริสโตเฟอร์ ชิน รองหัวหน้าตำรวจท้องถิ่นในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมนายรันนี เดวิส (Rhanni Davis) ชาวอเมริกันวัย 30 ปี และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังใช้ปืนกราดยิงผู้โดยสารบนรถไฟสายสีฟ้า ขณะแล่นอยู่ในอำเภอฟอเรสต์ ปาร์ค ในเขตคุกเคาน์ตี้ นครชิคาโก เมื่อเช้ามืดวันจันทร์(2 ก.ย.)เวลา 05.30น.มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายแรกเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ส่วนรายที่ 4 เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ซึ่งพนักงานอัยการของนครชิคาโกจะนำตัวคนร้ายเพื่อส่งฟ้องไปยังศาลในวันนี้(4 ก.ย.)

หลังก่อเหตุแล้ว คนร้ายได้ลงจากรถไฟที่สถานีฟอเรสต์ ปาร์ค เพื่อต่อรถไฟสายสีชมพู แต่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้เสียก่อน พร้อมปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง กราดยิงในช่วงที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่หลับบนรถไฟ โดยคนร้ายและผู้ตายไม่รู้จักกันมาก่อน อีกทั้งไม่พบร่องรอยการชิงทรัพย์ หรือเหตุทะเลาะกับคนอื่นๆบนรถไฟ นอกจากนี้ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนรถไฟแสดงให้เห็นคนร้ายลุกขึ้นเดินและกราดยิงผู้โดยสารใน 2 ตู้โดยสาร ขณะนอนหลับ

ด้านสำนักนิติวิทยาศาสตร์ของเขตคุกเคาน์ตี้ เปิดเผยว่า 3 ใน 4 ผู้เสียชีวิตแล้ว คือ นายซิเมโอน บิเฮซี อายุ 28 ปี นายอาเดรียน คอลลินส์ อายุ 60 ปี นางมาร์กาเรต มิลเลอร์ อายุ 64 ปี ส่วนศพที่ 4 เป็นชาย ยังไม่ทราบชื่อ

สำหรับรถไฟสีฟ้าซึ่งบริหารโดยองค์การขนส่งนครชิคาโก แล่นตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างอำเภอฟอเรสต์ ปาร์คกับสนามบินนานาชาติโอแฮร์ในนครชิคาโก

#สหรัฐ

#ยิงคนรถไฟ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...